自動翻訳されています。元の投稿を表示する

レビュー3 Milk Protein Well Reissue 7-11 Attractive 😍✨

最近、新しいタンパク質とプロバイオティックミルクがたくさんあります。私は3つの新しいブランドを試す機会があるので、それを共有したいと思います。

1. B-撮影:私は栄養的にこれが好きです、タンパク質とプロバイオティクスの両方(まだ生きている)、そして砂糖を加えないでください、そしてこの量で飲みやすい乳糖はありません、しかしタンパク質10は高いと考えられています、私は間違いなく再び買うのが好きです、それは彼の通常の酸っぱい牛乳のような味がするので飲みやすいです。

(カロリー100 kcal、タンパク質10、糖分5、飽和脂肪酸1)

2.グッドメイト:高タンパク質は良いですが、私たちが買う魅力はキャラメル麦芽😅味です。この味のように、甘すぎず、飲みやすく、模倣されないが、テクスチャーは少しクリアかもしれません(おそらく添加されていないため)。グルテンはフリーで、ミルクはありません。オートミルクから作られています。グッドメイトスタイルによると、敗者はそれを食べることができます。そして、タンパク質以外の特別なものはL-カルニチンで、脂肪燃焼を助け、ビタミン+カルシウムを追加します。

(150 kcal、たんぱく質26、糖分2、飽和脂肪0.5)

3. Yendrink:プロテインブレンドこれは真ん中のフレキシタリアンラインに適しています。私は植物と牛の栄養素の両方から利益を得たいと思っています。それらはエンドウ豆と大豆から取られます。飲むとき、私は牛乳の匂いを感じることができます、テクスチャーははっきりしていません、厚くありません。利点は、タンパク質が完全で、牛乳からのカルシウムですが、脂肪が少なく、砂糖がないことです。

(150 kcal、たんぱく質22、糖分2、飽和脂肪2.5)

🩷要約:これらの3つのお気に入りは、栄養素を作り、💓おいしいbeetagen⭐です。良い仲間は、栄養素を非常によく作るオート麦ミルクであると考えられています。このレシピには油は含まれていません:)

ヒント:選択する際に注意すべきこと。完全なアミノ酸を持つタンパク質に加えて:

1.砂糖の量(特にサワーミルクと加糖ミルク)

2.飽和脂肪/コレステロール

3.カルシウムを摂取すると、より良いです。

4.アレルギーがある場合は、グルテン、ハードシェルナッツ、植物や牛乳などの成分を見てください。

5.私はより自然なタイプを選択したいので、後者は、甘味料や風味である特別な添加物を持っています,🌱、より多くの成分があると成分の名前を読んで、それが何であるかを理解する必要はありません,より良いそれは感じています,より快適.😌

