Automatically translated.View original post

Instructions on the use of paccopteria

Instructions on the use of paccopteria

Packolbutrazole Works by inhibiting the generation of berellin sips in the durian tree (sibberellin, serves to promote branched growth, stalks, leaves, shoots, roots), resulting in the durian tree not creating new shoots and leaves; the food produced is therefore deposited in the tree when the environment is appropriate.

* * * Paccolbutrazole utilization rate * * *

- 25% pacolbutrazole, 800-1,200 cc rate per 200 liters of water.

- Paccolbutrazole 15% rate 1,300-2,000 grams per 200 liters of water

- Packolbutrazole 10% at 2,000-3,000 grams per 200 liters of water

Note: Use rate depends on weather, rainfall amount, humidity.

- If the soft leaf is broken due to inclement weather within 10-15 days after the substance is made, respray the substance at half the concentration of the first.

* * * Caution!! Using the right amount of packclobutrazol will promote flowering, but if used too much or inappropriately, it can cause dilapidated durian plants and root damage.

* * * If there is rain in the weather for about 30-45 days, the form will come to see * * *

# Agriculture # Packolbutrazole # Plant durian # Sipping berellin # Durian food collection

2025/10/3 Edited to

... Read moreหลายคนถามกันบ่อยว่า “สารแพคโคลบิวทราโซลออกฤทธิ์กี่วัน” สำหรับที่ผมเจอในสวนทุเรียนจริงๆ หลังราด/พ่นไปแล้ว อาการคุมยอดจะค่อยๆ เห็นชัดในช่วงประมาณ 7–15 วัน (ขึ้นอยู่กับฝน ความชื้น ความสมบูรณ์ต้น และอัตราที่ใช้) จุดสังเกตง่ายๆ คือยอดใหม่จะเดินช้าลง ใบอ่อนออกน้อยลง ทำให้ต้นมีโอกาส “สะสมอาหาร” มากขึ้นเพื่อไปฟอร์มตาดอก ถ้าถามว่า “ทำไมบางแปลงไม่เห็นผล” ส่วนใหญ่จะติดที่สภาพอากาศและน้ำในดินครับ ถ้าหลังทำสารแล้วฝนลงถี่/ความชื้นสูง ต้นจะยังแตกใบอ่อนได้ หรือบางทีสารถูกชะล้าง ทำให้ประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นช่วงที่เหมาะคือทำตอนฝนทิ้งช่วง ดินไม่แฉะ และควบคุมน้ำได้ พอทำแล้วถ้าเกิดอากาศแปรปรวนจนแตกใบอ่อนภายใน 10–15 วัน ผมจะยึดหลัก “พ่นซ้ำครึ่งอัตรา” เพื่อคุมยอดให้กลับมาอยู่ทรง (ไม่เน้นซ้ำเต็มอัตราเพราะเสี่ยงต้นโทรม) อีกข้อที่คนมองข้ามคือ “ต้นต้องพร้อมก่อนใช้สารแพคโคลบิวทราโซล” ถ้าต้นยังอ่อนแอ รากไม่เดิน ใบไม่แก่พอ หรือเพิ่งให้ผลผลิตหนักๆ มา การไปกดการเจริญเติบโตเพิ่มอาจทำให้ทรุดได้ ผมจะแนะนำให้เช็ก 3 อย่างก่อนเสมอ: 1) ใบชุดล่าสุดต้องแก่จัด 2) ระบบน้ำ-ดินระบายน้ำดี 3) ต้นไม่ขาดธาตุอาหาร (โดยเฉพาะโพแทสเซียมและแคลเซียมที่ช่วยเรื่องความแข็งแรง) เรื่องความคาดหวังหลังทำสาร ถ้าสภาพอากาศเป็นใจและมีฝนทิ้งช่วงต่อเนื่อง โดยทั่วไปประมาณ 30–45 วันจะเริ่มเห็น “ตาดอกเล็กๆ สีเขียวอ่อน” โผล่ตามกิ่ง (ลักษณะเป็นช่อดอกอ่อนๆ) ช่วงนี้ผมจะระวังอย่าให้น้ำมากจนยอดกลับมาเดินแรง และคอยสำรวจช่อดอกทุกสัปดาห์ เพราะถ้าต้นแตกใบอ่อนแข่งกับดอก จะดึงอาหารไปทางใบ ทำให้ช่อดอกหลุดหรือฟอร์มไม่สวยได้ สุดท้ายข้อควรระวังสำคัญ: แพคโคลบิวทราโซล “ไม่ใช่ยาวิเศษ” ใช้มากเกินหรือถี่เกิน ต้นทุเรียนอาจโทรม รากเสียหาย และฟื้นตัวยาก ผมเลยย้ำเสมอว่าให้เริ่มจากอัตราที่เหมาะกับสภาพอากาศ/ความชื้นในแปลง และจดบันทึกวันทำสาร อัตรา และอาการต้นไว้ทุกครั้ง จะช่วยให้ปีต่อไปปรับได้แม่นขึ้นครับ