Automatically translated.View original post

This post is written to remind yourself and in case anyone is living the same life.

5/23 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ตรงที่ได้ใกล้ชิดกับสถานการณ์ 'ชาแขนขาซ้าย' และเกือบเกิดอาการ Stroke จริง ๆ ทำให้รู้ว่าการดูแลสุขภาพไม่ได้มีแค่การออกกำลังกายหรือพักผ่อนอย่างเดียว แต่ความเครียดสะสมก็ส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายได้เหมือนกัน หลายครั้งในวัยทำงาน เราใส่ใจแต่เรื่องงานจนลืมไปว่าร่างกายก็มีขีดจำกัด บางคนอาจดูเฮลตี้จากภายนอกแต่ภายในอ่อนล้าและบอบช้ำจากความเครียดที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม การตรวจ CT Scan และ MRI สมองซึ่งเปิดเผยว่ามีความเสี่ยงใกล้เกิด Stroke ทำให้รู้ว่าการใช้ชีวิตที่สมดุลและรู้จักฟังเสียงร่างกายเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก การทำงานหนักไม่ควรเป็นภัยกับสุขภาพของเรา เพราะไม่มีงานใดสำคัญเท่าชีวิตของตัวเอง ข้อแนะนำสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบคือ ควรจัดสรรเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกผ่อนคลายความเครียดด้วยกิจกรรมที่ชอบ เช่น การทำสมาธิ หรือการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ และอย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอเพื่อเฝ้าระวังสัญญาณผิดปกติ สุดท้ายนี้ อยากบอกว่าแม้จะรักงานมากแค่ไหนก็ตาม แต่การรักตัวเองและรักษาสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เรามีพลังไปต่อในทุกวันที่จะมาถึง