เสพของมึนเมาระหว่างทำงาน เลิกจ้างได้ไหม?

😵‍💫 เสพของมึนเมาระหว่างทำงาน ยังไม่เกิดความเสียหาย เลิกจ้างได้ไหม?

💬 คำตอบ: ได้ค่ะ แต่ไม่ใช่ทุกกรณี

หากลูกจ้างเสพของมึนเมาระหว่างทำงาน โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย เช่น งานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก การขับขี่ยานพาหนะ หรือการทำงานที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน มีวัตถุไวไฟ

แม้ยังไม่เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหาย นายจ้างอาจเลิกจ้างได้ทันที เพราะถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง

เหตุผลคือ กฎระเบียบลักษณะนี้มีไว้เพื่อ ป้องกันความเสียหาย ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดความเสียหายก่อนจึงจะลงโทษได้

หากเข้าข่ายความผิดร้ายแรง ตามกำหนดในข้อบังคับเกี่ยวกับทำงาน หรือแม้ไม่ได้กำหนด แต่ตามข้อเท็จจริงเมื่อพิจารณาแล้วอธิบายได้ว่า อาจทำให้เสียหายร้ายแรงได้ เช่น สูบบุหรี่ในโรงงานที่มีวัตถุไวไฟนอกเวลางาน มีผู้พบเห็นและวิดีโอในกล้องวงจรปิดชัดเจน

✅ นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้ทันที

✅ ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119(4)

✅ ต้องระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้าง เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วยนะคะ

📌 สิ่งที่นายจ้างต้องระวัง

ไม่ใช่ทุกพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนระเบียบ จะถือเป็น "ความผิดร้ายแรง" เสมอไป ศาลจะพิจารณาจากลักษณะงาน ความเสี่ยง และข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี

💡 แนะนำ: หากงานมีความเสี่ยงสูง นายจ้างควรกำหนดเรื่องนี้ไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบบริษัท และแจ้งให้ลูกจ้างรับทราบตั้งแต่เริ่มงาน เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจกฎและผลของการฝ่าฝืนอย่างชัดเจน

🚨 ถ้ายังไม่ถึงขั้นความผิดร้ายแรง

โดยทั่วไป นายจ้างมีสิทธิดำเนินการทางวินัยตามขั้นตอน เช่น สั่งพักงาน ออกหนังสือเตือน ตามระเบียบ และหากลูกจ้างทำผิดซ้ำหนังสือเตือนภายใน 1 ปี นำมาเป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้เช่นกัน

#Lawเคลียร์ #กฎหมายแรงงาน #เลิกจ้าง #วินัยการทำงาน #หนังสือเตือน

8/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ในการทำงานและสังเกตการณ์สถานการณ์เกี่ยวกับการเสพของมึนเมาระหว่างเวลางาน พบว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินความเสี่ยงของลักษณะงานนั้นๆ หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรหนัก การขับขี่ยานพาหนะ หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวัตถุไวไฟ การป้องกันและควบคุมพฤติกรรมของพนักงานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเพียงแค่ความผิดวินัยเดียวนี้ก็สามารถนำไปสู่เหตุการณ์อันตรายร้ายแรงได้ทันที ก่อนหน้านี้ ได้มีกรณีของลูกจ้างรายหนึ่งที่ถูกตรวจพบว่าเสพของมึนเมาขณะปฏิบัติงานกลางโรงงานซึ่งมีวัตถุไวไฟ แม้ว่าจะยังไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารได้มีการเลิกจ้างทันที ตามกฎระเบียบของบริษัทและ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119(4) โดยไม่จ่ายค่าชดเชย เนื่องจากถือเป็นเหตุความผิดร้ายแรง ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยอมรับตามข้อกฎหมายและคำตัดสินในศาล การลงโทษจึงจำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายและรักษาความปลอดภัยของทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม สำหรับงานที่มีความเสี่ยงต่ำกว่านั้น การเลิกจ้างทันทีอาจไม่เหมาะสม นายจ้างควรดำเนินการทางวินัยแบบขั้นตอน เช่น การออกหนังสือเตือน หรือการสั่งพักงานก่อน และต้องมีการแจ้งต่อลูกจ้างให้ทราบถึงกฎระเบียบอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกเข้าทำงาน เพื่อสร้างความเข้าใจและความรอบคอบ ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น สิ่งที่สำคัญสำหรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง คือการมีความเข้าใจร่วมกันในเรื่องข้อบังคับและผลที่จะตามมาหากฝ่าฝืนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคง นอกจากนี้ การวางระบบตรวจตราและติดตามพฤติกรรมของพนักงานอย่างเหมาะสม จะช่วยป้องกันปัญหาก่อนที่จะลุกลามจนยากจะควบคุม ทั้งนี้ การใช้กฎหมายและระเบียบบริษัทควรทำอย่างรอบคอบและมีเหตุผล เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือข้อพิพาทในอนาคต