ผมเคยตกสอบวิชาเคมีครับ

ผมเคยตกสอบวิชาเคมีครับ

ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะข้อสอบนั้นให้ท่องตารางธาตุทั้งตาราง เขียนให้ครบทุกตัว ผมเคยทำไม่ได้มาก่อนครับ

ตอนนั้นผมหยุดคิดว่า ที่ผ่านมาผมเรียนเคมีแบบผิดมาตลอดรึเปล่า?

ผมเลยเปลี่ยนวิธีใหม่ครับ แทนที่จะท่องธาตุทุกตัวในตาราง ผมเริ่มจากจำแค่ 20 ธาตุที่เจอบ่อย แล้วทำความเข้าใจว่าแต่ละธาตุมีสมบัติอะไร ประพฤติตัวยังไง ทำไมถึงเป็นแบบนั้น พอเริ่มเข้าใจตั้งแต่บทแรก ผมก็ชอบเคมีขึ้นมาเลยครับ และ concept ที่เหลือก็ตามมาเองครับ

พอถึง ม.6 ก็ได้เป็นตัวแทนไปแข่ง Chemtest ครั้งที่ 41 ชิงโล่พระราชทานฯ และได้รางวัลชนะเลิศกลับมาครับ

หลังจากนั้นสอบ A-Level ในช่วงปี 66 เคมีได้ 82.5/100 อยู่ที่ percentile 99.87 ของประเทศ และใช้คะแนนนั้นยื่นสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลครับ

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผมเก่งกว่าคนอื่น แต่เกิดจากการที่ผม “เปลี่ยนวิธีเรียน” ตั้งแต่ ม.ต้น

จากการท่องจำ กลายเป็นการเข้าใจแก่นของเนื้อหา

นั่นคือเหตุผลที่ผมและพี่โฟล์คได้เริ่มทำบางอย่างขึ้นมา (จะประกาศทางเพจเร็ว ๆ นี้) เพราะไม่อยากให้น้อง ๆ ต้องมาเสียเวลาเรียนแบบผิดวิธีเหมือนที่ผมเคยเป็นครับ

พี่หยอง (ทีมคณิตศาสตร์พี่ป๊อป)

#คณิตศาสตร์พี่ป๊อป

#สถาบันสอนคณิตศาสตร์ที่ให้มากกว่าคณิตศาสตร์

4/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของผมที่เคยตกสอบวิชาเคมี เป็นเพราะวิธีการเรียนแบบท่องจำตารางธาตุทั้งหมดซึ่งทำให้เครียดและจำไม่ได้จริง ๆ การเปลี่ยนมุมมองมาเน้นความเข้าใจแทนการท่องจำละเอียดทุกตัว ทำให้ผมสามารถจดจำและนำไปใช้ในข้อสอบและการแข่งได้ดีขึ้นมาก ในความเป็นจริง นักเรียนหลายคนมักจะเจอปัญหาคล้าย ๆ กันกับผม คือการยึดติดกับการท่องจำโดยไม่เข้าใจแก่นของเนื้อหา ส่งผลให้เมื่อเจอข้อสอบที่ไม่ใช่เพียงแค่ท่องความจำ แต่ต้องประยุกต์ใช้ความรู้ก็ทำให้ไม่สามารถทำได้ดี การเรียนเคมีจึงควรเน้นเริ่มจากการเลือกจำธาตุที่สำคัญและเจอบ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น ไฮโดรเจน, ออกซิเจน, คาร์บอน และทำความเข้าใจสมบัติและพฤติกรรมของธาตุเหล่านั้น การเรียนรู้ผ่านการทำความเข้าใจลักษณะธาตุต่าง ๆ ยังช่วยให้เราสามารถจำแนกและจำข้อมูลได้ง่ายขึ้น เช่น เข้าใจเหตุผลว่าทำไมโลหะบางชนิดมีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า ในขณะที่ก๊าซไม่ใช่ หรือประจุของไอออนที่เกิดขึ้นในสารประกอบต่าง ๆ ผมอยากแนะนำให้น้อง ๆ ลองเปลี่ยนวิธีเรียนด้วยการทำ Mind Map หรือสร้างแผนภาพที่เชื่อมโยงสมบัติต่าง ๆ ของธาตุ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้จำได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยให้เห็นภาพรวมและความสัมพันธ์ของเนื้อหาแบบองค์รวม ซึ่งจะเป็นประโยชน์เวลาเจอคำถามในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่การท่องจำแบบตรงตัว นอกจากนี้ การซ้อมทำข้อสอบเก่าและการตั้งคำถามกับตัวเอง เช่น ทำไมธาตุนี้ถึงมีสมบัติเฉพาะอย่างนี้ หรือถ้าเปลี่ยนเงื่อนไขจะส่งผลอย่างไรกับสารประกอบ จะทำให้เรามีความเข้าใจลึกซึ้งและพร้อมรับมือกับข้อสอบในระดับสูงได้อย่างมั่นใจ การเรียนเคมีจึงไม่ควรกลัวหรือละเลย แต่ควรเปลี่ยนวิธีและทัศนคติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อง ๆ ที่ตั้งใจจะสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์หรือสายวิทยาศาสตร์ เพราะพื้นฐานเคมีที่ดีจะช่วยให้การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยราบรื่นขึ้นมาก สุดท้าย ผมอยากเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคนเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จของผมไม่ได้เกิดจากความเก่งแต่เกิดจากการปรับเปลี่ยนแนวทาง โดยเปิดใจเรียนรู้และเข้าใจจริง ๆ น้อง ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน ขอแนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนวิธีเรียน เคมีอาจจะกลายเป็นวิชาที่สนุกและเข้าใจได้ง่ายกว่าที่คิดครับ