กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ
อาจารย์บัวนึก ผลศิลป์ สิริอายุ ๙๒ ปี
อดีตครูภาษาไทยอาวุโส โรงเรียนทวีธาภิเศก
.......................................
๘๙๔.อ.บัวนึก ผลศิลป์
ลำทองย่อน
ยามสายัณห์ลับแล้วรำไร
ครูและเด็กกลับไปสู่เหย้า
ยังสนกิ่งก้านไกวโบยโบก
เงียบสงัดวังเวงเคล้าต่อเช้าชีพคืน
รีบตื่นทั้งเร่งเร้าวันเรียน
ไปและมาวนเวียนอย่างนี้
เหนื ่อยเหน็ดเพราะอ่านเขียนสอนฝึก
ตรองตรึกช่วยกันชี้ช่องให้เห็นงาม
เมื่อยามแดดส่องพร้อมลมมี
เสียงเด็กแสนเปรมปรีดิ์ลึกล้ำ
ร่าเริงกับชีวีน่ารัก
ไม่รู้จักเจ็บช้ำทุกข์นั้นประการใด
เป็นวัยบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
ผลัดเปลี่ยนเวียนกันมาออกเข้า
ควรคู่กับเมตตาครองโลก
ทุกข์ยากคลุกสุขเศร้าถิ่นนี้ทวีธา
กรุณาแก่เด็กนั้นกุศล
ไม่เลือกถิ่นฐานคนห่างใกล้
นักเรียนที่ยากจนมีมาก
ช่วยประคองเขาไว้ชีพนั้นยืนนาน
กาลเวลาผ่านแล้วเลยไป
รุ่นเก่าชราวัยผ่านพ้น
เด็กรุ่นใหม่กายใจโตเติบ
เขาเก่งกล้าเลิศล้นจากรั้วทวีธาฯ
บัวบังใบ
๘๔ ทวีธา ๒๕๒๘
บัวบังใบ คือ นามปากกาของ อ.บัวนึก ผลศิลป์ ครับ
อาจารย์แต่งโคลงบทนี้ลงใน ๘๔ ปี ทวีธาภิเศก พ.ศ.๒๕๒๒
ผมจำได้ว่า งานวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนปีหนึ่ง อ.สำเนียง บัวทั่ง นำบทนี้มาร้อง อ.ประยูร ฟักภู่ ใส่ทำนอง ทองย่อน ๒ ชั้น
ไพเราะ ซาบซึ้ง กินใจ ติดหูมาจนทุกวันนี้เลยครับ
"ครูชือ บัว - หนืก - โผล - ซีน"
ไม่ทราบจะเขียนอย่างไร จึงจะถ่ายเสียงที่เคยได้ยินเมื่อ ๔๐ กว่าปีก่อน ให้เหมือนได้
อาจารย์สอนภาษาไทยผมครับ พูดช้า ชัด ไพเราะมาก มีเสียงสูงต่ำคล้ายดนตรี หรือที่ฝรั่งเรียกว่า intonation
อาจารย์เล่าให้ฟังว่า ย้ายตามสามี ซึ่งเป็นทหารเรือ มาจากต่างจังหวัด
สมัยโน้นก็รู้เพียงเท่านี้
เมื่อวาน ทราบข่าวอาจารย์จากไป จำได้ว่า อาจารย์เคยเขียนบทความไว้ใน ๑๐๐ ทวีธา ๒๕๓๘ หลังผมจบไปแล้ว ๑๐ ปี จึงไปเปิดดู
ได้ความว่า เมื่อวันเสาร์ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ทางการย้ายสามีของอาจารย์ ซึ่งเป็นทหารเรือที่ค่ายตากสิน จันทบุร ี มาที่กองทัพเรือ ข้างวัดอรุณราชวรารามกรุงเทพฯ อาจารย์จึงขอย้ายตามมาที่โรงเรียนเรา
จนที่สุด ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ ๓ ระดับ ๙ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๖ ถือเป็นท่านแรกของโรงเรียนเรา
อาจารย์มีอายุยืนยาวมานานมาก จากไปในวัยอันสมควร ทราบว่าอาจารย์ดำรงชีวิตอยู่ด้วยธรรม เมื่อเร็วๆ มานี้ สมาคมศิษย์เก่าทวีธาภิเศก ไปเยี่ยม ก็ยังให้พรได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ผมขอใช้ Post นี้เป็นปฏิการคุณ แสดงกตัญญูกตเวทิตา ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง ซึ่งเชื่อแน่ว่า คุณความดีที่อาจารย์ประกอบมาแล้วด้วยตนเอง ตลอดชีวิตความเป็นครูนั้น จะเป็นพลวปัจจัย นำพาให้อาจารย์ถึงด้วยความสุข ความสงบ ในสัมปรายภพข้างหน้าอย่างแน่นอน
วันศุกร์ที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙
บทความจาก อ.ประกิต สะเพียรชัย ศิษย์เก่าทวีธาภิเศก
การได้อ่านเรื่องราวของอาจารย์บัวนึก ผลศิลป์ ทำให้ผมนึกถึงความสำคัญของครูผู้ที่ไม่ได้เป็นแค่ผู้ให้ความรู้ แต่ยังเป็นผู้ให้กำลังใจและความเมตตาต่อเด็กๆ ที่อาจประสบปัญหาทางบ้านหรือในชีวิตประจำวัน อาจารย์บัวนึกไม่ได้เพียงแค่สอนภาษาไทยเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความรักและความอดทนในการส่งผ่านความรู้สึกและความงดงามของภาษาแก่ศิษย์ทุกคน ผมเคยได้ยินมาว่า ครูที่มีความตั้งใจสอนจริงๆ จะสามารถทำให้เด็กๆ รู้สึกอยากเรียนและสนุกไปกับการเรียนรู้ ซึ่งตรงนี้เองทำให้อาจารย์บัวนึกกลายเป็นครูที่ศิษย์ต่างจดจำและเคารพอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งการถ่ายทอดบทกวี "ลำทองย่อน" ที่มีเนื้อหาสื่อถึงการเปลี่ยนผ่านของชีวิตในโรงเรียนและความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างครูและศิษย์ นับเป็นสิ่งที่แสดงถึงแนวคิดและการสะท้อนชีวิตที่มีตัวตนและอารมณ์ในงานเขียนของท่าน ผมเชื่อว่าความทรงจำและคำสอนที่อาจารย์บัวนึกได้ฝากไว้กับศิษย์และเพื่อนร่วมงานจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจ เป็นแสงสว่างนำทางในการทำงานของครูรุ่นใหม่ รวมทั้งสร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการครูไทยเป็นอย่างมาก การรู้ว่าท่านดำรงชีวิตด้วยธรรมและยังดูแลจิตใจของศิษย์เก่าแม้ท่านจะจากไปแล้ว ก็เป็นภาพสะท้อนถึงความเรียบง่ายและคุณธรรมที่ท่านยึดมั่นมาตลอดชีวิต การที่โรงเรียนทวีธาภิเศกและสมาคมศิษย์เก่าได้ให้ความสำคัญและยกย่องคุณค่าชีวิตการทำงานของอาจารย์บัวนึก ผลศิลป์ สะท้อนให้เห็นความผูกพันและความกตัญญูต่อผู้ให้ความรู้ที่แท้จริง ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับครูไทยทุกคนในการสานต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ของการเป็นครูผู้ให้ความรักและความรู้แก่เยาวชนของชาติ





