Dead to right บันทึกนานกิง หนังดี ที่ชวนดูกัน

89 ปีที่แล้ว ในวันที่ 13 ธันวาคม คศ.1937

คือ โศกนาฏกรรมสุดเลวร้าย

ของการสังหารหมู่ชาวจีน 300,000 คน

โดย กองทัพญี่ปุ่น กองพลที่ 6

ความโหดเหี้ยมสุดจะเอ่ยกล่าวของทหาร

ชาวญี่ปุ่น ที่กระทำต่อ ชาวจีน

เหมือน ซาตานขย้ำทำลายชีวิตคน

ด้วยความรุนแรง ป่าเถื่อน พิศดาร

กับชาวเมืองนานกิง ที่มีแต่มือเปล่าๆ

ภาพถ่ายของการทำทารุณกรรม

ถูกถ่าย ด้วยนายทหารช่างภาพ

และอัดล้าง ที่ร้านถ่ายรูปแห่งหนึ่ง

ตรงหัวมุมถนน ในเมืองที่เกิดเหตุ

หนังที่อิงจากเรื่องจริงเรื่องนี้

ผูกเรื่องราวได้น่าสนใจมากๆๆๆ

โดยใช้ " ภาพถ่าย " ของการสังหาร

เดิมพันกับ ชีวิตของตัวเอก

และครอบครัวช่างภาพ ที่หลบภัยร้าย

วันแล้ววันเล่า กว่า 6 สัปดาห์

ผู้คนชาวจีนล้มตายอย่างน่าสงสารที่สุด

ข่มขืนแล้วฆ่าผู้หญิงกว่า 20,000 คน

เด็กเล็ก ทารก ถูกฆ่าเสียบดาบปลายปืน

ในยามภัยมาถึงตัว ผู้คนในเรื่องนี้

ล้วนแสดงบทบาทความเป็นมนุษย์

ออกมาจาก ส่วนลึกของตน ต่างกัน

บ้างหนีเอาตัวรอด

บ้างยอมเป็นเบี้ยรับใช้ทหารญี่ปุ่น

บ้างพลีชีพ สู้จนตัวตาย

บ้างถูกข่มเหงทำร้าย แต่กดข่มใจไว้

แก่นแกนที่เหมือนกันของทุกคน

คือ การรักชีวิต รักคนที่ตนรัก

รักลูกของตน

รักสันติ รักและเคารพใน

คุณค่าความเป็นมนุษย์เหมือนๆกัน

ซึ่ง สงคราม ไม่เคยเข้าใจ

โดยเฉพาะ คนเลวที่ถูกสิงหัวใจ

กลายร่างเป็นอมนุษย์ ใช้อาวุธประหาร

และเข่นฆ่า โดยขาดความเห็นใจใดๆ

หนังพาเรา ไปถึงตอนจบอย่างซาบซึ้ง

และเห็นด้านสว่าง ท่ามกลางความมืด

ดั่งดวงดาราฉายในราตรีมืดมิด

อยากให้ดูเรื่องนี้กันครับ

ไม่ใช่ เพราะไปรื้ออดีตให้เป็นปมฝังใจ

ไม่ใช่ เพราะให้ใจเราสาปแช่งทหารชั่วๆ

ไม่ใช่ เพราะรังเกียจเชื้อชาติต้นทางใดๆ

แต่ ดูให้เห็นว่า ตราบใดที่เรา

เรายังคงมี " อวิชชา = ความไม่รู้ "

ก็จะมี " โลภ โกรธ หลง "

ที่เป็นด้านมืดครอบงำเราอยู่

แล้วหากยิ่ง เรามีอาวุธอยู่ในมือ

อำนาจความรุนแรงแห่งการทำลายล้าง

ก็จะแผ่ขยายออกมาทำร้ายผู้คน

ไม่ต่างจาก สงครามในอดีตที่ผ่านมา

เช่นเดียวกันเลย.....

ขอไว้อาลัย กับ ดวงวิญญาณผู้เสียชีวิต

จากโศกนาฏกรรมนานกิงนี้

ด้วยหัวใจเคารพอย่างสูงสุด

1/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ที่เคยชมหนัง Dead to Right บันทึกนานกิง นอกจากความสะเทือนใจจากภาพถ่ายและเหตุการณ์ที่สะท้อนความโหดร้ายของสงครามแล้ว หนังยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่หลากหลายของผู้คนในสถานการณ์วิกฤตนี้ สิ่งที่ทำให้หนังน่าจดจำคือการนำเสนอเรื่องราวของครอบครัวช่างภาพที่กลายเป็นพยานคนสำคัญ ผู้ซึ่งกล้าหาญนำภาพถ่ายมาบันทึกเหตุการณ์อันโหดร้าย แม้จะเสี่ยงชีวิตตนเองและคนรอบข้างก็ตาม เรื่องราวในหนังไม่ได้เน้นเพียงแค่ความรุนแรงและโศกนาฏกรรม แต่ยังแสดงถึงความรักและความหวัง แม้ในยามที่ความมืดมิดปกคลุมจิตใจผู้คน ซึ่งทำให้ผู้ชมรับรู้ได้ว่า แม้สงครามจะทำลายชีวิตผู้คนนับแสน แต่ด้านในของแต่ละคนยังมีความเป็นมนุษย์ที่ไม่สูญสิ้น นอกจากนี้ ภาพถ่ายที่ถ่ายทอดในหนังยังถูกถ่ายจากนายทหารช่างภาพและร้านถ่ายรูปในนานกิงเอง ซึ่งยิ่งเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวและความสมจริงให้กับเหตุการณ์ โดยภาพเหล่านั้นช่วยให้เราเข้าใจความโหดร้ายอย่างซับซ้อน ทั้งความรุนแรง พิศดาร และการทำลายล้างอย่างไร้ความเมตตา สำหรับใครที่สนใจประวัติศาสตร์สงครามและอยากเรียนรู้บทเรียนจากอดีต หนังเรื่องนี้ถือว่าควรค่าแก่การรับชม และไม่ใช่เพียงเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำในความเจ็บปวด แต่เพื่อเตือนใจให้เราไม่ลืมว่า "อวิชชา" หรือความไม่รู้ นำไปสู่ "โลภ โกรธ หลง" ความเป็นด้านมืดของจิตใจมนุษย์ ซึ่งหากมีอำนาจและอาวุธในมือ ย่อมเกิดอันตรายและทำลายล้างผู้คนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต การรับชมหนังนี้จึงไม่ใช่แค่เรียนรู้เหตุการณ์ในอดีต แต่ยังเป็นการสะท้อนใจ และเรียนรู้ว่าทุกชีวิตมีคุณค่าและความหมาย โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ความรุนแรงและความไม่เข้าใจกันยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