💡เป็นกรรมการบริษัท ตั้งเงินเดือนตัวเองได้ไหม?
หลายคนที่เพิ่งเปิดบริษัท เจอคำถามนี้บ่อยมาก
แล้วคุณล่ะ มีความคิดเห็นยังไงบ้าง แวะมาแชร์กันได้นะครับ
คำถาม “เงินเดือนกรรมการบริษัท ตั้งเองได้ไหม?” เจอบ่อยมาก โดยเฉพาะคนเพิ่งเปิดบริษัทและมีชื่อเราเป็นกรรมการด้วย จากประสบการณ์ที่เจอในงานบัญชี/ภาษี ส่วนใหญ่ “ทำได้” แต่ต้องทำให้ถูกหลักเอกสารและสอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพื่อให้ค่าใช้จ่ายเงินเดือนมีน้ำหนักและไม่เสี่ยงเวลาสรรพากรตรวจ 1) กรรมการ “รับเงินเดือน” ได้เมื่อไหร่ - ถ้ากรรมการทำงานให้บริษัทจริง (เช่น บริหารงาน ลงนามเอกสาร ทำการตลาด ดูทีม ฯลฯ) บริษัทสามารถจ่ายค่าจ้าง/เงินเดือนได้ - แนะนำให้กำหนดบทบาท หน้าที่ และอัตราค่าตอบแทนให้ชัด ไม่ใช่จ่ายแบบไม่มีเหตุผลรองรับ 2) ควรมีเอกสารอะไรประกอบ - มติที่ประชุม (บอร์ด/ผู้ถือหุ้นตามอำนาจในหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ) อนุมัติเงินเดือน/ค่าตอบแทนกรรมการ - ข้อตกลงการจ้างงาน หรืออย่างน้อยเอกสารแต่งตั้ง/กำหนดหน้าที่และค่าตอบแทน - สลิปเงินเดือน/รายงานเงินเดือน, หลักฐานโอนเงินเข้าบัญชี - เอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบแนบ ภ.ง.ด.1 และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) 3) เรื่อง “หักภาษี ณ ที่จ่าย” ต้องทำไหม ถ้าจ่ายในรูปแบบเงินเดือน/ค่าจ้าง โดยทั่วไปบริษัทต้องนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้ที่เข้าลักษณะ (หลายเคสจะไปที่ ภ.ง.ด.1) และสรุปรายปีให้ผู้รับเงินด้วย 50 ทวิ 4) ประกันสังคมเกี่ยวไหม หลายบริษัทเลือกให้กรรมการที่ทำงานประจำเข้าเป็นผู้ประกันตนด้วย (ขึ้นกับสถานะการเป็นลูกจ้างจริงและแนวทางที่บริษัทจัดการ) ประเด็นนี้ควรดู “ข้อเท็จจริงการทำงาน” และความเหมาะสมของโครงสร้างค่าตอบแทนด้วย 5) ข้อควรระวังที่ผมเจอบ่อย - ตั้งเงินเดือนสูงผิดปกติในช่วงที่บริษัทยังแทบไม่มีรายได้ อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความสมเหตุสมผล - จ่ายเงินแบบ “เบิกใช้ส่วนตัว” ปนกับเงินเดือน ทำให้หลักฐานไม่ชัด ควรแยกให้เป็นระบบ - ลืมนำส่งภาษี/ยื่นแบบรายเดือน หรือไม่ออกเอกสารให้ครบ ทำให้ต้องตามแก้ทีหลัง ทริคส่วนตัว: ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะจ่ายเป็น “เงินเดือน” หรือ “ค่าตอบแทนกรรมการ” แบบไหนเหมาะกว่า ลองเริ่มจากกำหนดบทบาทงานจริงก่อน แล้วค่อยวางโครงสร้างค่าตอบแทนให้สอดคล้อง (พร้อมระบบสลิป+โอน+ยื่นแบบ) จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้บริษัทดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น






























