自動翻訳されています。元の投稿を表示する

プレゼント企画!!4つのテクニックと価格で販売中のバナナフライ📌😻

バナナフライ屋を開こうとしている友人たちは、価格を売るべきかどうか疑問に思っています。#バナナ揚げ合理的な利益を得るにはどうすればよいですか?あまり利益はありませんが、バナナフライは販売されており、損失はありません。店は持続可能です。#バナナチーム経験を共有し、与えるために来ます

あなた自身の揚げバナナ店に適用する友人のテクニック。

📌揚げバナナの価格はよく販売し、利益を得る。

それは4つの主要な部分に分かれています。

😻1.1セットあたりの部分あたりの費用を計算して下さい

原材料(バナナ、小麦粉、砂糖、ごま、ココナッツ、揚げ油など)

包装(袋、箱、二次紙)

潜在的なコスト(ガス/電気、賃金、家賃、買い物へのガス)

👉は、実際のコストを知るためにすべてのバーツを含める必要があります。

5個のバナナフライ+1袋=10バーツ

😻2.適度な利益と。

📌最小利益コストの30-50%(家の前で小さな販売)

📌忙しい近所、ブランディング、かわいいパッケージを販売する場合、最大70-100%の利益が得られます。

😻3.市場と顧客グループを見てください。

一般/路上市場: 20-25バーツ/セット(大量価格)

フリーマーケット/学校前: 20バーツは多いです。簡単に購入してください。流暢に販売してください。

アトラクション/モール:購入者が利便性とイメージを重視するため、40〜60バーツ/セット

配達:配送料とGP/Vat料金があるため、店舗販売価格の30〜35%を追加する必要があります。

😻4.インセンティブ価格

例えば複数のサイトを作成する

20-25バーツ(小)

30-40バーツ(中)

50-65バーツ(大)

価格、丸め数(20、30)または心理的数(19、29)を設定してください。

「3つ買うと1つになる」というようなプロを作ってください。」

または

50バーツ、2個追加。

📌簡単な要約:

価格設定=実際のコスト+30-70%の利益を設定し、場所、顧客、競合他社に応じて調整します。

😁#バナナかっこいいあまり高くは売っていませんが、リーズナブルな価格で、おいしい揚げバナナ、おいしい味、アクセスしやすい価格、自分で食べるには十分ではないことを強調しているバナナ揚げ店です。👍

❤️#バナナ揚げお友達の揚げバナナ屋さんが成長し、持続可能なビジネスに成長しますように。皆様にとって励みになります。

何を販売していますか?

