อัพเดทการรักษาในรอบ1ปี😸
สวัสดีค่ะทุกคนเป็นยังไงบ้าง ท้องฟ้ายังสวยเหมือนเดิมไหมคะ 🌈⛅️
วันนี้เรามาอัพเดตอาการและรีวิวค่าใช้จ่ายในการักษากันค่ะ ตอนนี้เราได้เปลี่ยนจากยาเซอร์ตร่ลีน วันละสี่เม็ด เช้าสองเย็นสองมาเป็นยาฟลูอ็อกซิทีน วันล่ะหนึ่งเม็ดแทนค่ะ สำหรับเรายาช่วยได้เยอะนะคะ บวกกับได้พบนักจิตวิทยา พูดคุย และหาแนวทางการรักษา เราเข้าใจนะคะว่ามันยากในการที่จะต้องพูดเรื่องราวที่ทำร้ายเราให้ใครสักคนฟัง แต่ถ้าเราไม่รักษาแผลก็จะไม่มีวันหายเจ็บนิดหน่อยตอนล้างแผล แต่ก็ดีกว่าให้มันติดเชื้อ อย่างที่บอกค่ะว่ายาช่วยได้เยอะ เเต่สำหรับเรงาเองคนเดียวนะคะ ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นไหม ยาทำให้ไม่รู้สึกเศร้า แต่ก็ไม่รู้สึกมีความสุขแบบสุดๆเหมือนกัน เป็นความรู้สึกเฉยๆ แต่ก็ทำให้อาการดีขึ้นนะคะ ถึงจะไม่สุขสุดแต่ก็มีรอยยิ้มนะคะ ดีกว่าตอนแรกที่ไม่มีเลย ร้องไห้อย่างเดียว เราเองก็หวังว่าอาการจะก็ค่อยๆดีขึ้น ความพยามของเราจะได้ไม่เสียเปล่า สิ่งที่อยากบอกทุกคนคือ อยากลืมใจตัวเองนะคะ ไม่ไหวก็ไม่เป็นไรเลย ใครที่กินยาอยู่ก็อย่าืมทานอะไรอร่อยๆก่อนกินยานะ เรารู้ว่ายามันไม่อร่อยเลยยยยย ส่วนใครที่กลัวการไปหาหมออยู่ ก็ไม่ต้องกลัวนะคะ เราเชื่อว่าคุณหมอใจดีเเน่นอน ยาถึงจะไม่อร่อย แต่ถ้ากินตรงเวลา มองท้องฟ้าสวย ขนมอร่อยช่วย รอยยิ้มหวานๆ รับรองว่าหายเร็วแน่นอนเลยย
.
.
.
ต่อมาเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายนะคะ เราจะขอพูดถึงเเค่โรงพยาบาลรัฐ(บัตร30)อย่างเดียวนะคะ ไม่รวมคลินิกนอกนะคะ
ก็จะเสียแค่ 30 บาทเลยค่ะ ไม่ว่ายาจะเยอะเเค่ไหน จะเสียเเค่ค่ายานะคะ ส่วนค่าพบนักจิตวิทยาไม่เสียนะคะ
แต่ถ้าไม่มีบัตร จะเสียราคาเต็มนะคะ จากที่ส่องใบยาตัวเองมา ราคาประมาณ 500-800บาทค่ะ ตามจำนวนยา
ขอให้ทุกคนผ่านมันไปได้นะคะ ไว้มาคุยกันใหม่น้า ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ขอโทษด้วยนะคะ🙇🏻♀️
การรักษาโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลในระยะยาวต้องการความต่อเนื่องและความเข้าใจในผลกระทบของยาแต่ละชนิด เช่น การเปลี่ยนจากยาเซอร์ตร่ลีนมาเป็นฟลูอ็อกซิทีนเป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความพยายามปรับแผนรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคน ยาทั้งสองชนิดนี้เป็นยาประเภท SSRI ที่ช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาทในสมอง จึงช่วยลดอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ อย่างไรก็ตามการรับรู้ความรู้สึกหลังรับยาอาจแตกต่างกันไป เช่น อารมณ์ที่คงที่แต่ไม่สุดโต่งซึ่งอาจเป็นผลดีในการรักษาอาการให้มีเสถียรภาพ นอกจากการใช้ยาแล้ว การพบหรือนักจิตวิทยาก็สำคัญมากเพราะการพูดคุยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญช่วยให้ค้นหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแชร์ประสบการณ์และความรู้สึกที่ยากจะพูดกับใคร แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บปวดแต่ก็เป็นกระบวนการที่ช่วยให้บาดแผลทางใจค่อยๆ หายขาดได้ เรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นเรื่องที่หลายคนกังวล เมื่อต้องรักษาโรคจิตเวชในระยะยาว โดยเฉพาะในประเทศไทย โรงพยาบาลรัฐที่รับบัตรทองหรือบัตร 30 บาท จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก เพราะผู้ป่วยจะเสียเพียงค่ายา 30 บาทต่อครั้งโดยไม่ต้องเสียค่าพบนักจิตวิทยาเพิ่มเติม ต่างจากการรักษาในคลินิกเอกชนซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า นอกจากนี้ การได้รับยาที่เหมาะสม และการกินยาอย่างสม่ำเสมอรวมกับการดูแลตัวเอง เช่นการพักผ่อนเพียงพอ รับประทานอาหารที่ดี และกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกดี ยังช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูสุขภาพจิตได้ด้วย สำหรับใครที่เริ่มกังวลหรือกลัวการไปพบแพทย์ ควรเข้าใจว่าคุณหมอและนักจิตวิทยาส่วนใหญ่มีความอดทนและเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย การเปิดใจและพูดคุยถึงปัญหาเป็นการก้าวแรกสู่การหายดี และอย่าลืมว่าแม้ยาจะมีกลิ่นรสขม แต่การกินยาให้ตรงเวลาจะช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เลือกเวลาที่ทานยาพร้อมกับสิ่งที่ชอบ เช่น ขนมอร่อย หรือชมท้องฟ้าสวยงาม ก็ช่วยสร้างรอยยิ้มเล็กๆ ในวันที่เราอาจรู้สึกเหนื่อยล้าได้ สุดท้าย การแชร์ประสบการณ์และอัปเดตผลการรักษาในชุมชนอย่างนี้ เป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่กำลังต่อสู้กับโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว ทุกคนมีโอกาสก้าวผ่านความทุกข์นี้ได้ด้วยความอดทนและการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง

เค้าขอถามหน่อยได้มั้ยคะ ว่าถ้าเรามีอาการเครียดหรือวิตกกังวลต่างๆ ต้องมากระดับไหนหรอคะถึงจะพบหมอได้คือเค้าอยากลองพบหมอมากเเต่ก็คิดว่าที่เป็นอยู่มันเรื่องเล็กน้อยรึเปล่า 🥹