พายุฤดูร้อน (Summer Storm) ในบ้านเรามักเกิดจาก "อากาศร้อนจัด" มาเจอกับ "อากาศเย็น" ที่แผ่ลงมาปะทะกันครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกถึงเวลาเราหยดน้ำเย็นจัดลงในกระทะที่กำลังร้อนฉ่า มันจะเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงทันที
นี่คือเหตุผลที่ทำให้เกิดลมแรงและลูกเห็บครับ:
1. ทำไมถึงมีลมกระโชกแรง? (หลักการของลิฟต์อากาศ)
เมื่ออากาศร้อนจัดที่สะสมอยู่บนพื้นดินมีความหนาแน่นน้อย ม ันจะพุ่งตัวลอยสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือน "ลิฟต์ที่วิ่งขึ้นด้วยความเร็วสูง" (เรียกว่า Updraft)
มวลอากาศปะทะกัน พออากาศเย็นพุ่งเข้ามาเสียบแทนที่อากาศร้อน มวลอากาศจะเกิดการปั่นป่วนอย่างหนัก
ลมกระแทกพื้น เมื่อเมฆฝนก่อตัวจนหนัก ลมเย็นจากข้างบนจะพุ่งสวนทางลงมาข้างล่างอย่างแรง (เรียกว่า Downdraft) เมื่อลมนี้กระแทกพื้นดิน มันจะกระจายตัวออกไปด้านข้างทุกทิศทาง กลายเป็นลมกระโชกแรงที่พัดหลังคาหรือต้นไม้ล้มได้นั่นเองครับ
2. ทำไมบางครั้งถึงมีลูกเห็บตก? (วงจรน้ำแข็งในก้อนเมฆ)
ลูกเห็บไม่ได้มาจากไหนไกล แต่มันคือ "หยดน้ำฝน" ที่โดนแกล้งครับ
โดนเป่าขึ้นไปแช่แข็ง ในเมฆพายุฤดูร้อนจะมีลมพัดขึ้น (Updraft) ที่แรงมาก แรงพอที่จะเป่าหยดน้ำฝนที่กำลังจะตก ให้กระเด็นกลับขึ้นไปบนยอดเมฆซึ่งสูงหลายกิโลเมตรและมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
กลายเป็นน้ำแข็ง พอหยดน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง มันก็จะพยายามตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง แต่ก็โดนลมเป่าสวนกลับขึ้นไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า
พอกพูนจนหนัก ทุกครั้งที่มันขึ้น-ลง มันจะไปจับตัวกับละอองน้ำในเมฆ ทำให้ก้อนน้ำแข็งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนการปั้นลูกโม่
ตกลงมาเป็นลูกเห็บ จนกระทั่งก้อนน้ำแข็งนั้น "หนักเกินไป" จนลมเป่าไม่ขึ้น หรือลมพัดขึ้นนั้นอ่อนแรงลง มันจึงร่วงลงมาถึงพื้นดินก่อนที่จะทันละลายกลายเป็นน้ำฝนครับ
### สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่าย
ลมแรง เกิดจากอากาศร้อนพุ่งขึ้น แล้วอากาศเย็นพุ่งสวนลงมากระแทกพื้น
ลูกเห็บ เกิดจากน้ำฝนโดนลมเป่าวนไปวนมาในที่เย็นจัดจนกลายเป็นก้อนน้ ำแข็ง แล้วตกลงมา
พายุประเภทนี้มักจะเกิดไวและจบไว (ประมาณ 30-60 นาที) แต่มีความรุนแรงสูง ดังนั้นหากเห็นฟ้ามืดครึ้มและลมเริ่มนิ่งผิดปกติในช่วงหน้าร้อน ให้รีบหาที่หลบในอาคารที่แข็งแรงจะปลอดภัยที่สุดครับ































