The giant mahakam.. bite and eat animals without leaving the face
[Introl]
[Verse 1]
"There is a giant.
There are three pages /
With eyes / two sides /
One side is bright /
One side / glimmer /
With a mouth / twelve mouths /
Not many teeth /
/ Thirty mouths /
Eat animals / all over the world /
Giant serpent / This person /
What is your name /
Oral / ancient puzzle
Question / doubt
Latent teachings / hide in
Ponder / prosper wisdom
Colossus. Named Kalil Giant.
An acquaintance.. that the passage of time
The three faces.. are thick.
Is three.. seasons
Summer / Rainy /
Winter
Through the story / long
Eyes. There are two eyes.
Day and night
Flickering eyes / bright eyes
Is the ram and the rise.
Twelve mouths / fixtures
January / to December / Count
With a lot of teeth / mouth. Thirty teeth.
Is the date / average entry.
Chasing a bite to eat / both him-us
Time / No mercy to anyone
(Corus 2time)
The Great Giant / Time
Almighty / Great
Eat life / all ages
Not face / dog or person
Prosper consciousness / Prepare to meet a giant
The time of death is extinguished. / The mind is not confused.
Mindfulness is not broken / heart is not worried
No fear of time
...
เรื่องราวของพญามหากาฬยักษ์ในบทกวีนี้ เป็นการใช้สัญลักษณ์ของยักษ์ยาวนานมีสามหน้า สองตา สิบสองปาก และจำนวนฟันที่มากสื่อถึงเวลาที่ไม่หยุดนิ่งและครอบคลุมชีวิตมนุษย์และสัตว์ทุกชนิดอย่างไม่เหลือเว้น ที่น่าสนใจคือการตีความสามหน้าให้หมายถึงฤดูกาลทั้งสามคือร้อน ฝน และหนาว สองตาหมายถึงกลางวันและกลางคืน และสิบสองปากแทนเดือนทั้งสิบสองเดือนของปี ซึ่งสะท้อนภาพของเวลาในวงจรธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ประสบการณ์ส่วนตัวที่อยากแชร์คือ เมื่อได้ยินคำว่ากาลเวลาเป็นยักษ์ที่กัดกินทุกชีวิต ทำให้นึกถึงความไม่เที่ยงแท้และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา การที่เวลายากจะหยุดหรือหลีกเลี่ยงได้นั้นเป็นสิ่งที่คนเราต้องเรียนรู้ยอมรับ การเจริญสติและเตรียมใจไว้ล่วงหน้าอย่างที่บทกวีได้แนะนำ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเมื่อมองความจริงของชีวิตด้วยความเข้าใจ เราจะมีความพร้อมทางใจที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความสูญเสียได้อย่างสงบ ในด้านปฏิบัติ ฉันมักจะนึกถึงพญามหากาฬยักษ์เมื่อรู้สึกกังวลกับเรื่องเวลาที่ผ่านไปเร็วเกินไป หรือต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด การตระหนักว่าสิ่งนี้เป็นธรรมดาของชีวิตและเป็นส่วนหนึ่งของกาลเวลาช่วยให้ใจสงบขึ้น และทำให้ตั้งใจใช้ชีวิตในปัจจุบันอย่างเต็มที่มากขึ้น สุดท้าย หลักคำสอนในบทกวีนี้ไม่เพียงแต่ชี้ให้เห็นถึงความโหดร้ายของเวลาเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงโอกาสที่จะเจริญปัญญาและสติ เมื่อเราไม่กลัวกาลเวลาและสามารถอยู่กับความไม่แน่นอนอย่างสงบ ย่อมถือเป็นการเตรียมพร้อมสู่ชีวิตที่มีความหมายและมุ่งสู่ความเป็นอริยชนอย่างแท้จริง



























































