ผู้นำเข้า–ผู้ส่งออกต้องรู้! 3 ค่าใช้จ่ายท่าเรือที่
ผู้นำเข้า–ผู้ส่งออกต้องรู้!
3 ค่าใช้จ่ายท่าเรือ
ที่เจอได้ทุกครั้ง #อยากนำเข้าส่งออกบอกครูโหน่ง #ผู้นำเข้าส่งออกมือใหม่ #logistics #พัฒนาตนเอง #import
หลายคนค้นคำว่า “ค่าภาระท่าเรือ” เพราะเจอบิลจากสายเรือ/ท่าเรือแล้วตกใจว่าทำไมมีหลายบรรทัดมาก สิ่งที่ผมเจอบ่อยตอนเริ่มทำงานนำเข้า–ส่งออกคือ 3 รายการหลักที่แทบหนีไม่พ้น ได้แก่ Demurrage Charge, Detention Charge และ Storage Charge ซึ่งแต่ละตัวคิดเงินคนละเหตุผล ถ้าแยกให้ออกจะคุมต้นทุนได้ง่ายขึ้นมาก 1) Demurrage Charge (ค่าค้างตู้ในท่า/ที่ลานของท่าเรือ) อธิบายแบบเข้าใจง่าย: ตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือแล้ว “ยังวางอยู่ในเขตท่าเรือ” เกินเวลาฟรี (Free time) ก็จะเริ่มคิด Demurrage ผมเคยพลาดเพราะเอกสารปล่อยของไม่ครบ ทำให้ตู้ยังออกไม่ได้ แม้ของถึงแล้วก็โดนค่าค้างตู้เพิ่มทุกวัน วิธีเช็กคือดูวัน “Discharge/Arrival” เทียบกับจำนวนวันฟรีที่สายเรือให้ และวันที่เราดึงตู้จริง 2) Detention Charge (ค่าค้างตู้ด้านนอกท่า/คืนตู้ช้า) ตัวนี้เกิดหลังจากเราเอาตู้ออกมาแล้ว แต่ “คืนตู้เปล่าที่ลาน (Depot) ไม่ทันเวลา” เกินฟรีไทม์ก็คิด Detention ผมเจอบ่อยในช่วงรถติด/นัดคืนตู้ไม่ทัน หรือโรงงานโหลดของช้า แนะนำให้วางแผนคิวรถ+คิวคลังล่วงหน้า และเช็กวันสุดท้ายที่ต้องคืนตู้ (Last free day) ให้ชัดเจน 3) Storage Charge (ค่าฝากเก็บสินค้า/ตู้ในพื้นที่ท่า) หลายคนสับสนกับ Demurrage เพราะคำว่า “ค้างในท่า” เหมือนกัน แต่ Storage มักเป็น “ค่าพื้นที่จัดเก็บ” ที่ท่าเรือคิดตามเรทของท่า (แล้วแต่ท่า/ประเภทสินค้า/ช่วงเวลา) บางเคสอาจโดนทั้ง Storage และ Demurrage พร้อมกันได้ ขึ้นกับเงื่อนไขและผู้เรียกเก็บ ทิปที่ผมใช้เพื่อลดค่าภาระท่าเรือ - ขอ Free time เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง (โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน) - เช็กเอกสารล่วงหน้า: BL/DO/ใบอนุญาต/พิธีการศุลกากร ถ้าติดเอกสาร 1 วัน ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งทันที - วางแผนวันดึงตู้ให้สัมพันธ์กับคิวรถและวันทำการของท่า/Depot (รวมเสาร์-อาทิตย์/วันหยุด) - ขอ breakdown บิล: แยก Demurrage/Detention/Storage ชัด ๆ แล้วเทียบกับวันจริงใน timeline ของงาน สรุปสั้น ๆ ถ้าคุณเข้าใจว่า “ค้างในท่า = Demurrage/Storage” และ “เอาออกแล้วคืนช้า = Detention” คุณจะอ่านบิลค่าภาระท่าเรือได้ทันที และเริ่มคุมต้นทุนงานนำเข้า–ส่งออกได้แบบเป็นระบบ





























