ห้ามใจไม่ไหว เผลอวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเลย
วันนี้อากาศเย็นสบายสักที
แต่พอออกไปวิ่งตอนเช้า ตัวก็ยังเปียกโชกเหมือนเดิม
วิ่งจ็อกกิ้ง 10 กิโลเมตร 🏃
ใจมันคอยแต่จะสั่งให้เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
จริงๆ แล้วการวิ่งแบบ Easy Run คือต้องใช้จมูกหายใจตลอดทาง
ต้องไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
และต้องใช้การ 'หายใจให้ลึก' แทนการ 'หายใจให้ถี่' (ซอยถี่ๆ)
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการวิ่งเหมือนกัน ผมอยากจะเล่าประสบการณ์ส่วนตัวในการวิ่ง 10 กิโลเมตรที่ช่วยให้การวิ่งง่ายขึ้นและสนุกกว่าเดิม การวิ่ง Easy Run คือการวิ่งที่ความเร็วพอดี ไม่หักโหมจนเกินไป ซึ่งประโยชน์คือช่วยพัฒนาความอึดและระบบหัวใจปอดได้ดีโดยไม่ทำให้เหนื่อยล้าจนเกินไป สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือการควบคุมลมหายใจสำคัญมาก ควรใช้การหายใจทางจมูกตลอดเวลา และต้องเน้นการหายใจลึกลงไปจนรู้สึกว่าปอดเต็ม ไม่ใช่หายใจถี่และตื้น เพราะจะช่วยให้ได้รับออกซิเจนมากขึ้นและไม่เหนื่อยง่าย บางครั้งเวลาใจอยากจะวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผมจะพยายามเตือนตัวเองให้รักษาความเร็วตามเป้าหมายไว้ แต่หากวันไหนรู้สึกพลังเยอะ ก็สามารถเพิ่มความเร็วในช่วงท้ายๆ ได้เพื่อฝึกความเร็วเช่นกัน นอกจากนี้ การสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและรองเท้าวิ่งที่เหมาะสมก็ช่วยทำให้วิ่งได้สบายขึ้นมาก สุดท้าย ผมอยากแนะนำให้ทุกคนลองบันทึกเวลาต่อกิโลเมตรเป็นเพซ เพื่อวัดพัฒนาการของตัวเอง เมื่อเห็นพัฒนาการจะได้มีกำลังใจวิ่งต่อไปอย่างต่อเนื่อง