เป็นคนดีที่ทุกขฺ์ง่าย หรือ เป็นคนธรรมดาที่สดใส

"อย่าเป็นคนดีที่เป็นทุกข์

จงเป็นคนธรรมดา ที่ยอมรับ

และเข้าใจคน "

ความเป็นคนดี เหมือนอะไรมายัน

ค้ำคอเรา เชิดเราให้ดูระหงส์

ความเป็นคนดี เหมือนเราเพิกเฉย

ต่อการรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง

ที่ในเรามีส่วนเปราะบาง

เก็บกด กดทับ ข่มไว้

หลายครั้ง น้ำตาตกใน

แต่ก็แสร้งหลอกตนว่า ไม่เป็นไร

ความเป็นคนดี เหมือนเราใส่ใจ

สิ่งรอบตัว คนรอบกาย

หล่อเลี้ยงน้ำคำ น้ำใจ น้ำกำลัง

แต่ลืม...หล่อเลี้ยงใจตนเอง

ความเป็นคนดี ที่ตั้งมาตรฐาน

ดุจดั่งมีดัชนีชี้วัดให้ค่า ผ่านไม่ผ่าน

จนลืมมองไปว่า ชีวิตจริงๆ

มันมีความยืดหยุ่น ซับซ้อนกว่านั้น

และความเป็นคนดี

ก็ชอบไปรังเกียจตั้งแง่คนที่ร้ายๆ

ก่นด่าสาปแช่ง ให้ตายไปไวๆ

ด้วยพลังงานลบๆที่เผลอสร้าง

ขึ้นมาในใจตน โดยไม่รู้ตัว

ยิ่งเป็นคนดี ยิ่งทุกข์มากกว่าเดิม

...............................................

แล้วคนธรรมดา มันดียังไงล่ะ...

คนธรรมดา มี 2 ประเภทนะ

อย่างแรก : คือ คนธรรมดา

ที่ปล่อยเวลาล่วงเลยไป

ปล่อยชีวิตตนไป ตามยถากรรม

หากมีอะไรมากระทบ ก็พร้อมปะทะ

หรือไหลตามไปกับแรงยั่วยวนนั้น

เรียกได้ว่า ตามน้ำ นะแหละ

บางทีก็หลงเผลอไปทำลายทำร้าย

ด้วยวลีอ้างว่า....ก็ไม่รู้ดิ ว่าไม่ดี

จำนวนคนแบบนี้ ก็มีไม่น้อย

ปะปนระคนในสังคมทั่วๆไป

..............................................

ประเภทสอง : คนธรรมดาที่

ไม่ธรรมดา

เพราะผ่านการขัดเกลายิ่งยวด

ล้วงลึกไปถึงข้างในใจ

เห็นส่วนด้านดี ด้านร้าย ชัดเจน

ยอมรับ เข้าใจ และก้าวข้าม

ไม่ละเลยที่จะกลับมาดูใจตน

เหมือนหันมาดูอัญมณีมีค่า

ที่เก็บไว้ ในกระเป๋าเสื้อใกล้หัวใจ

บางทีก็แพ้ บางทีก็ทุกข์

บางทีก็กังวลครุ่นคิด วนๆมึนๆ

บางทีก็ฟุ้งฟริ้ง..ลั่นลาสดใส

แต่มิมีส่วนใดเสแสร้งแกล้งทำ

และพร้อมจะรับทุกๆด้านที่ตนมี

ด้วยเข้าใจถึงภาวะด้านใน

" ในดำมีขาว ในขาวมีดำ "

หมั่นทำ ลอกเปลือกตัวตน

หมั่นสร้างพลังบริสุทธิ์จากสมาธิจิต

วันแล้ววันเล่าๆๆๆ

เหมือนคนขุดอุโมงค์ผ่านภูเขาสูง

รู้ว่ายากมาก แต่ก็ทำไปเรื่อยๆๆ

ยิ่งเข้าใจตน ก็ยิ่งเข้าใจคน

ไม่อยู่เหนือกว่า สูงกว่า

วางตัวเสมือนเพื่อนใจร่วมทาง

และพร้อมอุทิศตน

้เกื้อกูลผู้คน ดุจญาติที่ตนมี

" รื่นรมย์ งอกงาม และจริงใจ "

เช่นนี้แล้ว....ลองเลือกด้วยใจตน

คนดีที่ทุกข์

คนธรรมดาที่สดใส

อย่างไรดี......?

by ไก่ ณัฏฐ์ธนัน

FB : kai dang

2025/9/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในโลกที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและมาตรฐานทางสังคม หลายคนรู้สึกกดดันที่จะเป็น "คนดี" ที่สมบูรณ์แบบ แต่ความจริงแล้วการเป็นคนดีนั้นไม่ได้แปลว่าชีวิตจะต้องปราศจากความทุกข์เสมอไป บทความได้ชี้ให้เห็นว่า การยึดติดกับนิยามคนดีที่ตายตัวและตั้งมาตรฐานสูงเกินไป อาจกลายเป็นภาระที่ทำให้เรารู้สึกทรมานและลืมใส่ใจตนเอง ในทางกลับกัน การเป็น "คนธรรมดา" ไม่ได้หมายความว่าเราจะลอยตามชีวิตไปโดยไม่ตั้งใจ แต่หมายถึงการยอมรับในความบกพร่องและความอ่อนแอของตนเอง พร้อมทั้งเรียนรู้ที่จะดูแลใจของตนเหมือนดูแลอัญมณีมีค่าในกระเป๋าเสื้อ ใจที่อาจมีทั้งด้านดีและด้านร้าย รวมถึงความรู้สึกหลากหลายที่เราเผชิญในแต่ละวัน คนธรรมดาที่ผ่านการขัดเกลา เป็นคนที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อทั้งตัวเองและผู้อื่น ไม่ตั้งตนเหนือกว่าแต่ทำตัวเหมือนเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะช่วยเหลือและอุทิศตนเพื่อความสุขของผู้อื่นอย่างแท้จริง นี่คือรูปแบบที่ "รื่นรมย์ งอกงาม และจริงใจ" ที่แท้จริง การฝึกฝนตัวเองผ่านสมาธิจิตและการใคร่ครวญในใจเป็นกระบวนการที่เปรียบเสมือนการขุดอุโมงค์ผ่านภูเขาสูง แม้จะยากแต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้เราเข้าใจภาวะจิตใจและจัดการกับความทุกข์อย่างมีสติ การเลือกที่จะเป็นคนธรรมดาที่สดใสนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับใครที่ต้องการความสมดุลในชีวิต และมองเห็นคุณค่าในตัวเองอย่างไม่ต้องยึดติดกับนิยามที่สังคมตั้งไว้ สุดท้ายนี้ ทุกคนสามารถเลือกที่จะเป็น "คนดีที่ไม่ทุกข์" หรือ "คนธรรมดาที่สดใส" ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรู้สึกผิดหรือกดดัน ความสุขและความสงบใจที่แท้จริงนั้นมาจากความเข้าใจและยอมรับในตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงแค่การทำตามความคาดหวังของผู้อื่น

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Aree
Aree

🥰🥰🥰👍👍❤️