ได้มาอ่านงานของหนึ่งในคนที่ทำให้ดรีม
รู้สึกตกหลุมรักและชื่นชอบในกวีมากๆ
อย่าง
.
รพินทรนาถ ฐากูร ซึ่งเป็นชาวเอเชียคนแรก
ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
.
ทำให้ดรีมรู้สึกมีความสุขและตกหลุมรัก
ในกวีหนักขึ้นไปอีก
.
งานกวีในหนังสือเล่มนี้ จะเน้นไปที่
เรื่องความงามของธรรมชาติและสิ่งรอบตัว
.
การหลุดพ้นจากตัวตนและอัตตาของเรา
การเห็นความสวยงามของสิ่งนั้น 🌻
.
โดยไม่เอากรอบหรือมุ มมองของเรา
ไปกะเกณฑ์หรือควบคุมว่า มันจะ
ต้องสวยงามในแบบที่เราชื่นชอบ
.
เพราะตัวเราเองและทุกสิ่งล้วนมี
ความงามในแบบของตนที่รอวันฉายออกมาเสมอ
เหมือนดังคำกวีนี้
.
"เปลวเพลิงพบกับตะเกียงดินในตัวข้า
เกิดแสงสว่างเป็นอัศจรรย์!" 🔥
.
และที่เขาเน้นเสมอคือ
ให้เราขอบคุณสิ่งที่เรามีและผู้คน
ที่อยู่ข้างเรา
.
จากนั้นก็ ดื่มด่ำไปกับชีวิตของเรา
เพราะสิ่งที่เรามีนั้นสวยงามที่สุด
เหมือนหนึ่งในคำกวีที่ดรีมชอบที่สุด
.
"นมัสการสุดท้าย
ขอมอบแด่ผู้ซึ่งรู้ว่าข้าบกพร่อง แต่ก็รัก" ❤️
.
ขอให้เราทุกคนเชื่อในความงามของตัวเอง
จงรักในความงามของสิ่งต่างๆ
โดยไม่พยายามครอบครอง
.
และชีวิตของเราจะเต็มไปด้วยความสุข
มากขึ้นอย่างแน่นอนนะครับ!
การอ่านกวีนิพนธ์หิ่งห้อยของรพินทรนาถ ฐากูร ทำให้ผมตระหนักถึงความลึกซึ้งของกวีที่ไม่ได้แค่พูดถึงความงามภายนอก แต่ยังชวนให้เราหลุดพ้นจากกรอบความคิดส่วนตัว เข้าใจว่าความงามมีหลายมิติและไม่จำเป็นต้องถูกวัดด้วยมาตรฐานเดียวกัน เหมือนคำว่า “เปลวเพลิงพบกับตะเกียงดินในตัวข้า เกิดแสงสว่างเป็นอัศจรรย์!” ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าในตัวเราทุกคนมีพลังและความสวยงามที่พร้อมจะฉายออกมา เพียงแค่เรามองอย่างเปิดใจและยอมรับในความเป็นจริงของสิ่งนั้น ๆ อีกสิ่งที่ผมประทับใจคือความเน้นย้ำที่ให้เราเรียนรู้ที่จะรู้คุณค่าของสิ่งที่เราและคนรอบข้างมี ไม่พยายามครอบครองหรือเปลี่ยนแปลงตามความชอบส่วนตัว ทำให้ผมเริ่มมีทัศนคติในการใช้ชีวิตและมองโลกได้สุขุมยิ่งขึ้น และทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว นอกจากนี้ กวีนิพนธ์หิ่งห้อยยังเป็นเหมือนกระจกสะท้อนความเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยข้อบกพร่อง แต่เมื่อเรารู้จักรักและยอมรับตัวเองรวมถึงผู้อื่น เราจะพบความสงบและความสุขที่แท้จริง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมรพินทรนาถ ฐากูร ถึงได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรักกวีทั่วโลก สำหรับคนที่ชอบอ่านบทกวีหรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและชีวิต ผมอยากแนะนำให้ลองเปิดใจอ่านกวีนิพนธ์หิ่งห้อย นอกจากจะได้ความงามในภาษาแล้ว ยังได้เรียนรู้การมองชีวิตและธรรมชาติด้วยมุมมองที่ละเอียดอ่อนและสุขุมขึ้นจริง ๆ
