มา Unbox เครื่องต้มไข่ wiggle กันจ้า😍🍳
📍พิกัด: แมคโคร ทุกสาขา
รอบแรกชั้นลองต้ม 10 นาที ก็จะเกือบๆสุก ตามคลิป
แต่พอต้ม รอบ 2 ชั้นใช้เวลา 8 นาที มันจะเป็น ออนเซ็นค่ะ
ฉ่ำๆ เลยแหละ 🤣
💓เครื่องน่ารักแบบนี้ อยากกินไข่ทุกวัน
หลังจากลองเครื่องต้มไข่ Jenniferoom x Wiggle Wiggle ที่ซื้อมาจากแมคโคร สิ่งที่รู้สึกว่า “ต้องบอกต่อ” คือความสุกของไข่มันขึ้นอยู่กับ 2 อย่างจริงๆ: ปริมาณน้ำ และเวลาการต้ม (ตามที่ตัวเครื่องบอกไว้เลย) ถ้าใครลองครั้งแรกแล้วไข่ยังไม่ตรงใจ อย่าเพิ่งคิดว่าเครื่องไม่ดีนะคะ แค่ต้องจูนสูตรให้เข้ากับไข่ที่เราใช้และความชอบของเราเอง ทริคส่วนตัวเวลาทำให้ได้หลายระดับความสุก: - อยากได้ไข่ออนเซ็น/ยางมะตูมฉ่ำๆ: ฉันจะเริ่มที่ประมาณ 7–8 นาที (ของฉัน 8 นาทีแล้วกำลังดีมาก) แต่แนะนำให้เริ่มต่ำไว้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีละ 30 วินาที–1 นาทีในรอบถัดไป - อยากได้ไข่กึ่งสุกกึ่งต้ม (ไข่แดงเริ่มเซ็ตตัว): ลองขยับไปโซน 9–10 นาที - อยากได้ไข่ต้มสุกแน่น: เพิ่มเวลาอีกหน่อยตามสเปกเครื่อง หรือเพิ่มทั้ง “เวลา + ปริมาณน้ำ” เพื่อให้ความร้อนอยู่ได้นานขึ้น อีกอย่างที่ช่วยให้ผลลัพธ์นิ่งขึ้นคือ “จำนวนฟอง” ที่ต้มค่ะ ถ้าต้มหลายฟองพร้อมกัน บางทีความร้อนจะกระจายต่างจากตอนต้ม 1–2 ฟอง ทำให้ต้องเพิ่มเวลาเล็กน้อย หรือเติมน้ำให้เหมาะกับจำนวนไข่ ส่วนไข่ที่เพิ่งออกจากตู้เย็นใหม่ๆ ก็อาจใช้เวลานานขึ้นกว่าไข่อุณหภูมิห้องนิดนึงเหมือนกัน วิธีลองแบบไม่เสียไข่หลายฟอง: 1) เลือกไข่เบอร์เดิม (เช่น เบอร์ 2 หรือ 3) ให้คงที่ก่อน 2) ต้มทีละ 1–2 ฟองเพื่อจับเวลาให้ได้ความสุกที่ชอบ 3) จดไว้เลยว่า “เวลาเท่านี้ + ปริมาณน้ำประมาณนี้” ได้ผลแบบไหน ครั้งหน้าจะง่ายมาก ข้อดีของเครื่องต้มไข่แนวนี้สำหรับฉันคือมันทำให้การกินไข่ทุกวันง่ายขึ้นจริงๆ โดยเฉพาะวันเร่งๆ แค่เติมน้ำ วางไข่ กดเริ่ม แล้วไปทำอย่างอื่นต่อได้ รสชาติอร่อยขึ้นเพราะได้ความสุกสม่ำเสมอขึ้นด้วย ถ้าใครกำลังลังเลเพราะเห็นคำค้นอย่าง “เครื่องต้มไข่ แมคโคร” หรือกำลังตามหา “Jenniferoom x Wiggle Wiggle” บอกเลยว่าความน่ารักคือโบนัส แต่ความสะดวกนี่แหละคือเหตุผลหลักที่ทำให้หยิบมาใช้บ่อยมากค่ะ


















