Glow up story ep.2 เดินทางสู่ร่างทองกันเถ๊อะะะ

สวัสดีค่ะ😆 กลับมากับ Ep.2 ของ glow up story ในส่วนนี้ไนซ์จะขอมาเล่าในส่วนกระบวนการที่ตัวเองได้ลองทำมาแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีกับตัวเองนะคะ

โดยเป้าหมายการพัฒนาตัวเองในครั้งนี้ก็เพื่อสร้าง lifestyle ที่ดีให้กับตัวเองค่ะ เพื่อจะเป็นนิสัยให้ติดตัวเราไปตลอด

•ก่อนอื่นเลยมาทำความเข้าใจกับการสร้างนิสัยกันก่อน ✅

-เรารื้อนิสัยของเราที่เป็นอุปสรรคทิ้ง ขัดเกลานิสัยที่สามารถพัฒนาได้และสร้างนิสัยที่ส่งผลดีกับชีวิตเราค่ะ

การจะมีนิสัยใด ๆ ขึ้นมาได้จะต้องมีต้นกำเนิดมาจากความเคยชิน ทำบ่อย ๆ ทำจนจำได้เป็นปกติ ฉะนั้นการเริ่มปั้นนิสัยขึ้นมาจะต้องอาศัยวินัย ความเข้าใจ และความอดทนค่ะ โดยไนซ์สรุป แนวทางการสร้างนิสัยสำหรับ glow up story มาแล้วสั้นๆ 4 ข้อ ซึ่งเป็น กุญแจสู่ “ร่างทอง” ของเราค่ะ

•เราก็มาเริ่มด้วย 🗝️กุญแจดอกแรก “ตั้งเป้าหมาย”

-การตั้งเป้า : สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เป็นความต้องการของตัวเองโดยจริง ไม่มีผิดหรือถูก ตั้งเป้าหมายด้วยความซื่อตรงเพราะเป้าหมายเล่านั้นจะมีคุณค่า และสามารถสร้างพลังภายในตัวเราได้ค่ะ

ตัวอย่าง : อยากมีหุ่นยังงี้จังเลย เพราะอยากใส่ชุดนี้ ,ชอบออร่าคนๆนี้จัง , อยากผอมลงสัก 5 กิโล อยากรู้ว่าตัวเองจะได้มั้ย ,อวบๆโซ๊ะๆ แซ่บ,ชอบจังผิวเล่นแวงอย่างนี้ ,อยากเรียนได้ดีกวานี้

-> จะเห็นว่าเป้าหมายไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลกับใคร ขอแค่เราพอใจก็พอ เป็นอะไรสั้นๆง่ายๆ ยิ่งดีเลยค่ะ

-เมื่อเรามีเป้าหมายของตัวเองแล้ว ลองสื่อออกมาเป็นภาพเพื่อที่เราจะสามารถเห็นได้อย่างง่ายและชัดเจน ยิ่งเป็นการบอกว่ามันสามารถเกิดขึ้นจริงได้ และเป็นการย้ำกับตัวเองว่าเรามีเป้าหมายยังงี้ อย่าลืมซะล่ะ!!!

•🗝️กุญแจดอกที่ 2 “วางแผนการ”

-ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ๆ เป็นการทำความรู้จักตัวเอง และหาข้อมูลเพื่อหาแนวทางของตัวเอง เพราะแผนการเป็นเหมือนแผนที่ไปยังเป้าหมายเรา โดยเราต้องวางแผน 3 หัวข้อย่อย ได้แก่

⭐️วางแผนความคิด : เราต้องเตรียมพร้อม mindset ของเรา เพราะระหว่างทางจะต้องเจออุปสรรคเยอะเลยค่ะ(ข้ออ้างต่าง ๆ ก็ถือเป็นอุปสรรคนะคะ) ไม่ว่าจะเป็น อยากกินของหวาน ตบะแตก อยากพอแล้ว หรือ ค่อยพรุ่งนี้ละกัน ฉะนั้นจึงน้องเตรียมความคิดเราให้แข็งแกร่งค่ะ

