自動翻訳されています。元の投稿を表示する

一日400円を使いすぎていませんか?

最近は少しストレスがたまっています。😔

あなたは学校が一年中たくさんの活動をしていると言いました。約400バーツかかります。

今日の子供たちはたくさんの活動をしていることを理解していますが、高価なので費用が心配です。

また、与えないと傷ついたり、怒られたりするのではないかと心配しています。😞

友達に聞きたいことがあります:

みんな学齢の子供を持っていますか?

最近、活動にどのくらいのお金を使う必要がありますか?

もし私たちがそれがあまりにも多すぎると感じ始めたら、彼を理解できないと感じさせないように何を言えばいいですか?

みんなの意見を聞きたいです❤️

前もって感謝します。

#ピークストーリー #ママ この物語は語られねば #尋ねる #母と息子

2025/10/14 に編集しました

... もっと見るเราเคยอยู่ในจุดที่ “เครียด” เหมือนกันค่ะ พอลูกบอกว่าต้องใช้เงินวันละประมาณ 400 เพราะโรงเรียนมีกิจกรรมเยอะมาก ทั้งค่าวัสดุ ค่าถ่ายเอกสาร ค่าเข้าร่วมกิจกรรม/ชมรม หรือบางวันมีซ้อมงานโรงเรียนแล้วต้องฝากท้องที่โรงอาหาร ก็เลยลองปรับวิธีคุยและวิธีเช็กค่าใช้จ่ายแบบเป็นระบบขึ้น ซึ่งช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าเยอะไปไหม และคุมงบได้โดยไม่ทำให้ลูกรู้สึกผิด 1) ลองแยกก่อนว่า 400 บาทคือ “ค่าอะไรบ้าง” สิ่งที่ทำให้ตัวเลขดูสูงคือมันรวมหลายก้อนอยู่ในวันเดียว แนะนำให้ให้ลูกช่วยจด 7 วัน (หรือ 2 สัปดาห์) ว่าแต่ละวันจ่ายอะไร เช่น - ค่าอาหาร/เครื่องดื่ม - ค่าเดินทาง - ค่ากิจกรรมโรงเรียน (ค่าวัสดุ/ค่าห้อง/ค่าซ้อม) - ค่าอุปกรณ์การเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ พอเห็นรายการจริง เราจะรู้ว่าอันไหนจำเป็น อันไหนพอปรับลดได้ และเด็กก็จะรู้สึกว่าเรากำลัง “ช่วยวางแผน” ไม่ได้ “จับผิด” 2) เช็กว่ามีกิจกรรมที่โรงเรียนเก็บเป็นรายเดือน/รายเทอมไหม บางโรงเรียนมีกิจกรรมที่เหมือนจ่ายยิบย่อย แต่ถ้ารวมทั้งเทอมอาจเป็นก้อนใหญ่ ลองถามลูกว่ามีใบแจ้งจากโรงเรียนไหม หรือให้ลูกส่งรายละเอียดกิจกรรม/ค่าใช้จ่ายในไลน์กลุ่มห้องมาให้ดู เราจะได้แยก “ค่าโรงเรียนจริง ๆ” ออกจาก “ค่าใช้จ่ายส่วนตัว” 3) ตั้งงบแบบยืดหยุ่น: วันปกติ vs วันมีกิจกรรม บ้านเราลองใช้วิธีตั้ง “งบพื้นฐาน” สำหรับวันปกติ (เช่น ค่าอาหาร+เดินทาง) แล้วเพิ่ม “งบกิจกรรม” เฉพาะวันที่มีงานจริง ๆ วิธีนี้ทำให้ลูกไม่ต้องโกหกหรือขอเพิ่มทุกวัน และเราไม่รู้สึกว่าต้องจ่ายเท่ากันทุกวัน 4) วิธีคุยที่ไม่ทำให้ลูกน้อยใจ ประโยคที่เวิร์กสำหรับเรา: - “แม่อยากเข้าใจว่า 400 ใช้อะไรบ้าง ช่วยทำรายการให้แม่ดูหน่อยได้ไหม” - “แม่ไม่ได้จะห้ามนะ แต่อยากช่วยวางแผน จะได้ไม่เครียดทั้งคู่” - “ถ้าวันไหนมีกิจกรรมพิเศษ บอกล่วงหน้าได้ไหม แม่จะได้เตรียมงบให้” โทนคุยแบบทีมเดียวกัน เด็กจะเปิดใจมากกว่า 5) ทางเลือกช่วยลดภาระ (ถ้ารู้สึกเริ่มตึง) - เตรียมข้าว/ขนมจากบ้าน 2–3 วัน/สัปดาห์ - ให้ลูกพกกระติกน้ำ ลดค่าเครื่องดื่ม - ทำซองเงินรายสัปดาห์ แยกซอง “กิจกรรม” กับ “ค่าอาหาร” - ถ้าเป็นค่าวัสดุ/อุปกรณ์ ลองถามครู/เพื่อนว่ามีแชร์หรือใช้ร่วมกันได้ไหม สุดท้าย 400 บาท “เยอะไหม” ต้องดูบริบทค่ะ เมือง/ค่าเดินทาง/กิจกรรมของโรงเรียนแต่ละที่ไม่เท่ากัน แต่ถ้าเราทำให้เห็นภาพรายจ่ายจริง แล้วคุยด้วยความเข้าใจ ลูกจะรู้สึกว่าเราซัพพอร์ต ไม่ใช่ปิดกั้น และเราก็จะคุมงบได้แบบไม่เครียดเกินไปค่ะ