Growth Mindset อย่างเดียวอาจไม่พอ? ปลดล็อกการทำงานเป็นทีมด้วย "Outward Mindset"
เรารู้จัก Outward Mindset จากทาง SEAC (ปัจจุบันคือ BTS Thailand) ที่เขาได้ลิขสิทธิ์เนื้อหาโดยตรงจาก Arbinger ในช่วงปลายปี 66 โน่นเลยยย ตอนนั้นได้ลองเรียนรู้ผ่านการเล่นบอร์ดเกม Magic Maze และไปฟัง live ของเขาใน Zoom เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนี้เพิ่มเติม
แล้วก็ตอนโน้นที่ไปเล่นบอร์ดเกมส์ Magic Maze เขามีหนังสือ "วิธีพาตัวเองออกจากกล่องใบเล็ก" แจกด้วยนะ ซึ่งเราเพิ่งอ่านจบมาไม่นาน เป็น story ที่น่าจะแต่งขึ้นมาแหละ ในออฟฟิศแห่งหนึ่ง ที่มีคนนี้ที่เป็นผู้บริหารใหม่ในบริษัท เข้าไปอบรมตัวต่อตัวกับผู้บริหารที่อยู่มาก่อน ทำให้เขาเป็นหัวหน้าที่ดีขึ้น เป็นสามีที่ดีขึ้น และเป็นพ่อที่ดีขึ้น เป็นการเอาตัวเองออกจากกล่องเพื่อทำความเข้าใจคนอื่นให้มากขึ้น และเขาก็มีตัว flash card ให้เราหยิบแล้วลองคิดหรือทำตามใบนั้น ๆ ดู
เวลาทำงานร่วมกัน หลายครั้งเราอาจจะเผลอโฟกัสแค่ "งานของตัวเอง" ให้เสร็จตามกำหนด (Inward Mindset) จนลืมดูภาพรวม พอทุกคนต่างคนต่างก้มหน้าทำ มันเลยมักจะเกิดไซโล (Silo) หรือกำแพงระหว่างทีม ทำให้งานไปสะดุดคอขวดที่ใครสักคน โดยที่เราก็ไม่รู้ตัวเลยว่า บางทีตัวเราเองนั่นแหละที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
.
แล้ว Outward Mindset คืออะไร และจะเข้ามาช่วยได้อย่างไร?
มาทำความรู้จักกัน สรุปจากไลฟ์ที่เราเคยฟัง
เผื่ออ่านหนังสือ "วิธีพาตัวเองออกจากกล่องใบเล็ก" แล้วพอจะเข้าใจ concept
🔵 Outward Mindset คืออะไร?
.
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ปัญหาส่วนใหญ่ในการทำงานร่วมกันคือการสื่อสาร พอมาเรียน outward mindset ทำให้เรามี mindset ที่ถูกต้องในการสื่อสาร
.
ดังนั้น Outward Mindset คือ mindset ที่ใช้ในการพัฒนาความสัมพันธ์ ให้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันนั่นเอง
🔵 Build a winning culture with our proven 7-step blueprint for leaders
.
อันนี้เขาจะไปแบบไว ๆ เนอะ เพราะใน session พูดถึงข้อแรก
.
1. Develop Accountable People: เริ่มต้นจากคนในองค์กร ให้มาร่วมมือร่วมใจกัน posiblelity ส่งต่องานไปแล้วเป็นประโยชน์ และส่งต่อ impact ที่ดี
2. Foster a Culture of Helpfulness: helpful culture มาถึงอันนี้เป็นก็เป็นสุขแล้ว อันอื่นเป็นส่วนเสริม
3. Nurture employee engagement
4. Transform Conflict
5. Build Relationship: ขยายความสัมพันธ์ที่ดี
6. Recruit & Retain Talent: เอาคนเก่งเข้ามาโดยไม่ต้องอ้อนวอน
7. Take Corrective Action: ไม่มีใครไม่เคยพลาด ถ้ามีข้อผิดพลาดสามารถตักเตือนได้สบายใจ
.
