Automatically translated.View original post

The law of gravity is not a precursor to the mind.

"The law of gravity is not the precursor of the mind."

Create the "cause" of the mind.

Seeing the truth and understanding

And there is a clear majesty.

Once created, the results will be sent.

To attract people with mental waves.

Same level to meet

The gravity rule is the result, not the cause.

Not a precursor.

And when the heart is greedy, it never ends.

Attraction is the cause.

Then the mental waves fell to the thing.

The rough, the miserable, the endless circle.

...................................................

For example, Hun Sen struggled.

Want to wage war against Thai territory

To hope, underground resources and power.

The mind creates the force of gravity.

So distorted, blind, murderous.

Attacking Thai people, destroying hospitals

Create a battle situation, deceive rumors.

Produce false words, slander on the Thai side

Such gravity is the creation of serious suffering.

And a traitor who has to pay back.

Endless.

2025/8/1 Edited to

... Read moreกฏแรงดึงดูดเป็นแนวคิดที่มีความนิยมในหลายวงการ ทั้งจิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง แต่สิ่งสำคัญที่บทความนี้ชี้ให้เห็นคือแรงดึงดูดไม่ใช่สารตั้งต้นของจิตใจก่อน แต่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจาก "เหตุ" ภายในจิตใจที่มีความเข้าใจและสัมมาทิฏฐิที่ชัดเจน จิตใจที่เต็มไปด้วยความเข้าใจในสัจธรรม จะสร้างแรงดึงดูดในเชิงบวกและยั่งยืน ดึงดูดผู้ที่มีคลื่นจิตระดับเดียวกัน เพื่อพบเจอประสบการณ์ที่ดีและสร้างสรรค์ ในทางตรงกันข้าม หากจิตใจนั้นเต็มไปด้วยความละโมบ ความอยากเอาไม่สิ้นสุด และความมืดบอด กฏแรงดึงดูดจะดึงดูดสิ่งที่หยาบกร้านและเป็นทุกข์วนเวียนไม่รู้จบ นำไปสู่ผลลบและวิบากกรรม ตัวอย่างเช่นในกรณีของข้อพิพาททางการเมืองที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตผู้คนและสังคมอย่างที่ยกในบทความ แสดงให้เห็นว่าเมื่อจิตใจของผู้นำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยความคิดและความรู้สึกเชิงลบ เช่น ความโลภและความอยากครอบครอง กำลังแรงดึงดูดก็ถูกสร้างขึ้นอย่างผิดเพี้ยน ส่งผลให้เกิดสงครามและความทุกข์ยาก ดังนั้น การฝึกฝนจิตใจให้ตั้งอยู่บนความจริง ความเข้าใจ และสัมมาทิฏฐิที่ดีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อสร้างแรงดึงดูดที่ดี ซึ่งจะช่วยนำไปสู่ชีวิตที่มีความสุขและสันติสุขอย่างแท้จริง นอกจากนี้ กฏแรงดึงดูดยังสามารถถูกนำไปใช้ในเชิงบวกเพื่อพัฒนาตนเอง เช่น การตั้งเจตนาที่ชัดเจนและมีความจริงใจ การมุ่งมั่นทำความดีและการพัฒนาจิตใจอย่างต่อเนื่อง จะช่วยส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีตามมา และช่วยสร้างสังคมที่มีคลื่นจิตที่ดีร่วมกัน