ลูกคนแรกเลี้ยงกับจอ คนที่สองไม่ได้ดูจอ…ต่างกันมากคนโตจะพูดยาก บอกยาก สมาธิสั้นกว่า
แต่น้องพูดอะไรก็ฟัง เข้าใจง่ายกว่า #แ#แม่ลูกล#ลูกผู้ชายล#ลูกชายสองคนแ#แม่และเด็กเ#เลี้ยงลูก
จากประสบการณ์ของผู้ปกครองหลายท่านที่เลี้ยงลูกในยุคนี้ ได้เห็นความแตกต่างชัดเจนในการพัฒนาการของเด็กเมื่อลูกได้รับการกระตุ้นจากหน้าจออย่างมากเกินไป โดยเฉพาะในเรื่องของการพูดและสมาธิ เด็กที่เลี้ยงดูด้วยการให้ดูจอบ่อย ๆ มักเกิดปัญหาพูดยากและมีสมาธิสั้น เนื่องจากหน้าจออาจทำให้เด็กได้รับข้อมูลผ่านภาพและเสียงอย่างเดียวโดยขาดการสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้ใหญ่ กับเด็ก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและความเข้าใจ ในขณะที่เด็กที่ไม่ได้รับการดูจอมาก จะมีการพูดคุยและสื่อสารกับพ่อแม่หรือผู้ดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยให้เด็กเข้าใจง่าย พูดได้ชัดเจน และมีสมาธิมากขึ้น จากการศึกษาทางจิตวิทยาและแนวทางการเลี้ยงลูกสมัยใหม่ แนะนำให้ลดเวลาการให้เด็กดูจอในช่วงวัยเล็ก และสนับสนุนการเล่นและกิจกรรมที่ส่งเสริมการใช้ภาษาและสมาธิ เช่น การอ่านหนังสือร่วมกัน การเล่นบทบาทสมมติ และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่โดยตรง อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงลูกแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกัน เลยควรสังเกตพฤติกรรมและความต้องการของลูกแต่ละคนอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับวิธีการเลี้ยงดูให้เหมาะสมที่สุด การตั้งกฎเกณฑ์เรื่องการใช้จออย่างมีขีดจำกัดและการเลือกเนื้อหาที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาการที่ดีของลูก ประสบการณ์ตรงจากครอบครัวที่ลองปรับเปลี่ยนวิธีเลี้ยงจากการให้ลูกดูจอเยอะ ๆ มาเป็นการสื่อสารและเล่นกับลูกมากขึ้นพบว่า ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องการพูดและสมาธิ ชี้ให้เห็นว่าการเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลต้องมีการวางแผนและควบคุมการใช้สื่ออย่างมีสุขภาพ เพื่อส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาการที่เหมาะสมของเด็กอย่างแท้จริง



