-> วิธีการคือคอยบอกตัวเองเสมอว่าเราเป็น คน ค่ะ ไม่จำเป็นต้องตึงสุด เพื่อสร้างความเครียดให้กับจิตใจและร่างกาย หลุดบ้าง พลาดบ้างไม่เป็นไร (ถ้าตั้งใจหลุดอันนี้ไม่เอาน้า) มีรางวัลให้ตัวเองหน่อย และไม่ว่าจะมีเป้าหมายอะไรก็ขอให้ใช้ปัญญาในการพิจารณา เมื่อเกิดอารมณ์ขึ้นมา ลองอยู่นิ่งๆก่อน ค่อยๆคิดว่าเราต้องการแบบ need or want สร้างความสมดุลทั้งเป้าหมายและตัวเอง เช่น อยากกินเค้กชิ้นนี้จังเลย (ไม่ได้ทานของหวานมานานมากก )ก็อาจจะลดสัดส่วนลงจากเดิมที่เคยทานเป็นประจำ ยังงี้ก็ได้ค่ะ เมื่อเราค่อยๆปรับmindset ความเข้าใจให้อยู่เหนืออารมณ์ได้ จิตใจเราจะแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน เมื่อจิตใจเราพร้อม การที่จะดำรงวินัยไปเรื่อยๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วค่ะ

⭐️วางแผนการกิน : การวางแผนการกิน เรื่องนี้ต้องค่อยๆ ปรับเลยค่ะ เพราะกินนั้นสามารถสัมพันธ์กับความสุข สังคม สภาวะจิตใจได้ค่ะ เช่น บางคนชอบการทานข้าวกับเพื่อน ๆ ,ต้องกินชาบูกับแฟนทุกอาทิตย์ ,มักจะทานดึก ,มักให้รางวัลตัวเองเป็นของหวานอร่อยๆ การวางแผนการกินจะทำให้เราอยู่ในเป้าหมายและคงความต้องการของเราไว้ได้บ้างค่ะ โดยเริ่มจากการถามตัวเองว่าจะลดหรือเพิ่มสารอาหารการกินเรายังไง เช่น เริ่มจากการลดของหวาน ทานดึกให้ลดลง ลดทอด ลดมัน ลดปรุง เพิ่มโปรตีน เพิ่มอาหาร โดยค่อยๆเริ่มทีละข้อได้เลย (ทำหลายๆข้อพร้อมกัน เครียดได้นะ)เมื่อเราปรับการทาน ปริมาณ เวลาทานได้ นิสัยการกินเราจะเปลี่ยนเลย สามารถทำการจดบันทึกว่าเราทานอะไรบ้าง มื้อแรกและสุดท้ายตอนไหน เมื่อเรากลับมาดูข้อมูลจะสามารถวิเคราะห์ผลลัพธ์และแนวโน้มได้ รวมถึงเป็นความภูมิใจก้อนโตเลยนะคะ (อะไรที่ใช้ความพยายามมันมีคุณค่าเสมอค่ะ🥹)

⭐️วางแผนการใช้ชีวิต : อันนี้เป็นตัวเชื่อมทุกอย่างไว้ด้วยกันเลยค่ะ เพราะควรที่จะทานอาหาร และปรับmindsetให้เหมาะกับวิถีชีวิตเราค่ะ เช่น เป็นคนเวลาไหน มีช่วงชีวิตที่เร่งรีบหรือเปล่า ต้องการสารอาหารส่วนไหนพิเศษ ต้องพิจารณาถึงแต่ละอย่างในชีวิตว่า สามารถปรับอะไรตรงไหนได้บ้าง อะไรควรไม่ควรปรับ ทำได้ทันทีหรือต้องใช้เวลา ต้องปรับยังไง เหตุผลที่บอกว่าการใช้ชีวิตจะส่งผลต่อทุกอย่างเพราะหากการใช้ชีวิตเราไม่สอดคล้องการกิน กับ ความคิด และหากไม่ยอมรับไม่ยอมปรับ สิ่งที่ได้มาจะเป็นคำพูดสวยหรูที่เรียกว่าข้ออ้าง ในหัวข้อนี้อาจจะดูเคร่งกว่าข้ออื่น ๆ แต่ถ้าเราสามารถปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตที่เราต้องทำได้ จะส่งผลดีมากๆ หากเกิดaccident ที่ไม่สามารถทำตามที่ตั้งไว้ได้ก็ไม่เป็นไรเลยเพราะเรามีความตั้งใจที่จะทำตามแผน ไม่ได้มีข้ออ้างอะไร พลาดก็แค่เอาใหม่😆

•🗝️กุญแจดอกที่ 3 “พฤติกรรมที่เกิดเป็นlifestyle”

-เมื่อเราเริ่มปรับวิถีชีวิตของเราให้เข้ากับเป้าหมายได้แล้ว ขั้นตอนนี้ง่าย ๆ เลย คือทำให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันให้ได้ โดยตั้งวันเอาไว้ค่ะ 7 ,21,30วัน ลองเริ่มได้เลยค่ะ ระหว่างทางในขั้นตอนนี้อย่าลืมที่จะสังเกตตัวเองว่ามีการตอบสนองยังไงด้วยนะคะ เราเครียดมั้ย กดดันมากรึป่าว หิวมั้ยระหว่างวัน ปวดท้องตอนกลางคืน อยากของหวานลดลงรึป่าว หรืออาหารที่ชอบเปลี่ยนไปมั้ย อารมณ์เป็นยังไง สิ่งเหล่านี้สามารถบ่งบอกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเราไปในทิศทางไหน ควรทำอย่างไรต่อ (เป็นขั้นตอนที่ต้องเอาชนะอารมณ์มากๆค่ะ ฝึกความอดทน*100💪🏻)