2025/9/16 に編集しました

... もっと見るถ้าเพื่อนๆ กำลังดู “แบบร้านกล้วยทอด” เพื่อเริ่มขาย หรืออยากต่อยอดไปทาง “แฟรนไชส์กล้วยทอด” สิ่งที่ควรคิดเพิ่มจากเรื่องตั้งราคา คือ “ทำให้หน้าร้าน/ระบบขายมันทำซ้ำได้” เพราะแฟรนไชส์จะโตได้ต้องคุมคุณภาพและคุมต้นทุนให้ใกล้เคียงกันทุกจุดขายค่ะ 1) แบบร้านกล้วยทอดที่ขายง่าย (เริ่มเล็กก่อน) จากประสบการณ์ ร้านเล็กที่เวิร์กมักมี 3 โซนชัดๆ: โซนเตรียม (หั่น/คลุกแป้ง), โซนทอด, โซนแพ็ก/รับเงิน ถ้าพื้นที่จำกัด ให้จัดโต๊ะเป็นรูปตัว L จะเดินน้อยและทำงานเร็วขึ้น ลูกค้าจะเห็นขั้นตอนทอดชัดๆ ยิ่งช่วยเพิ่มความน่าซื้อด้วย 2) เมนูต้อง “สั้นแต่ขายได้” เพื่อคุมต้นทุน ช่วงเริ่มต้นอย่าทำเมนูยาวเกินไป แนะนำมี 2–3 ขนาดตามที่ตั้งไว้ (เล็ก/กลาง/ใหญ่) และเลือกท็อปปิ้งที่ใช้ร่วมกันได้ เช่น งา/มะพร้าว/น้ำตาล จะสต็อกง่าย ของไม่ค้าง พอขายนิ่งแล้วค่อยเพิ่มเมนูพิเศษ (เช่น กล้วยทอดกรอบพิเศษ หรือเซ็ตคู่เครื่องดื่ม) 3) วางสูตรมาตรฐาน (Standard) เผื่อทำแฟรนไชส์กล้วยทอด ถ้าคิดไกลเรื่องแฟรนไชส์ ให้เริ่มเขียน “สูตรเป็นกรัม” ตั้งแต่วันแรก เช่น แป้งกี่กรัมต่อน้ำกี่มิล, เวลาพักแป้ง, อุณหภูมิน้ำมัน/เวลาทอดต่อรอบ รวมถึงขนาดชิ้นกล้วยต่อ 1 ชุด (เช่น 5 ชิ้น/7 ชิ้น) เพราะสิ่งนี้ทำให้ต้นทุนต่อชุดนิ่ง และทำให้สาขาอื่นทำรสชาติใกล้กันได้ 4) ทำแพ็กเกจจิ้งให้เข้ากับทำเล (ช่วยอัปได้ทั้งราคาและภาพลักษณ์) ถ้าขายตลาด/หน้าโรงเรียน ถุง+กระดาษรองพอแล้ว แต่ถ้าจะไปห้าง/แหล่งท่องเที่ยว หรือหวังยอดเดลิเวอรี่ ให้ลองใช้กล่องที่กันไอน้ำ (มีช่องระบายเล็กๆ) เพราะกล้วยทอดจะไม่แฉะ ลูกค้ากินแล้วประทับใจ โอกาสกลับมาซื้อซ้ำสูงขึ้น และช่วยรองรับราคาที่สูงขึ้นได้แบบสมเหตุสมผล 5) แฟรนไชส์ต้องคิด “โครงสร้างต้นทุน” มากกว่าหน้าร้าน หลายคนตั้งราคาหน้าร้านได้แล้ว แต่พอทำแฟรนไชส์จะมีต้นทุนเพิ่ม เช่น ค่าแพ็กสูตร/สอน/คู่มือ/การตลาด/ระบบจัดส่งวัตถุดิบ ถ้าจะทำจริง ลองแยกเป็น 2 ส่วน: (ก) ต้นทุนหน้าร้านต่อชุด (ข) ต้นทุนสนับสนุนแฟรนไชส์ต่อสาขา แล้วค่อยกำหนดรูปแบบรายได้ เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือกำไรจากการขายวัตถุดิบ/แพ็กแป้ง 6) เช็กลิสต์ก่อนปล่อยแฟรนไชส์กล้วยทอด (แบบไม่รีบ) - มียอดขายเฉลี่ยนิ่งอย่างน้อย 2–3 เดือน - สูตรทำซ้ำได้ และคนอื่นทำตามแล้วรสชาติใกล้เคียง - คุมต้นทุนต่อชุดได้จริง (มีตัวเลขต้นทุน วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ต้นทุนแฝง) - มีคู่มือการทอด/การจัดการน้ำมัน/มาตรฐานความสะอาด - มีคำแนะนำทำเลและราคาขายแนะนำตามพื้นที่ สรุปคือ “แบบร้านกล้วยทอด” ที่ดีจะช่วยให้ขายคล่อง ส่วน “แฟรนไชส์กล้วยทอด” ต้องมีระบบที่ทำซ้ำได้และคุมต้นทุนได้ค่ะ ถ้าเพื่อนๆ ทำ 4 เทคนิคตั้งราคาขายให้แม่น แล้วเสริมด้วยการจัดร้าน+มาตรฐานสูตรตามนี้ จะต่อยอดจากร้านเล็กไปสู่หลายจุดขายได้ง่ายขึ้นมากค่ะ