เมื่อวันก่อนได้เกิดเหตุการณ์หนึ่ง
ที่ทำให้ดรีมได้นึกถึงคำจากหนังสือ
The Almanack of Naval Ravikant
ที่ว่า
____________
.
"ไม่สำคัญว่าเจตนาเป็นเช่นไร
การกระทำต่างหากที่สำคัญ"
____________
.
เหตุการณ์นั้นก็คือ
.
ได้มีพัสดุมาส่งที่บ้าน
ตอนนั้นดรีมไม่สะดวกในการรับ
.
เลยบอกให้เขาโยนพัสดุมาไว้
บริเวณหน้าบ้านได้เลย
เพราะไม่ใช่ของที่แตกหักง่าย
____________
.
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คนที่มาส่ง
เอาพัสดุวางไว้ต รงเหนือประตูหน้าบ้าน
ไม่ได้โยนเข้ามาอย่างที่ดรีมบอก
.
ซึ่งมันก็ดูดี เพราะของจะได้ถึงมือดรีม
ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด
และเขาจะได้ไม่ถูกร้องเรียนว่าทำของเสียหาย
.
แต่ทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบมาก
ถ้าไม่เกิดฝนตกหนัก
ที่ทำให้ของเปียกไปหมดแบบชุ่มฉ่ำ
.
โชคดีที่ข้างในห่อมาดี
จนของไม่เสียหายเลย
____________
.
จากเรื่องราวนี้มันทำให้
ดรีมได้กลับมาตกผลึกกับตัวเองว่า
.
"บางครั้งสิ่งที่เราเรียกว่าความหวังดี
เจตนาดีที่ทำเพื่อคนอื่น ก็ส่งผลออกมา
ในทางที่เลวร้ายโดยที่เราไม่ได้คิดถึง"
.
บางครั้งสิ่งที่ว่าดี
มันก็ดีสำหรับฝ่ายเดียว
ไม่ได้ดีสำหรับอีกคนเลย
____________
.
แต่จิตใจของมนุษย์
ก็มีความตลกร้าย
ตรงที่
.
เมื่อเราทำแบบนั้น
เรากลับคิดว่าเราทำเพื่อคนอื่น
และเขาต้องรู้สึกขอบคุณในสิ่งที่เราทำ
.
เมื่อเขาไม่รู้สึกแบบนั้น
เราก็จะรู้สึกโกรธ ผิดหวัง เสียใจ
.
จนลืมไปว่าเราให้แค่
สิ่งที่ตัวเองอยากจะให้
ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากได้
.
เหมือนกับพ่อแม่ที่บังคับ
ให้ลูกทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
.
เหมือนกับคนรัก
ที่บังคับให้อีกฝ่ายทำ
ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้
.
เหมือนกับเพื่อน
ที่บังคับให้อีกฝ่าย
เป็นในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น
.
พร้อมกับบอกพวกเขาเหล่านั้นว่า
เราหวังดีกับเธอนะ
ทำแบบนี้แล้วจะดีกับเธอนะ
เราทำเพื่อเธอนะ
และคำพูดอีกมากมาย
.
ซึ่งดรีมเองก็เคยเป็นแบบนั้น
____________
.
ก่อนที่เราจะคิดว่าตัวเองหวังดี
มีเจตนาดี และทำเพื่อคนอื่น
ขอให้เราทบทวนอีกครั้งให้ดี
.
ว่าสิ่งที่เราเรียกว่าเจตนาดีนี้
เราทำเพื่ออีกฝ่าย
.
หรือจริงๆแล้ว...
เรากำลังทำเพื่อตัวเราเองกันแน่?
หลายครั้งที่เรามักจะคิดว่าการทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นคือการแสดงออกถึงความรักและความหวังดี จริงๆ แล้วประสบการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเจตนาดีอาจไม่เพียงพอหากไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่แท้จริงต่อผู้รับ เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์พัสดุที่ถูกวางไว้ผิดที่ ถึงแม้ว่าผู้ส่งพัสดุและผู้รับจะมีความตั้งใจดี แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าของเปียกเพราะฝนตกหนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดและอาจสร้างความไม่สะดวกให้กับผู้รับ การกระทำที่ดูดีกับผู้ส่งแต่ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างแท้จริงสำหรับผู้รับจึงทำให้เราต้องหยุดคิดอย่างลึกซึ้งว่าการกระทำนั้นตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงหรือไม่ ผมเคยเจอสถานการณ์คล้ายกันคือการช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานด้วยความตั้งใจดี แต่กลับได้รับความรู้สึกว่าความช่วยเหลือนั้นเกะกะหรือไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เขาต้องการ ทำให้เกิดความย้อนแย้งและบทเรียนว่าเราควรฟังเสียงของคนที่เราต้องการช่วยเหลือก่อนลงมือทำจริงๆ ดังนั้นก่อนจะทำอะไรเพื่อใคร อย่าลืมถามตัวเองว่าเราทำเพื่อเขาจริงๆ หรือเราทำเพื่อความสบายใจของตัวเองมากกว่ากัน การสื่อสาร ความเข้าใจในความต้องการ และการให้โอกาสอีกฝ่ายแสดงความคิดเห็น จะช่วยให้สิ่งที่เราทำออกมามีความหมายและสร้างความสุขทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง สุดท้ายนี้ ข้อคิดจาก "The Almanack of Naval Ravikant" ที่ว่า “ไม่สำคัญว่าเจตนาเป็นเช่นไร การกระทำต่างหากที่สำคัญ” ยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะการกระทำที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมจะเป็นตัววัดความตั้งใจที่แท้จริงในชีวิตประจำวันของเราได้ดีที่สุด
