The naming technique let the client find us.
Who says the name is not important... because one of the customers found us!
We can put some of the most popular words in the commentary. It's another technique that makes customers find us. 👩💻
# Free Lance # Job review # Fastwork # Practice diligently doing
เวลาคิดชื่อร้านหรือชื่อร้านออนไลน์ ฉันจะเริ่มจาก “ให้ลูกค้าเดาได้ทันทีว่าเราขายอะไร” เพราะชื่อที่สื่อหมวดหมู่ชัด ๆ มักช่วยให้คนค้นหาแล้วคลิกเข้ามาง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาคนพิมพ์คำกว้าง ๆ ใน Google เช่น “ไอเดียตั้งชื่อร้าน/การตั้งชื่อร้าน/คิดชื่อร้าน” ถ้าชื่อเรามีคำที่เกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ หรือสไตล์ร้าน โอกาสติดตาจะสูงขึ้นค่ะ 1) สูตรคิดชื่อร้านแบบง่าย (ที่ฉันใช้บ่อย) - [สินค้า/บริการหลัก] + [จุดเด่น] เช่น “ขนมคลีน…”, “เสื้อผ้ามินิมอล…” - [กลุ่มลูกค้า] + [สินค้า] เช่น “คุณแม่…”, “วัยทำงาน…” - [ชื่อแบรนด์] + [คำบอกประเภท] เช่น “…เบเกอรี่”, “…สกินแคร์”, “…สตูดิโอ” ทริกคือใส่คำประเภทไว้ท้ายชื่อ (Bakery/Studio/Shop/Official) เพื่อช่วยให้คนเข้าใจทันที และยังเอาไปใช้สม่ำเสมอได้ทุกแพลตฟอร์ม 2) ใส่คีย์เวิร์ดใน “คำอธิบาย” ให้คนหาเจอมากขึ้น บางครั้งชื่อร้านสั้น ๆ เก๋ ๆ อย่างเดียว อาจไม่พอให้ Google เข้าใจว่าเราทำอะไร ฉันเลยชอบ “ใส่ผสมไปกับคำอธิบายงาน/คำอธิบายร้านของเรา” เช่น - ขายอะไร (คำหลัก 1-2 คำ) - สไตล์/จุดเด่น (เช่น งานด่วน งานพรีเมียม ส่งฟรี) - พื้นที่/ออนไลน์ (ถ้ามีหน้าร้าน) ตัวอย่างโครงคำอธิบาย: “ร้าน… ขาย… (คีย์เวิร์ดหลัก) รับ… ส่ง… เหมาะกับ…” แบบนี้ช่วยให้คนเสิร์ชคำทั่วไปแล้วเจอเราจากคำอธิบายได้ค่ะ 3) ไอเดียตั้งชื่อร้านออนไลน์ให้จำง่ายและค้นหาง่าย - หลีกเลี่ยงคำยาวเกิน 20 ตัวอักษร (พิมพ์ยาก/จำยาก) - ออกเสียงง่าย ไม่ซ้ำคำสะกดยาก - เลี่ยงตัวเลข/สัญลักษณ์เยอะ ๆ (คนมักจำไม่ตรง) - ถ้าจะใช้คำอังกฤษ เลือกคำที่คนไทยคุ้นเคย และสะกดได้ตรงกัน 4) เช็กลิสต์ก่อนล็อกชื่อจริง - ลองเสิร์ชชื่อที่คิดใน Google/โซเชียลว่าซ้ำเยอะไหม - เช็กชื่อผู้ใช้บนแพลตฟอร์มที่จะขาย (IG/TikTok/FB/Marketplace) - ลองให้เพื่อน 3 คนอ่านแล้วทายดูว่า “ร้านนี้ขายอะไร” ถ้าทายไม่ออก ให้กลับไปเติมคำบอกประเภท 5) ถ้าอยากได้ตัวช่วยแบบเว็บตั้งชื่อร้านอาหาร/ร้านทั่วไป ฉันแนะนำให้ใช้เว็บสร้างชื่อเป็น “เครื่องมือแตกไอเดีย” แล้วคัดเฉพาะชื่อที่สื่อสารชัด จากนั้นปรับให้เข้ากับเอกลักษณ์ร้านเราอีกที อย่าใช้ทับ ๆ แบบไม่ปรับ เพราะมักซ้ำหรือไม่เข้ากับแบรนด์ค่ะ สรุปที่ฉันใช้จริงคือ: ชื่อร้านให้สั้น จำง่าย สื่อหมวดหมู่ + เติมคีย์เวิร์ดลงในคำอธิบายให้ครบ (ใส่ผสมไปกับคำอธิบายงานของเรา) แบบนี้ทั้งคนและ Google จะเข้าใจตรงกันว่าเราคือร้านอะไร โอกาสที่ลูกค้าหาเราเจอก็เพิ่มขึ้นค่ะ




























