•🗝️กุญแจดอกสุดท้าย “หล่อเลี้ยงเป้าหมายด้วยแรงบันดาลใจ”

-ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องใช้เวลาและความอดทน ล้วนต้องการเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า นอกจากกำลังใจจากตัวเอง(Moodboard ,ความภาคภูมิใจ)แล้ว แรงบันดาลใจจากภายนอกก็ช่วยเราได้ เช่นเนื้อเพลงที่โดนใจ, แนวคิดจากไอดอลที่เราชอบ, ข้อคิดดีๆที่สามารถนำมาใช้จริงได้,podcast หรือ หนังสือ รวมถึงบุคคลใกล้ตัว การที่เราถูกล้อมรอบไปด้วยแรงบันดาลใจที่ดี สังคมที่มีความหมาย ก็สามารถสร้างพลังผลักดันเราให้ไม่ยอมแพ้ เงยหน้าไปต่อได้ค่ะ😉

ตัวไนซ์เองก็ยังไปไม่ถึงที่ตั้งไว้ค่ะ แต่มาไกลกว่าเดิมเยอะมาก ๆ ถึงจะค่อยๆเปลี่ยนทีละนิด ท้ายที่สุดหันกลับไปดูเรื่องราวที่ผ่านมา มันก็ภูมิใจในตัวเองและพร้อมไปต่อค่ะ✨

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไนซ์ตกตะกอนมาได้จากเรื่องราวในชีวิตแล้วสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้กับตัวเอง โดยในแต่ละหัวข้อก็มีแยกย่อยอีก ทั้งวิธีการทำความรู้จักกับตัวเอง ,รายละเอียดเรื่องการทานที่เหมาะสม ,Mindsetจากไอดอลในดวงใจ………

ในโพสต์ต่อไปไนซ์ก็จะมาเล่าในเรื่อง mindset นะคะ เพราะเมื่อปรับจุดนี้ได้ ใช้ชีวิตเป็นตัวเองขึ้นเยอะเลยค่ะ 🙇🏻‍♀️💕

พูดคุยกันได้เลยนะคะ อยากคุยกับทุกคนมากกกกก

#พัฒนาตัวเอง #howtoglowup #สุขภาพใจ #lemon8boxchallenege #Lemon8ฮาวทู

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากที่ได้ลองปฏิบัติตามกุญแจ 4 ดอกนี้ ดิฉันพบว่าการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นของตัวเองจริง ๆ สำคัญมาก เพราะช่วยให้เรามีพลังในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่รู้สึกกดดันเกินไป เช่น อยากมีสุขภาพดี อยากมีผิวสว่างใส หรืออยากปรับพฤติกรรมการกินที่ดีขึ้น การวางแผนนั้นต้องละเอียดทั้งทางความคิด การกิน และการใช้ชีวิต เพื่อให้แผนที่วางไว้นั้นเหมาะสมกับชีวิตเรา ไม่บังคับจนเกินไป แต่ก็ไม่หลวมจนพลาดได้ง่าย เรื่อง mindset ที่เจอความต้องการอาหารหวานหรือการพักผ่อนก็มีการตั้งกฎเบา ๆ เช่น อนุญาตให้ทานขนมบ้างเล็กน้อยโดยไม่รู้สึกผิด เพื่อให้ใจยังคงแข็งแกร่ง หลังจากทำบ่อย ๆ จนกลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้เราไม่ต้องใช้วินัยที่เข้มงวดอยู่ตลอดเวลา เพราะสิ่งนี้กลายเป็น lifestyle ที่ทำให้อยู่ในเป้าหมายได้อย่างสบายใจ สุดท้าย แรงบันดาลใจจากเพลง หนังสือ หรือคนรอบข้างที่เราชื่นชอบ ช่วยเติมพลังให้เดินหน้าต่อได้ในวันที่เหนื่อยหรือท้อใจจริง ๆ ค่ะ ลองใช้วิธีการเหล่านี้ดู แล้วจะรู้สึกว่าการ glow up ไม่ใช่แค่เรื่องภายนอก แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ลึกลงสู่ใจ เพื่อชีวิตที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมจริง ๆ