เข้าวงการ Body Oil ครั้งแรก!
Erb Body Oil ไม่ใช่แค่บอดี้ออยล์ธรรมดา แต่ให้ฟิลเหมือนยกสปามาไว้ที่บ้าน ต้องลอง! 🧖🏻♀️🧴🌿
#บอดี้ออยล์ #รีวิว #ERBbodyoil #ออยล์บำรุงผิว #bodyoil @ERB THAILAND
หลังจากเข้าวงการบอดี้ออยล์ครั้งแรกกับ ERB Body Oil บอกเลยว่าความรู้สึกมันต่างจากทาโลชั่นล้วน ๆ นิดนึงค่ะ ฟีลจะ “เคลือบผิว” ให้ดูโกลว์แบบ Glowing Skin แต่ถ้าใช้ถูกวิธีจะไม่เหนอะหนะอย่างที่หลายคนกลัว วิธีที่เวิร์กที่สุดสำหรับเรา: ใช้หลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาด ๆ ค่ะ (อันนี้บนขวดก็ประมาณว่า “ใช้หลังอาบน้ำได้เลย”) หยดออยล์นิดเดียวแล้วลูบให้ทั่ว แขน ขา ไหล่ จะซึมง่ายขึ้นมาก และช่วยล็อกความชุ่มชื้นได้ดี วันไหนผิวแห้งเป็นขุยจะเห็นเลยว่าผิวดู Healthy Skin กว่าเดิม เรื่องเนื้อสัมผัส: ERB Body Oil ให้ฟีลสปาจริง ๆ ตรงกลิ่นและความผ่อนคลาย ส่วนตัวเราว่าซึมค่อนข้างไว ถ้าทาทีละน้อยแล้วค่อยเพิ่มจะควบคุมความมันได้ดี ใครผิวมันมาก ๆ แนะนำเริ่มจากทาเฉพาะแขน-ขา หรือทากลางคืนก่อนเพื่อดูว่าผิวเรารับได้แค่ไหน กลิ่นไหนหอม? ข้อนี้แล้วแต่ชอบมาก ๆ แต่ทริคของเราคือเลือกแนวกลิ่นที่ “อยู่กับตัวเราได้ทั้งวัน” ถ้าไม่อยากฉุนให้เลือกแนวสดชื่น/สะอาด ๆ อย่างที่มี Mint Extract จะให้ความรู้สึกเฟรช ส่วนคนที่ชอบแนวละมุน ๆ จะถูกกับโทนดอกไม้ เช่น Jasmine Oil ซึ่งให้ความสปาแบบนุ่มลึก เวลาใช้ก่อนนอนคือหลับสบายขึ้นจริง หลายคนค้นหาเรื่อง “ออยล์ทาผิวขาว” ด้วย เราขอแชร์แบบตรง ๆ ว่าออยล์ไม่ได้ทำให้ขาวแบบเปลี่ยนสีผิวทันทีนะคะ แต่สิ่งที่เห็นชัดคือผิวดูใสขึ้นเพราะชุ่มชื้นขึ้นและสะท้อนแสงสวยขึ้นมากกว่า (โกลว์สุขภาพดี) ถ้าใช้ต่อเนื่องผิวเรียบเนียนขึ้น ก็ทำให้โดยรวมดูผ่องขึ้นได้ค่ะ ส่วนเรื่องส่วนผสมที่คนชอบ เช่น Vitamin E เราว่าช่วยเรื่องความนุ่มและการบำรุง ทำให้ผิวดูฟูขึ้นเล็ก ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่แห้งง่ายอย่างหน้าแข้งและข้อศอก ราคา/คุ้มไหม: ราคาของ ERB Body Oil จะอยู่ระดับแบรนด์สปา ใครลังเลแนะนำลองขนาดเล็กหรือไปดมกลิ่นที่เคาน์เตอร์ก่อนค่ะ เพราะ “ความชอบกลิ่น” เป็นตัวตัดสินหลัก ๆ เลย ถ้าได้กลิ่นที่ใช่ เราว่าจะหยิบมาใช้บ่อยและคุ้มขึ้นมาก สรุปสำหรับมือใหม่บอดี้ออยล์: ถ้าอยากเริ่มแบบไม่พลาด ให้ทาหลังอาบน้ำตอนผิวหมาด ใช้น้อย ๆ ก่อน เลือกกลิ่นที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ แล้วค่อยดูว่าชอบฟีลโกลว์แบบไหน (โกลว์เบา ๆ ตอนกลางวัน หรือบำรุงจัดเต็มตอนกลางคืน)





