最後に、それは一人一人の健康目的によって異なります:)))誰が試してみて、どちらが好きか、どちらがもう一度試してみたいですか?コメント💕

私は皆の健康と幸福を願っています。💖🦋😊

#プロテインミルク #プロテインセブン #プロバイオティクス #高タンパク質 #プロテインセブン

1/21 に編集しました

... もっと見るหลายคนที่เสิร์ชหานมโปรตีนในท็อป/นมไฮโปรตีนในเซเว่น หรือไล่ดูยี่ห้อดังๆ (รวมถึงสายที่ชอบดู Dairy Home high protein หรือ “นมโปรตีนยี่ห้อ d” อะไรทำนองนี้) มักติดคำถามเดียวกันคือ “เลือกยังไงให้คุ้ม และเหมาะกับเรา?” เลยอยากเติมทริคจากมุมคนอ่านฉลากให้ละเอียดขึ้น เผื่อเอาไปเทียบกับยี่ห้ออื่นๆได้เลยค่ะ 1) ดู “โปรตีนต่อแคลอรี่” ให้เป็น เวลาหยิบนมโปรตีนในเซเว่น เรามักมองแค่กรัมโปรตีน แต่จริงๆให้ดูคู่กับพลังงานด้วย เช่น ถ้าขวดละ ~150 kcal แต่ได้โปรตีน 20–26 กรัม ถือว่าคุ้มมากสำหรับเป็นมื้อว่าง/หลังออกกำลังกาย ส่วนตัวจะตั้งเป้าแบบง่ายๆว่า ถ้าอยากได้แนวอิ่มและช่วยคุมหิว เลือกที่โปรตีนอย่างน้อย 10–20 กรัมขึ้นไป และแคลอรี่ไม่พุ่งเกินเหตุ 2) น้ำตาลน้อยไม่ได้แปลว่า “หวานน้อย” เสมอ บางสูตรเขียนว่าไม่เติมน้ำตาล แต่มีสารให้ความหวานแทน หรือมีความหวานจากวัตถุดิบ (เช่นนมโอ๊ต) แนะนำให้ดูช่อง “น้ำตาล” และดูรายชื่อส่วนผสมท้ายฉลากด้วย ถ้าเป็นสายคุมสิว/คุมน้ำหนัก/คุมไขมันพอกตับ ส่วนตัวจะชอบตัวที่น้ำตาล 0–5 กรัมต่อขวด และรสชาติดื่มได้จริงแบบไม่ฝืน 3) เช็กไขมันอิ่มตัว + คอเลสเตอรอล (โดยเฉพาะสูตรนมวัว) ถ้าดื่มเป็นประจำทุกวัน ไขมันอิ่มตัวสะสมได้ง่าย ตัวเลือกที่ไขมันอิ่มตัวต่ำจะเหมาะกว่า โดยเฉพาะคนที่โฟกัสสุขภาพหัวใจ หรือคุมไขมันในเลือด ถ้าเป็นนมพืชมักจะไม่มีคอเลสเตอรอล แต่บางแบรนด์อาจเติมน้ำมันเพื่อให้เนื้อสัมผัสดีขึ้น ก็กลับไปดูไขมันอิ่มตัวอีกที 4) แพ้นม/ไม่ทนแลคโตส/แพ้กลูเตน ต้องดูให้ชัด ถ้าไม่ทนแลคโตส ให้มองหาคำว่า lactose free จะช่วยลดอาการท้องอืดได้เยอะ ส่วนคนแพ้นมวัวจริงๆ ให้เลือกสูตร plant-based เช่น นมโอ๊ต และดูคำว่า dairy free ให้แน่ใจ อีกกลุ่มที่มองข้ามคือคนแพ้ถั่วเหลือง/ถั่วลันเตา (สูตรโปรตีนพืช) ควรอ่านส่วนผสมละเอียดก่อนหยิบทุกครั้ง 5) เลือกตาม “เป้าหมาย” จะง่ายที่สุด - อยากได้ทั้งโปรไบโอติกส์ + โปรตีน และดื่มง่าย: มองหาสูตรที่มีโปรไบโอติกส์ยังมีชีวิต + ไม่เติมน้ำตาล/น้ำตาลต่ำ และระบุแคลเซียมด้วยยิ่งดี - อยากได้โปรตีนสูงมากๆ แบบอยู่ท้อง: สูตรนมพืชโปรตีนสูงหรือสูตรที่เสริมโปรตีนเยอะๆจะตอบโจทย์ (บางสูตรมีส่วนผสมเสริมอย่าง L-carnitine ด้วย แต่ให้มองเป็น “โบนัส” ไม่ใช่ตัวหลัก) - สาย flexitarian อยากได้โปรตีนผสมพืช+เวย์: จะได้กรดอะมิโนค่อนข้างครบ แถมยังได้แคลเซียมจากนมวัว แต่ก็ต้องเช็กไขมันอิ่มตัวควบคู่ สุดท้าย ถ้าเจอคำว่า high protein ของหลายยี่ห้อในตู้เย็นเซเว่น ลองใช้เช็กลิสต์ 5 ข้อนี้เทียบทีละขวด จะเลือกได้ไวขึ้นมากค่ะ และถ้ากำลังเล็งยี่ห้ออื่นนอก 3 ตัวนี้ (เช่นกลุ่ม “นมโปรตีนยี่ห้อ d” หรือแนว Dairy Home high protein) ก็ใช้หลักเดียวกันได้เลย: โปรตีน-น้ำตาล-ไขมันอิ่มตัว-แคลเซียม-สารก่อแพ้ ครบจบในมือเดียว