Automatically translated.View original post

Employers must pay their wages on time.

# Law cleared 1 minuteKnow the labor law in a minute.

Work is required to receive ✅ wages. Employers are obliged to pay as agreed (not less than the minimum wage). They must be paid fully on time. According to the Workers Protection Act Section 70.

.

❌, when not paying, it is defaulted. The employee can inform the Department of Welfare and Labor Protection ✅ in person. No lawyer is required. No action is required.

.

The employer shall pay all back wages, including 15% interest per year, and if it is willful not to pay without reasonable cause, a further fine of 720% per year, the employer shall also pay in accordance with the Workers Protection Act Section 9. 💜🙏

-----------------------------

# Labour law # Wages # Salary # Law cleared

2025/11/29 Edited to

... Read moreหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 70 นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างครบถ้วนและตรงเวลาที่กำหนด ซึ่งการไม่จ่ายค่าจ้างตามเวลานั้นถือเป็นการผิดสัญญาจ้างงานอย่างชัดเจน ในกรณีนี้ ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านทนายความหรือเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้ เพื่อปกป้องสิทธิของตนเองและสร้างบรรทัดฐานให้กับสถานประกอบการ จากข้อมูลที่ได้รับการยืนยัน ลูกจ้างยังสามารถฟ้องเรียกค่าจ้างที่ไม่ได้รับย้อนหลังได้ภายใน 2 ปีนับตั้งแต่วันครบกำหนดจ่ายค่าจ้างงวดนั้นๆ โดยแค่มีหลักฐานแสดงว่าทำงานจริง เช่น สลิปเงินเดือนหรือบันทึกเวลาทำงาน ก็ถือเป็นพยานหลักฐานเพียงพอ แม้ว่าจะไม่มีการทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม นอกจากนี้ กฎหมายยังระบุให้นายจ้างที่ผิดนัดจ่ายค่าจ้างต้องจ่ายเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย 15% ต่อปี หากนายจ้างจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุผลสมควร มีโทษปรับทางแพ่งเพิ่มอีกถึง 720% ต่อปี ซึ่งมาตรการทางกฎหมายนี้มีจุดประสงค์เพื่อยืนยันความสำคัญของการเคารพสิทธิแรงงานและสวัสดิการที่ควรได้รับอย่างเต็มที่ สำหรับลูกจ้างที่อยู่ในสถานการณ์นี้ แนะนำให้รวบรวมหลักฐานทุกชนิด เช่น ใบเสนอเงินเดือน ใบแจ้งยอดเงินเดือน และบันทึกรายละเอียดเวลาทำงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการร้องเรียนและฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย การเคลื่อนไหวเช่นนี้จะช่วยสร้างความรับผิดชอบต่อภาระกฎหมายให้กับนายจ้างและปกป้องสิทธิของแรงงานอย่างแท้จริง ท้ายที่สุด สิ่งสำคัญคือการที่ลูกจ้างรู้จักสิทธิของตนเองและไม่ลังเลที่จะใช้ช่องทางที่กฎหมายเปิดให้ เพื่อให้ได้ค่าจ้างตรงตามที่ตกลงและสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้ปฏิบัติงานทุกคน