เทียบคุชชั่น Time phoria รุ่นไหนดี? #รีวิวบิวตี้ #tiktokบิวตี้ #makeup #timephoria
หลายคนถามเรื่อง “คุชชั่น Time Phoria เทียบสี” และควรเลือกตัวไหนดีระหว่าง MATTE VS GLOW เราเลยสรุปจากการลองแต่งจริงให้แบบเข้าใจง่ายๆ (เผื่อใครกำลังจะกดสั่ง แต่กลัวเลือกพลาด) 1) เริ่มจากทำความเข้าใจฟินิชของ 2 รุ่น - Time Phoria Matte Perfection Cushion: ฟินิชแมทแบบผิวเนียนๆ ไม่แห้งเป็นแป้งเกินไป เหมาะกับวันที่อยากได้งานผิวดูเป๊ะ ถ่ายรูปแล้วผิวดูเรียบขึ้น - Time Phoria Glow Perfection Cushion: ฟินิชโกลว์ฉ่ำกำลังดี ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี เหมาะกับลุคใสๆ หรือวันที่ผิวแห้ง/อยากให้ผิวดูฟู 2) ความปกปิดและการเบลอรูขุมขน จากที่ใช้ ทั้งคู่ให้ความปกปิดระดับค่อนข้างสูง (แนว full coverage) ใกล้เคียงกัน จุดที่ต่างคือ “ภาพรวมบนผิว” - รุ่น Matte จะช่วยให้รูขุมขนดูเบลอไวกว่า โดยเฉพาะแก้ม/ข้างจมูก - รุ่น Glow จะยังปกปิดดี แต่ความเงาจะทำให้พื้นผิวจริงดูเด่นขึ้นนิดหน่อย ถ้าใครมีรูขุมขนกว้างมาก แนะนำแตะไพรเมอร์เฉพาะจุดก่อน จะสวยมาก 3) เทียบสีคุชชั่น Time Phoria ให้ไม่พลาด เวลาเทียบสี แนะนำทำ 2 จุด: ปาดที่แนวกราม (ใกล้คอ) และแตะบนแก้ม เพราะแก้มบางคนแดงง่าย สีที่ใช่ต้อง “กลืนกับคอ” มากกว่าสว่างที่สุด ทริคส่วนตัว: รอให้เซ็ต 3–5 นาทีแล้วค่อยดูสีจริง เพราะคุชชั่นบางตัวพอแห้งจะดรอป/เข้าที่อีกนิด 4) เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว - ผิวมัน/ผสมมัน: เอนไปทาง Matte ก่อน จะคุมมันและล็อกผิวได้ง่ายกว่า - ผิวแห้ง/ขาดน้ำ: Glow จะช่วยให้ผิวดูไม่กรัง โดยเฉพาะบริเวณร่องแก้ม - ผิวผสม: ใช้ “สองตัวคู่กัน” ก็ได้เลย—Matte ที่ T-zone และ Glow ที่แก้ม/จุดที่อยากให้ดูฟู 5) ความติดทนและการเซ็ตงานผิว ถ้าวันนั้นต้องออกไปข้างนอกนานๆ แนะนำเซ็ตแป้งบางๆ เฉพาะจุด (โดยเฉพาะรุ่น Glow) จะช่วยให้ความฉ่ำยังอยู่แต่ไม่เยิ้ม ส่วนรุ่น Matte ถ้าอยากให้ผิวไม่แบนเกินไป ให้แตะไฮไลต์บางๆ แทน สรุปง่ายๆ: ถ้าอยากได้ผิวเนียน เป๊ะ เบลอรูขุมขนไว เลือก Matte แต่ถ้าอยากได้งานผิวฉ่ำๆ ผิวดูสุขภาพดี เลือก Glow ส่วนเรื่องเทียบสี ให้ยึด “กลืนคอ” และรอให้สีเซ็ตก่อนตัดสินใจ จะเลือกคุชชั่นไทม์ฟอเรียได้แม่นขึ้นมาก

