อยากทำ github profile แต่ไม่รู้จะใส่อะไร ดูคลิปนี้ได้เลย
เพราะเราแนะนำ Github Profile README Generator ถึง 2 website ด้วยกัน
.
1️⃣ Github Profile README Generator: เราใส่ Github username ของเรา และสามารถใส่ลิ้งต่าง ๆ ทั้งเว็บไซต์ของเรา social network ช่องทางต่าง ๆ แล้วก็พวก your technical skill แล้วมันจะ generate มาให้เรา
2️⃣ GPRM: เริ่มที่ใส่ Github username ของเรา แล้วเราจะได้ github stat มา แล้วก็ใส่พวกลิ้งต่าง ๆ skill ต่าง ๆ เหมือนกัน แล้วใส่พวกช่องทาง donate ได้ด้วย รวมถึงมี github trophies, visitors count, top contributed repo list มาให้เรา
.
เพ ื่อน ๆ ชอบ tool ไหนกันบ้าง หรืออยากแนะนำอันไหน พิมพ์บอกได้เลย
ถ้ากำลังทำ GitHub profile แล้วติดตรง “ไม่รู้จะใส่อะไรดี” เราว่าเริ่มจากคิดแบบง่าย ๆ ก่อนว่า คนที่เข้ามาดูโปรไฟล์เราอยากเห็นอะไรบ้าง: เราทำอะไร, ถนัดอะไร, มีผลงานไหนให้กดดูต่อได้ทันที แล้วค่อยใช้เครื่องมืออย่าง GitHub Profile README Generator หรือ GPRM มาช่วยจัดรูปแบบให้ดูโปรขึ้น สิ่งที่เราแนะนำให้มีใน GitHub Profile README (ใส่เท่าที่จริงและอัปเดตได้) 1) Intro สั้น ๆ 1–2 บรรทัด: เช่นตำแหน่งที่ทำ/สายที่สนใจ (Android Developer, Web Dev ฯลฯ) + เป้าหมายหรือสิ่งที่กำลังโฟกัส 2) Current work / Learning: ระบุว่าตอนนี้ทำโปรเจกต์อะไร หรือกำลังเรียนรู้อะไรอยู่ (เช่น Android, Kotlin, Firebase, Material Design) 3) ลิงก์สำคัญ: Portfolio/เว็บไซต์ส่วนตัว, Blog (เช่น Medium), Resume/CV (ลิงก์ Google Drive ก็ได้), ช่องทางติดต่อ (อีเมล/LinkedIn) 4) Skills & Technologies: เลือกเฉพาะที่ใช้จริงและมั่นใจ เช่น Kotlin, JavaScript, Node.js, CSS3, Firebase, GitHub Actions ฯลฯ ไม่ต้องยาวมาก แต่ให้ตรงสาย 5) Pinned repos: สำคัญมากกว่าสแตตหลายอย่าง เลือก 3–6 repo ที่ “โชว์ของ” ได้ เช่น โปรเจกต์หลัก, mini project ที่อ่านง่าย, หรือ repo ที่มี README ดี ๆ ส่วนของ “GitHub Stats / Most Used Languages / Streak” ใส่ได้ แต่อย่าให้กลบเนื้อหาหลัก เรามองว่ามันเป็นของเสริมให้โปรไฟล์ดูมีชีวิต โดยเฉพาะถ้าใช้ GPRM จะมีตัวเลือกใส่ GitHub trophies, visitors count, top contributed repo list ให้ครบ แต่ควรเลือกแค่ 1–2 อย่างพอ (เดี๋ยวหน้าแน่น) ทริคเล็ก ๆ ที่ทำให้โปรไฟล์ดูน่าเชื่อถือขึ้น - เขียน README ให้สแกนง่าย: ใช้หัวข้อ, bullet, เว้นบรรทัด - ใส่ “Quick Links” ไว้บนสุด: Portfolio / Blog / Resume / Contact - ตรวจลิงก์ให้คลิกได้จริง (ใส่ https:// ให้ถูก) - อัปเดตทุก 1–2 เดือน: แก้บรรทัด Learning หรือ pin repo ใหม่ ๆ สุดท้าย ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเลือกใช้ตัวไหน: ถ้าอยากได้แบบ “เร็วและเรียบง่าย” เริ่มจาก GitHub Profile README Generator ก่อน แต่ถ้าอยากได้ของแต่งครบ ๆ อย่าง stats/trophies/visitor count และมีตัวช่วยหลายขั้นตอน เราว่า GPRM สนุกและจบในที่เดียวมาก ๆ

