Automatically translated.View original post

40 + Complaining daughter-in-law, lazy, doing housework

The age is 40 years old. Life now, instead of being more comfortable, feels even heavier, especially about the daughter-in-law. Honestly, it's very tired. The habit is not bad, but the less acceptable thing is to be "unhelpful" in the same house, but never get up to do housework. The rice dish is eaten and left, the cloth is removed and piled up. In the end, we have to collect, sweep, rub, wash, wash, like a housewife.

Sometimes I am upset. Tired all day, I want someone to help me pick up. But it turns out that I am doing it alone, quietly. In my heart, I ask myself if this is too much. Or really, it should be divided together, not letting my mother-in-law do everything like this. 🥲

I told my son but it didn't improve. Honestly warning and not better. 🥹

# Mom ♪ This story must be told # Ask # 40 plus must meet

2025/9/20 Edited to

... Read moreคำว่า “ลูกสะใภ้งานละเอียด” บางบ้านใช้ในความหมายว่าเขาชอบทำอะไรเป๊ะๆ ช้าๆ หรือเลือกทำเฉพาะแบบที่ตัวเองมั่นใจ แต่พอมาอยู่รวมกันจริงๆ มันเลยดูเหมือน “ไม่ช่วย” เพราะงานบ้านต้องทำทุกวันและต้องทันเวลา โดยเฉพาะโซนครัว—จานชามหลังมื้ออาหาร ถ้าไม่รีบเก็บก็รกและเหนื่อยใจมาก (บ้านเราเองก็เคยมีหม้อนึ่ง เตาแก๊ส ของวางเต็มครัว พอค้างคืนทีเดียวคือเช้าไม่อยากเข้าครัวเลย) สิ่งที่ช่วยได้คือแยกให้ชัดก่อนว่า “ไม่ช่วยเพราะขี้เกียจ” หรือ “ไม่ช่วยเพราะไม่รู้ระบบบ้าน/กลัวทำไม่ถูก/ทำแล้วโดนบ่น” บางคนเป็นสายงานละเอียด เลยไม่กล้าจับครัว กลัววางของผิดที่ กลัวทำหม้อ-เครื่องครัวพัง หรือเคยโดนทักแรงๆ มาก่อน เลยเลือกถอยเงียบๆ ไม่แตะอะไรเลย วิธีคุยที่พอได้ผล (ในมุมแม่สามี) คือคุยเรื่อง “ระบบบ้าน” ไม่ใช่คุยเรื่อง “นิสัยคน” เช่น แทนที่จะพูดว่า “ขี้เกียจ” ให้เปลี่ยนเป็น “แม่เหนื่อยแล้ว แม่อยากให้บ้านเรามีตารางช่วยกัน” แล้วเสนอข้อตกลงที่เล็กและวัดผลได้ เช่น - หลังทานข้าว: คนที่กินคนสุดท้ายช่วยเก็บจานเข้าซิงก์/ล้าง 10 นาที - งานครัว: แบ่งเป็น ‘ล้างจาน’ กับ ‘เช็ดเตา-เคาน์เตอร์’ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งให้รับผิดชอบ - ผ้า: วางตะกร้าผ้าเฉพาะของคู่เขา และขอให้เอาลงตะกร้าให้เป็นที่ ไม่กองตามห้อง อีกอย่างที่สำคัญคือ “คุยกับลูกชายให้ทำเป็นทีม” เพราะถ้าพูดผ่านลูกชายแบบบ่นๆ เขาอาจแปลความผิดและไปกดดันภรรยา ทำให้ยิ่งตั้งการ์ด แนะนำให้ชวนคุยพร้อมกันแบบสั้นๆ เลือกเวลาที่อารมณ์นิ่ง ไม่ใช่ตอนเห็นจานกอง แล้วใช้ประโยคเชิงขอความร่วมมือ เช่น “แม่อยากให้ช่วยกันคนละนิด เพื่อให้ทุกคนอยู่สบาย” ถ้าลูกสะใภ้เป็นสายงานละเอียดจริงๆ ลองให้ “งานที่ชัดและจบเป็นชิ้น” เช่น เช็ดโต๊ะหลังมื้ออาหาร จัดของครัวเข้าที่ ตรวจแก๊ส-ปิดเตา (งานที่ต้องละเอียด) เขาอาจทำได้ดีและรู้สึกมีคุณค่า พอเริ่มได้ 1 งานแล้วค่อยขยายไปงานอื่น สุดท้าย ขอบเขตสำคัญมากค่ะ ถ้าเตือนแล้วไม่ดีขึ้น ลองลดการเก็บกวาดแทนเขาทั้งหมด (เท่าที่ไม่กระทบสุขอนามัย) เช่น แยกภาชนะของเขาไว้ให้เห็นชัด หรือกำหนดว่า “จานต้องลงซิงก์ก่อนนอน” เพื่อให้ทุกคนรับผิดชอบพื้นที่ร่วมกันจริงๆ ไม่ใช่ปล่อยให้แม่สามีเป็นแม่บ้านของบ้านทั้งหลังอยู่คนเดียว