คิดว่าอันไหนยากสุด ก็คืออันที่ 1, 2, 7
🔵 Inward Mindset vs Outward Mindset
.
Inward Mindset พุ่งเข้าหาเป้าหมายของเราก่อน สนใจงานความรับผิดชอบของตัวเอง เผลอมองคนรอบข้างเป็นวัตถุ → พาหนะ (ใช้งานได้), อุปสรรค (ใช้งานไม่ได้), อากาศธาตุ (ไม่สนใจ)
Outward Mindset มีความสนใจ ใส่ใจผู้อื่น เข้าอกเข้าใจคนอื่น ทุกคนต่างมี KPI ของตัวเอง win-win มองเขาเป็นคน
.
ดังนั้น เราจะต้องยอมรับความจริงว่าเราเผลอใช้ inward ใส่ใครบางคน ให้หากล่องของตัวเองให้เจอ
.
ตัวอย่างพฤติกรรมที่มุ่งเน้นที่ตัวเอง
- email หาเพื่อนร่วมงาน บอกให้เพื่อนร่วมงานช่วยทำงานส่งภายในวันนี้
- ขอไอเดียในที่ประชุม ทุกคนเงียบกริบ
- หาคนที่อยู่ข้างเรา ในท่ามกลางความขัดแย้งกั บเพื่อนร่วมงานบางคน ในการแสดงจุดยืนของเราในความขัดแย้งครั้งนี้
🔵 Self-Awareness Tool
.
Collusion วงจรสมรู้ร่วมคิด มีคำถามชวนคิดว่า “ฉันเป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้อย่างไร?”
.
ผลระยะยาวไม่ดี ยํ่าแย่ กลัวโดนเอาคืน ทำให้เราต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเสมอ
.
อันนี้เขียนเท่าที่จำได้นะ ตัวอย่างเหตุการณ์จากคุณณ้อย มีโปรเจกต์ตัดชุด uniform ซึ่งมันไม่ควรเกิน 2-3 เดือน ถามงาน คุณ ก แต่ไม่ได้ progress ด้วยความที่ตอนนั้นคุณณ้อยเพิ่งเข้ามาใหม่ในตอนนั้น และอาจจะดูดุ เลยเกิดเหตุขึ้นมา พอคุณณ้อยถามงานคุณ ก ซึ่งคุณ ก อาจจะยังทำไม่เสร็จ แต่ไม่บอกความจริงเพราะกลัวโดนดุ เลยบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เมื่อคุณณ้อยไม่ได้งานจากคุณ ก ก็จะเริ่มดุ คุณ ก มองว่าคุณณ้อยดุร้าย ใจดำ บ้าอำนาจ หลัง ๆ สถานการณ์ตึงไปเรื่อย ๆ จนคุณ ก เริ่มเล่นพวกหนักขึ้น และวนไปแบบนี้เรื่อย ๆ
.
พอมาดูสิ่งที่เขาทำ ว่าทำไมเขาทำแบบนี้ ก็พบว่ายังเกิดปัญหาอยู่ และเราจะหยุดวงจรนี้ได้อย่างไร? โดยคำถามว่า "เราเป็นส่วนนี้ของปัญหาได้อย่างไร?"
.
การ take action ที่ถูกต้อง: ให้ feedback โดยไม่ต้องไปทำโทษ หรือโชว์อำนาจใส่เขา ทำไมต้องปรับปรุงตรงนี้ เป็นประโยชน์ยังไง ในเคสนี้ถามว่าติดอะไรไหม แล้วลอง suggest ว่าใช้อันนี้สิ สอนว่าต้องทำยังไง ทำให้สถานการณ์ในทีมดีขึ้น ทำงานกันได้ราบรื่นมากขึ้น
🔵 Turn Outward Tool
ใน session พูดถึง 2 tool ด้วยกัน
.
Pyramid Tool
.
tool ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก่อนอื่นต้องจูนตัวเองก่อน
.
