Get carpet washing, cushion washing, car cleaning
หลายคนคิดว่า “ดูดฝุ่น” อย่างเดียวก็พอ แต่พอใช้รถทุกวันจะเจอปัญหาคราบฝังแน่น กลิ่นอับ และฝุ่นสะสมตามพรม-เบาะแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะรถที่มีเด็ก/สัตว์เลี้ยง หรือชอบกินของในรถ คราบน้ำหวาน กาแฟ และเหงื่อจะซึมลงเนื้อผ้า ทำให้ภายในรถเหม็นอับได้ง่าย ฉันเลยอยากแชร์สิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้ารับบริการซักพรมทำความสะอาดภายในรถ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์คุ้มที่สุด ก่อนเริ่มงาน ฉันจะเช็กจุดสกปรกหลัก ๆ เช่น พรมพื้นใต้เบาะ ร่องเบาะ ขอบยางประตู ช่องแอร์ และคอนโซล เพราะเป็นจุดที่ฝุ่นสะสมและเป็นแหล่งกลิ่นได้ดี จากนั้นจะดูดฝุ่นละเอียดให้ทั่ว “ภายในรถ” ก่อนเสมอ เพื่อเอาเศษทราย/ผงออก ไม่ให้กลายเป็นโคลนตอนซัก ส่วนขั้นตอนซักเบาะพรมรถยนต์ ถ้าเป็นคราบทั่วไปจะใช้โฟม/น้ำยาทำความสะอาดแล้วแปรงเบา ๆ เน้นไม่ทำให้ใยผ้าฟูหรือสีซีด แล้วค่อยดูดน้ำออกให้มากที่สุด จุดที่เป็นคราบฝังแน่น (เช่น คราบโคลน คราบกาแฟ) จะต้องทำซ้ำเป็นรอบ ๆ และระวังไม่ชุ่มเกินไป เพราะถ้าเบาะหรือพรมชื้นนานจะกลับมา “กลิ่นอับ” ได้ เรื่องสำคัญที่ลูกค้ามักถามคือ ใช้เวลานานไหม? โดยทั่วไปงานทำความสะอาดภายในรถ + ซักพรมจะใช้เวลาตามความสกปรก และควรเผื่อเวลาตาก/อบให้แห้ง ถ้าอยากให้แห้งไว แนะนำให้จอดในที่อากาศถ่ายเท เปิดกระจกแง้ม ๆ หรือเปิดพัดลมช่วยไล่ความชื้น หลีกเลี่ยงปิดรถทิ้งไว้ทันทีหลังซัก ทริคดูแลหลังซักให้สะอาดนานขึ้นที่ฉันทำเป็นประจำคือ 1) วางพรมยางทับพรมผ้าเพื่อลดคราบ 2) ห้ามทิ้งแก้วน้ำ/อาหารค้างคืน 3) เขย่าพรมหน้ารถทุกสัปดาห์ 4) พกผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดคราบทันที ถ้าหกปุ๊บซับปั๊บจะไม่ฝังแน่น ถ้าต้องการให้ประเมินงานไว แนะนำถ่ายรูปจุดที่อยากให้เน้น เช่น พรมพื้นฝั่งคนขับ รอยคราบที่เบาะ หรือบริเวณที่มีกลิ่น แล้วแจ้งรุ่นรถ/สภาพคราบ จะช่วยกะเวลาและเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดภายในรถได้ตรงจุดมากขึ้นค่ะ



















































































