มาสายถูกหักเงินแล้ว ยังออกหนังสือเตือนได้อีกเหรอ

#lawเคลียร์1นาที รู้กฎหมายแรงงานใน 1 นาที 💜

👉🏻 มาทำงานสาย เป็นความผิดทางวินัย นายจ้างมีสิทธิออกหนังสือเตือน

👉🏻 แต่จะต้องออกกี่ครั้งถึงจะนำมาเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

👉🏻 ต้องพิจารณาตามความหนักเบาของความผิด สายกี่นาที นายจ้างได้รับผลกระทบอย่างไร ระเบียบการลงโทษกำหนดอย่างไร คือเหตุสำคัญในการพิจารณา

👉🏻 หากลงโทษครบตามระเบียบแล้ว หรือผิดซ้ำตามสมควรแล้ว นายจ้างมีสิทธินำมาเป็นเหตุในการเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119(4)

.

✅ ตัวอย่างเพิ่มเติม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1353/2567

.

❌ แต่การมาสาย นายจ้างไม่มีสิทธิหักค่าจ้าง ดังนั้น เมื่อถูกหัก ลูกจ้างมีสิทธิไปเรียกคืนย้อนหลังได้ภายในอายุความ 2 ปี นับตั้งแต่งวดค่าจ้างที่ถูกหัก แจ้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นะคับผม

#มาทำงานสาย #หนังสือเตือน #กฎหมายแรงงาน #lawเคลียร์

3/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่เคยเจอกรณีมาสายถูกหักเงินเดือน พบว่าหลายคนไม่ทราบว่าการหักเงินเดือนนั้นถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 76 ซึ่งนายจ้างไม่สามารถทำได้ การที่นายจ้างเลือกที่จะออกหนังสือเตือนแม้ว่าจะเกิดความผิดซ้ำๆ ก็เป็นเครื่องมือทางวินัยที่ถูกกฎหมาย และมีขั้นตอนชัดเจนในการพิจารณาลักษณะความผิด เช่น จำนวนเวลาที่มาสาย ผลกระทบต่อนายจ้าง และระเบียบการลงโทษ ในกรณีที่ถูกหักเงินเกิดขึ้น ผู้ได้รับผลกระทบควรรีบดำเนินการขอคืนเงินภายในอายุความ 2 ปี พร้อมทั้งสามารถแจ้งเรื่องกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ เท่าที่ทราบคือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1353/2567 ก็ได้ยืนยันแนวทางนี้ชัดเจน การมาทำงานสายยังคงเป็นความผิดทางวินัยที่นายจ้างสามารถออกหนังสือเตือนได้ เพื่อแจ้งเตือนและแก้ไขพฤติกรรมก่อนจะมีการลงโทษหนักขึ้น เช่น การเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ตามมาตรา 119(4) หากผิดซ้ำอย่างต่อเนื่องและตามระเบียบกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม การลุกขึ้นมาสร้างสติและความเข้าใจว่าความผิดทางวินัยจะต้องผ่านขั้นตอนและไม่ละเมิดสิทธิแรงงานอื่นๆ เช่น การหักเงินเดือนโดยไม่ถูกต้องจะช่วยป้องกันปัญหาในอนาคตได้อย่างดี จึงแนะนำให้ทุกท่านที่เจอปัญหานี้ศึกษาและทำความเข้าใจในกฎหมายแรงงานอย่างละเอียด และหากเจอกรณีที่ถูกหักเงินหรือไม่เห็นด้วยกับการออกหนังสือเตือน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแจ้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง เนื่องจากกฎหมายมีช่องทางคุ้มครองผู้ใช้แรงงานอย่างชัดเจน และความรู้ในเรื่องนี้ช่วยลดความขัดแย้งในที่ทำงานและส่งเสริมความเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง