จงเป็นคนแหกกฎ! 🔥🚀🕶️

วิธีคิดแบบ Crossover Creativity

ที่เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสใหม่

.

.

อ้างอิงจากหนังสือ: ศิลปะแห่งการคิดไขว้

Crossover Creativity

ผู้เขียน: Dave Trott (เดฟ ทรอตต์)

สำนักพิมพ์: วีเลิร์น (WeLearn)

____________

.

หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร? 📕

เป็นหนังสือที่รวบรวมไอเดียและ

ความคิดสร้างสรรค์ที่ดูเหมือน

ไม่เกี่ยวข้องกันเลย

.

แต่พอนำมาใช้ร่วมกันหรือคิดไขว้กัน

กลับทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างมหาศาล 🚀

.

และเล่มนี้จะเน้นไปที่จิตวิทยากับ

การโฆษณาที่ต้องเข้าใจผู้คน 💞

.

ในบทความนี้ดรีมจะมาชวนคุยถึง

ข้อคิดดีๆจากหนังสือเล่มนี้กันครับ

____________

.

1️⃣ จงเป็นผู้ขีดเส้น"ให้กับแนวทางของตัวเอง" 🔥

.

หลายครั้งที่เราเผลอเอากรอบ

ของคนอื่นมาสวมให้กับตัวเอง 🔲

.

จนสุดท้ายเราก็ไม่ได้เป็นตัวเอง

และกลืนหายไปกับกระแสสังคม 🫥

.

แนวทางหรือสิ่งที่เคยทำในอดีต

อาจจะไม่ได้การันตีผลลัพธ์ในอนาคต

การใช้วิธีเดิมๆกับสถานการณ์ใหม่ๆจึงไม่ได้ผล ⚠️

.

เราจงอย่าให้ใครมาขีดเส้นและ

กะเกณฑ์ ว่าชีวิตของเราจะต้องมี

แนวทางยังไง หรือต้องทำแบบไหน

.

สิ่งสำคัญคือการสร้างผลลัพธ์ให้

ไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการ ไม่ใช่

การทำตามแนวทางเดิมๆ จนถูกกลืนหายไป

.

กับผู้คนส่วนใหญ่และไปไม่ถึงเป้าหมาย

ในชีวิตนะครับ

____________

.

2️⃣ ข้อได้เปรียบสำคัญ"คือการเข้าใจคน" 💞

.

คนเราดูเป็นสิ่งที่ซับซ้อนและเข้าใจยาก

แต่จุดสำคัญที่สร้างข้อได้เปรียบ ก็คือ

.

การที่เรามีความเข้าใจในผู้คนที่เป็น

เป้าหมายของเรา 💕

.

สิ่งที่เราสื่อสารหรือคำพูดต้องตรงใจ

เป้าหมายไม่ใช่ใจเรา เพื่อที่เขาจะได้

.

พูดถึงหรือนึกถึงเรา เพราะผู้คนอยาก

จะนำสิ่งที่ตัวเองรู้สึกไปบอกต่ออยู่แล้ว 👥

.

จงปรับวิธีการให้เหมาะสมกับแต่ละคน

ไม่ใช่ใช้วิธีการเดียวกันแต่กับทุกคน ⚠️

.

ทุกคนต่างชื่นชอบการถูกยอมรับ

ในความเป็นตัวเอง เพราะมันทำให้เขา

รู้สึกถึงการคงอยู่ของตัวเองบนโลกใบนี้นะครับ 💛

.

และความยุติธรรมไม่ได้หมายความว่า

ทุกคนต้องได้รับทุกอย่างเหมือนกัน

.

แต่หมายถึงการที่ทุกคนได้รับในสิ่งที่

จำเป็นสำหรับตัวเองต่างหาก

____________

.

3️⃣ จุดเริ่มต้นของความสร้างสรรค์

"คือรวบรวมไอเดียไว้เสมอ" 📝✍🏻

.

เราจะต้องรวบรวม เติมข้อมูลและ

ความรู้โดยเฉพาะประสบการณ์ให้มาก

เพราะบางครั้งคำตอบก็มาก่อนคำถาม ✅

.

และเมื่อนำไปใช้กับคำถามที่ถูกต้อง

มันจะสร้างการเปลี่ยนแปลงและช่วยเราได้เสมอ 🔥

.

เหมือนกับการที่เทคนิคดึงจุกก๊อกไวน์

ออกจากขวดที่ดูไม่สำคัญ แต่สุดท้าย

.

สามารถนำไปใช้ในการประดิษฐ์เครื่อง

ช่วยคลอด ที่เพิ่มความปลอดภัยและ

โอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น

.

เมื่อเรามีคลังความรู้และข้อมูลที่มากมาย

แล้วจินตนาการของเราจะหยิบสิ่งเหล่านี้

มาผสมรวมกันในตอนที่เจอปัญหา 🧠

.

จนเกิดเป็นแนวทางใหม่ๆที่ช่วยให้

เราประสบความสำเร็จหรือพ้นจากปัญหาได้นั่นเอง 🚀

____________

.

4️⃣ ลองตั้งคำถามถึง

"ความรู้และวิธีที่เราทำอยู่เสมอ" 🤔

.

หลายครั้งที่คนเราไม่ชอบการ

เปลี่ยนแปลงหรือพบเจอสิ่งใหม่ๆ

ตัวดรีมเองก็เช่นกัน

.

เพราะมันทำให้เรารู้สึกเหนื่อยที่

จะต้องเรียนรู้หรือพบเจอกับสิ่งใหม่ๆ 😩

.

แต่ถ้าเราเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เข้ามา

เราอาจจะพบเจอหนทางใหม่ๆที่ทำให้

เราเติบโตขึ้นและทำได้ดีกว่าเดิม 🔥

เพราะแม้ว่าเราจะทำมันมาตลอด

ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะถูกตลอดไป

และวิธีใหม่ๆที่เข้ามาก็ไม่ได้หมายความว่ามันผิดด้วย ✅

.

เหมือนกับตอนที่สหราชอาณาจักร

เจอกับการโจมตีเรือสินค้าจากเรือ

ดำน้ำอูเยอรมัน

.

แล้วได้ปรับกลยุทธ์จากการเอาแต่

เฝ้ารอและคุ้มกันเรือสินค้าจนถูกโจมตี 🛡️

.

เป็นการค้นหาเรืออูและโจมตีก่อนที่

เรือนั้นจะจมเรือสินค้า 🔥

.

เพราะอังกฤษรู้อยู่แล้วว่ายังไงเรืออู

ต้องมาโจมตีเรือสินค้าแน่ ก็แค่ดักรอ

ที่เรือสินค้าหรือใกล้ๆจากนั้นก็โจมตีก่อน

.

การที่เราลองมองหาแง่มุมใหม่ๆในการ

ทำสิ่งเดิมๆ จะช่วยให้เราค้นพบไอเดีย

และหนทางในการทำสิ่งนั้นให้ดีขึ้นผ่าน 🧠

.

การใช้เครื่องมือหรือสิ่งใหม่ๆจนสำเร็จ

ได้มากขึ้นนั่นเอง

____________

.

5️⃣ บางครั้งปัญหาคือ

"จุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ที่ดีกว่า" 🚀

.

การที่เราจะเอาชนะปัญหาคือ

การรู้จักอ้อมไปให้ถึงต้นตอแล้วกำจัดมัน 🧠

.

เพราะหากเราจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

และไม่ได้ไปถึงต้นตอ สุดท้ายปัญหานี้ก็

จะเกิดขึ้นอีกครั้ง ⚠️

เหมือนที่อัลมอน สโตรว์เกอร์ สัปเหร่อ

ผู้ประดิษฐ์ระบบชุมสายอัตโนมัติและ

แป้นหมุนโทรศัพท์ขึ้นมา

.

เพื่อเอาคืนภรรยาของสัปเหร่ออีกคน

ที่มักจะโอนสายคนที่โทรมาหาอัลมอน

ไปให้สามีของตัวเองอยู่เสมอ

.

จนเขาไม่มีลูกค้า ทำให้คนกลางที่

เป็นผู้โอนสายหายไป

.

เวลาที่เจอปัญหา ขอให้เราเจาะลง

ไปให้ถึงต้นตอของมันผ่านการถาม

ทำไม 5 ครั้ง หรือหาสาเหตุที่แท้จริง

.

ให้เจอจากนั้นก็แก้มัน และวิธีที่เราใช้

อาจจะนำมาซึ่งสิ่งใหม่ที่ช่วยให้เรา

ไปไกลได้มากกว่าเดิมนะครับ

____________

.

6️⃣ ถ้าไม่ลงมือทำถึง

"ไอเดียจะดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์" 💪🏻

.

พันหมื่นล้านไอเดียจะไม่มีประโยชน์เลย

ถ้าไม่มีการเอาไอเดียนั้นไปลงมือทำ

.

เพราะไอเดียที่ดีคือไอเดียที่เป็นจริง

ได้เสมอ ไม่ใช่แค่อยู่ในหัวของเราอย่างเดียว ⚠️

.

การเปลี่ยนแปลงและสิ่งของที่เราใช้

อยู่ในปัจจุบันจะไม่เกิดขึ้นเลย

.

ถ้าผู้ที่คิดสิ่งเหล่านี้ ไม่เปลี่ยนมันไป

เป็นการลงมือทำหรือสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ✅

.

ขอให้เราจงลงมือทำเมื่อมีไอเดีย

ผุดขึ้นมาในหัว จากนั้นก็ปรับเปลี่ยน

วิธีการให้สอดคล้องและเป็นไปได้

.

แล้วการเปลี่ยนแปลงหรือความสำเร็จ

ในชีวิตจะเกิดขึ้นแน่นอนนะครับ 🔥

____________

.

บทความนี้สอนให้เรา "แหกกฎ" เดิมๆ

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า...

.

และในโลกของการเงิน คนส่วนใหญ่

ก็ติดอยู่ใน "กฎเดิมๆ" ที่สังคมบอกต่อกันมา

.

(เรียนจบ -> ทำงานหนัก -> เป็นหนี้

-> เกษียณแบบไม่มีเงิน) 😵‍💫

.

ถ้าคุณอยากได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป

คุณต้องใช้ "Crossover Creativity"

กับกระเป๋าเงินของคุณครับ!

.

คุณต้องกล้าแก้ปัญหาที่ "ต้นตอ"

และเริ่ม "สร้างระบบ" ของตัวเอง

____________

.

E-book เล่มนี้เปรียบเสมือน

“คู่มือแหกกฎการเงิน”

.

ที่ดรีมตั้งใจสรุปมาเพื่อช่วยให้

คุณมองเห็น "ทางลัด" ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม ✅

.

อ่านจบได้ใน 60 นาที... เพื่อเริ่ม

สร้าง “นวัตกรรมทางการเงิน” ของคุณเอง

.

และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสสร้าง

ความมั่งคั่งได้ทันที!

____________

.

พร้อมจะ "คิดไขว้" เพื่อชีวิตใหม่ที่มั่งคั่ง

กว่าเดิมหรือยังครับ? 🔥

.

📌พิมพ์ "Cross"

เพื่อรับ E-BOOK การเงินฟรี!

.

แล้วส่งเข้าไปที่ Line @046mkuan

หรือลิงค์ใน Comment ได้เลยครับ! 💬

#หนังสือน่าอ่าน #เรื่องน่ารู้ #นิสัย #CrossoverCreativity #เรียนรู้วันละเรื่อง #ปรัชญาชีวิต #ศิลปะแห่งการคิดไขว้ #จิตวิทยา #ข้อคิดดีดี #เกร็ดความรู้ #ความรู้ #ข้อคิดสอนใจ #ข้อคิดดีๆ #แรงบันดาลใจ #learn #learneveryday

2/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตประจำวันของผม ผมมักพบว่าการยึดติดอยู่กับกฎเกณฑ์และวิธีคิดแบบเดิม ๆ มักทำให้เราพลาดโอกาสสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ หรือการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีคิดแบบ Crossover Creativity ที่กล่าวถึงในบทความนี้ ได้เปลี่ยนมุมมองของผมอย่างมาก โดยเฉพาะการที่เราจะไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบเดิม ๆ แต่ต้องเป็นผู้ขีดเส้นทางเดินของชีวิตเอง ตัวอย่างเช่น การเข้าใจจิตวิทยาของผู้คน แล้วปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ผมได้ใช้ทั้งในชีวิตและการทำงาน เพราะการฟังและรู้ว่าใครต้องการอะไรจริง ๆ จะช่วยให้เราเชื่อมโยงและสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้วิธีเดียวกับทุกคน อีกประเด็นที่ชอบมากคือการรวบรวมไอเดียและประสบการณ์ต่าง ๆ ไว้เสมอ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะนำมาผสมผสานกันเมื่อเจอสถานการณ์ที่ต้องการการแก้ไขอย่างสร้างสรรค์ เช่น การดึงจุกก๊อกไวน์ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการประดิษฐ์เครื่องมือช่วยคลอด นี่คือการนำสิ่งที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันมารวมกันอย่างลงตัว ผมเองได้ทดลองตั้งคำถามถึงวิธีการที่ทำอยู่บ่อยครั้ง พบว่าการเปิดใจรับสิ่งใหม่และปรับเปลี่ยนวิธีคิดเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ยิ่งเมื่อนำไปปรับใช้กับการบริหารจัดการการเงินส่วนตัวด้วยการคิดไขว้หรือผสมผสานแนวคิดต่าง ๆ ก็ช่วยให้ผมเห็นทางลัดและหนทางสร้างความมั่งคั่งที่ไม่เหมือนใคร สุดท้ายบทเรียนที่ลึกซึ้งคือ "ไอเดียดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ถ้าไม่ลงมือทำ" การลงมือทำและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์จริงนี่แหละ คือหัวใจที่จะนำพาความคิดนี้ไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง เพราะไอเดียที่สวยงามจะกลายเป็นของจริงก็ต่อเมื่อเราสร้างมันขึ้นมา ผมเชื่อว่าหากทุกคนลองใช้แนวคิดแบบ Crossover Creativity ในชีวิต จะช่วยให้เห็นโอกาสใหม่ ๆ ที่ซ่อนอยู่ในปัญหา พร้อมทั้งกล้าคิดแหวกแนวและกล้าที่จะลงมือทำอย่างแท้จริง เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตและการเงินอย่างมั่นคงมากขึ้น