มอยส์บัวกหิมะ มีขนาด 10 กรัมแล้วนะ
คุณภาพก็จึ้งเหมือนเดิม 💚
หลายคนทักมาถามเหมือนกันว่า “ครีมบัวหิมะทาหน้าได้ไหม” หรือบางคนเรียก “ครีมบัวหิมะ เป่าฟูหลิง (Bao Fu Ling)” จริงๆ แล้วครีมบัวหิมะในท้องตลาดมีหลายสูตรมาก ทั้งแบบที่เน้นเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ และแบบที่เป็นครีมสมุนไพรแนวแต้มผิวเฉพาะจุด ดังนั้นคำตอบคือ “ทาหน้าได้ไหม” ขึ้นอยู่กับสูตร + สภาพผิวของเรา + วิธีใช้ค่ะ สำหรับตัวที่เราใช้เป็นแนวมอยส์เจอร์ (บนรูปมีคำว่า ADVANCE MOISTURE CREAM และมีสารสกัดบัวหิมะ/Snow Lotus) เนื้อครีมให้ฟีลเคลือบผิวเบาๆ ช่วยล็อกความชุ่มชื้น เหมาะมากกับวันที่ผิวแห้ง ลอก หรือแต่งหน้าแล้วเป็นขุย เราจะใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังเซรั่ม โดยแตะปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียวแล้ววอร์มที่มือก่อนค่อยกดลงผิว จะรู้สึกว่าผิวอิ่มน้ำขึ้นและดูใสขึ้นแบบผิวไม่โทรม สรรพคุณที่คนมักคาดหวังจาก “ครีมบัวหิมะ/บัวหิมะครีม” คือช่วยปลอบประโลมผิว ลดความแห้งกร้าน ทำให้ผิวดูเรียบเนียน และช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นเงาๆ (สายผิวใสจะชอบ) แต่ถ้าใครกำลังมองว่า “ยาบัวหิมะ” เพื่อรักษาสิวแบบยารักษาโรค อันนี้แนะนำให้แยกให้ออกว่าเราใช้เพื่อบำรุงหรือเพื่อรักษา เพราะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่ควรเคลมแทนยา และคนเป็นสิวอักเสบหนักควรปรึกษาเภสัช/แพทย์ค่ะ วิธีใช้ที่เราว่าเวิร์ก (และช่วยลดโอกาสอุดตัน) 1) ทาบางๆ ก่อน: โดยเฉพาะคนผิวมัน/ผิวเป็นสิวง่าย อย่าทาหนา 2) ใช้เฉพาะจุดได้: ถ้ากลัวหนักหน้า ให้ทาแค่บริเวณแก้มที่แห้ง หรือมุมปากที่ลอก 3) ทดลองแพ้: ทาหลังใบหูหรือแนวกราม 24–48 ชม. ก่อนทาทั่วหน้า 4) ทากลางคืนก่อน: ถ้าไม่แน่ใจว่าเนื้อหนักไหม ให้เริ่มจากกลางคืน แล้วค่อยขยับมาเช้า แล้ว “ครีมบัวหิมะ ยี่ห้อไหนดี” เราว่าดู 3 อย่างนี้พอ: (1) ฉลากชัดเจน/แหล่งซื้อเชื่อถือได้ (2) ระบุว่าเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวหน้า (3) เนื้อและฟีลเหมาะกับผิวเรา เช่น ผิวมันเลือกเนื้อบาง ผิวแห้งเลือกสูตรที่เคลือบผิวมากขึ้น สรุปจากที่ใช้ส่วนตัว: ครีมบัวหิมะทาหน้าได้ค่ะ ถ้าเป็นสูตรบำรุงผิวหน้าและใช้ถูกวิธี ตัวมอยส์บัวหิมะ/สารสกัด Snow Lotus ให้ความชุ่มชื้นดี เหมาะกับคนที่อยากได้ผิวอิ่มฟูและปลอบผิวแบบง่ายๆ แต่แนะนำให้เริ่มจากบางๆ และเทสต์แพ้ก่อนทุกครั้งนะคะ

















พิกัดจ้า