แจก 5 ท่าวอร์มอัพก่อนวิ่ง!🏃🏻‍♀️♥️💭

สวัสดีค่าาา สายวิ่งทั้งหลายยย ><

ใครที่มีแพลนจะไป morning run☀️หรือ night run⭐️ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘อย่าลืม warm up’ ทุกครั้งก่อนวิ่ง! เพราะการวอร์มอัพจะช่วยให้ร่างกายเราค่อย ๆ ตื่นตัว วิ่งได้นานขึ้นโดยที่ไม่เหนื่อย รวมถึงยังช่วยลดอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าด้วย!

และนี่คือ 5 ท่าที่ปุ้นใช้วอร์มก่อนวิ่งเป็นประจำ เซฟเก็บไว้และเอาไปทำตามได้เลยค่า✅

▪️ท่าแรก: lateral lunges

ปุ้นชอบเปิดด้วยท่ายืดต้นขาด้านในก่อน รู้สึกขาเบาขึ้นเยอะมากกกก

▫️ท่าที่ 2: hamstring sweeps

ยืดเส้นเอ็น + ยืดน่อง ตอนวิ่งใช้น่องเยอะมากกกก

▪️ท่าที่ 3: leg swing

แกว่งขาเบา ๆ เพื่อเปิดสะโพกและเพิ่ม mobility

▫️ท่าที่ 4: arm swing

หมุนแขน บิดตัวได้ตาม freestyle เลยค่า

▪️ท่าสุดท้าย: jogging

ปิดท้ายด้วยวิ่งเหยาะ ๆ เบา ๆ ก่อนลงสนามจริง ส่งสัญญาณให้ร่างกายรู้ว่าของจริงใกล้เข้ามาแล้ว😃

หลังทำแล้วรู้สึกว่าวิ่งสบายขึ้นมาก ไม่มีการตึงบริเวณต้นขาเลย นี่เลยจึงเป็นสาเหตุที่ทำไมการวอร์มก่อนวิ่งถึงสำคัญมาก อย่าลืมเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายด้วย 5 ท่านี้กันน้า🫶🏻✨👟

#สุขภาพดีกับlemon8 #วิ่งออกกำลังกาย #วิ่งเพื่อสุขภาพ #ออกกําลังกาย #วิ่ง

5/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเพิ่งเริ่มวิ่ง หรือกลับมาวิ่งหลังพักไปนาน ๆ เรารู้สึกเลยว่า “ท่าวอร์มก่อนวิ่ง” สำคัญมากกว่าที่คิดค่ะ เพราะพอไม่วอร์มทีไร ช่วงน่อง-ต้นขาหลังจะตึงง่าย แล้วบางวันมีแปลบ ๆ แถวข้อเท้าด้วย เลยอยากมาแชร์ทริคเล็ก ๆ ให้ทำ “ท่าวอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย” ให้ได้ผลขึ้น (ทำเสริมจาก 5 ท่าเดิมในโพสต์ได้เลย) 1) จัดลำดับให้เป็นวอร์มแบบไดนามิกก่อนเสมอ ท่าที่เหมาะก่อนวิ่งควรเป็นแนวขยับต่อเนื่อง เช่น lateral lunges, hamstring sweeps, leg swing, arm swing แล้วค่อยปิดด้วย jogging เบา ๆ ประมาณ 30 วินาที เหมือนที่เราทำอยู่ เพราะช่วยปลุกร่างกายโดยไม่ทำให้กล้ามเนื้อ “ย้วย” เหมือนยืดค้างนาน ๆ 2) จำนวนครั้ง/ความหนักที่ทำแล้วกำลังดี สำหรับมือใหม่ แนะนำเริ่มที่ “ข้างละ 8–10 ครั้ง” ก็พอค่ะ (หรือ 2 เซ็ตถ้าวันนั้นรู้สึกตึงมาก) หลักคือทำให้รู้สึกอุ่นขึ้น หายใจเริ่มถี่ขึ้นนิดหน่อย แต่ยังไม่เหนื่อยหอบ ถ้าทำหนักเกินไปจะหมดแรงก่อนวิ่งจริงได้ 3) โฟกัสจุดที่นักวิ่งใช้เยอะ: สะโพก น่อง และข้อเท้า - ตอนทำ leg swing แนะนำ “หาที่จับ” เพื่อทรงตัว แล้วแกว่งแบบคุมจังหวะ อย่าเหวี่ยงแรงจนหลังแอ่น จะได้เปิดสะโพกและเพิ่ม mobility จริง ๆ - ก่อนเริ่ม jogging ลองเขย่งยกส้นเบา ๆ หรือหมุนข้อเท้า 10 รอบ/ข้าง เพิ่มอีกนิด จะช่วยให้ข้อเท้าตื่นตัวขึ้น (เราเพิ่มตอนวันที่ต้องวิ่งบนพื้นแข็ง) 4) ใช้เวลารวมแค่ 5–8 นาที แต่คุ้มมาก เราจะตั้งเวลาไว้เลยค่ะ: ท่าละประมาณ 30–45 วินาที (หรือข้างละ 10 ครั้ง) แล้วต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดนาน พอทำครบจะรู้สึกว่าขา “เบา” และก้าวแรกตอนออกวิ่งไม่ฝืด 5) หลังวิ่งค่อยคูลดาวน์แบบยืดค้าง อันนี้หลายคนสลับกันค่ะ แต่ส่วนตัวเราจะเก็บ “ยืดค้าง” ไว้หลังวิ่งแทน เช่น ยืดน่อง/ต้นขาหลังค้าง 20–30 วินาที จะช่วยลดตึงวันถัดไปได้ดี สรุปคือ ถ้าใครกำลังหา “ท่าวอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย” หรือ “ท่าวอร์มก่อนวิ่ง” ที่ทำง่ายและใช้เวลาน้อย 5 ท่าหลักในโพสต์นี้ทำได้ทุกวันเลยค่ะ ทำแล้วค่อยออกตัววิ่งจริง จะรู้สึกวิ่งสบายขึ้นมาก ๆ และลดโอกาสเจ็บจุกจิกระหว่างทางได้จริง

ค้นหา ·
วอร์มอัพก่อนวิ่ง

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ wimon_tom
wimon_tom

🤩🤩