ทำไล่จากล่างขึ้นบน เริ่มจากจูน mindset มองเขาเป็นคน → สร้างความสัมพันธ์ อยากสำเร็จไปด้วยกัน มุมไหนเป็นแรงดึงดูด → ทำยังไงให้คนอยู่ร่วมกันแล้วไว้ใจ ปลอดภัย → กำลังทำอะไรอยู่หรอ ติดขัดอะไรไหม → เลือก มุมที่มีประโยชน์ ที่เขาอยากได้ยิน โยง value
.
แล้วมาฝั่งขวา แนะนำให้ทำ → ประโยชน์ในการทำสิ่งนี้ → objective & challenge ตั้งใจฟังให้มากพอ ว่ายังไม่สำเร็จเพราะอะไร (NOC) → earn trust
.
ตัวอย่าง outing อบรม
- Recommended Action: ส่ง email เกี่ยวกับกิจกรรม ว่ามีอบรม มีตารางกิจกรรม ส่งชื่อคนในทีมที่จะส่งอบรมตามช่องเหล่านี้ ส่งภายในวันไหน
- Benefit of this action: ทำแล้วได้อะไร? ส่งไปอบรมตาม KPI ของบริษัท และได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทีมอื่นได้ง่ายขึ้น
- Listen & Learn: ทำไมยังไม่ได้ส่ง challenge เช่น แก้ปัญหาของลูกค้าอยู่ เลยไม่มีเวลาอธิบาย / ถ้าเด็ก ๆ อยากไปพร้อมกัน บอกข้อดีข้อเสีย → NOC ต้องการให้ช่วยอะไร หรือมีความท้าทายอะไรหรือเปล่า → ชวนคุย ถอดรหัสตัวเอง / คนไม่อยากไป รอบก่อนหน้านี้มี feedback อะไรบ้าง ถูกต้องและถูกใจแยกกัน
.
กฏ 3 ข้อ เพื่อให้ win-win ร่วมกัน ใช้ในการตัดสินใจ
- ให้คุณแล้ว คนอื่นต้องได้
- ให้ไปแล้ว องค์กรเสียผลประโยชน์อะไรไหม
- สิ่งที่ให้ไป ตรงกับ mission หรือ vision กับองค์กรได้
.
🔵 Outward Mindset ให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่ earn trust ไม่งั้นจะเป็นพาหนะ
The Outward Mindset Pattern (S.A.M.)
.
Trust building not team building
.
1. See Others เข้าใจคนอื่น: เขาอยากได้อะไร ตอบโจทย์เขาให้ตรง
2. **Adjust Efforts ปรับวิธีการ**: เราให้เขามาทำอะไร
3. **Measure Impact ตรวจวัดผลกระทบ**: อย่าลืมวัดผลด้วย วันนั้นกับวันนี้ อาจะไม่เหมือนกัน
🔵 ตัวอย่างคำถาม
Q1: สิ่งที่ฉันทำ ส่งผลกระทบหรืออาจส่งผลกระทบกับงานของคุณอย่างไรบ้าง (ทั้งทางบวกและทางลบ)
- Q1.1 ที่ผ่านมามีอะไรที่ฉันทำและส่งผลดีกับงานของคุณ
- Q1.2 ที่ผ่านมามีอะไรที่ฉันทำและส่งผลเสียกับงานของคุณ
Q2: คุณอยากให้ฉันปรับวิธีการทำงานหรือวิธีการสื่อสารอย่างไร เพื่อช่วยให้คุณทำงานง่ายและสำเร็ จ
Q3: คุณต้องการให้ฉันติดตามสิ่งที่ฉันทำให้กับคุณอย่างไร และที่บ่อยแค่ไหน เพื่อให้มั่นใจว่าจะช่วยให้คุณทำงานได้สำเร็จ
.
🔵 สรุป
Growth Mindset ใช้พัฒนาตัวเอง ส่วน Outward Mindset ใช้พัฒนาความสัมพันธ์
#Lemon8girls #พัฒนาตัวเอง #lemon8ฮาวทู #Lemon8Club #คลับอ่านเขียน













อ่านต่อได้ที่นี่เลย https://www.mikkipastel.com/what-is-outward-mindset/