ความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่กับวัยรุ่นเป็นมหากาพย์ที่ไม่มีวันจบ
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมักจะเป็นเรื่องเดิม ๆ ที่มีการ
โต้เถียงกันซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่น เรื่องผลการเรียน
ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องนอน การเล่นเกม นอนตื่นสาย คุยโทรศัพท์นานเกินไป ติดเพื่อน เป็นต้น
พ่อแม่ต้องยอมรับว่าจะต้องมีความขัดแย้งในเรื่อง
ต่าง ๆ เหล่านี้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่าลูกจะเติบโตผ่านช่วงวัยรุ่นนี้ไป
Dr.John Ng ผู้เชี่ยวชาญในด้านการจัดการความขัดแย้ง ของ Eagles Mediation and Counseling Center ประเทศสิงคโปร์ กล่าวถึงสาเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
#การมีค่านิยมที่แตกต่างและขัดแย้งกัน ค่านิยมของวัยรุ่นมักแตกต่างจากพ่อแม่ ในขณะที่วัยรุ่นให้คุณค่าแก่เสรีภาพ พ่อแม่ให้คุณค่าความขยันหมั่นเพียร ความสำเร็จ
#การมีอุปนิสัยวัยรุ่น พ่อแม่มองว่าวัยรุ่น ขาดระเบียบ ความไม่รับผิดชอบ ส่วนวัยรุ่นมองพ่อแม่ว่าควบคุมเกินไป และจ้องจับผิด
#การมีความคาดหวังที่ซ่อนเร้นและไม่เป็นจริง พ่อแม่อาจมีความคาดหวังที่สูงเกินไป เช่น คิดว่าลูกยังเรียนได้ไม่ดีเท่าที่ควร คาดหวังให้ลูกทำบางสิ่งบางอย่างให้แต่ไม่เคยบอกลูกตรงๆ ในขณะที่ลูกก็มีความคาดหวังต่อพ่อแม่ที่ซ่อนเร้นอยู่ เช่น อยากให้พ่ออยู่กับครอบครัวมากขึ้น เพราะพ่อเดินทางบ่อยเกินไป แต่ลูกไม่เคยบอกให้พ่อรู้
#การมีรูปแบบการสื่อสารในด้านลบและไม่มีประสิทธิภาพ การใช้ถ้อยคำที่รุนแรงหรือการกระทำที่ก้าวร้าวทำให้เกิดความโกรธ ทั้งในพ่อแม่และวัยรุ่น
วิธีการจัดการความขัดแย้งตามแนวทางของ Dr.John Ng ดังนี้
#เมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ไม่ควรตำหนิหรือกล่าวหาลูกด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และโจมตี หรือพูดถึงเรื่องส่วนตัว
#พ่อแม่ต้องรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง ถ้าทำผิดต่อลูกต้องรู้จักขอโทษ ไม่ใช่แก้ตัว หรือโทษผู้อื่น
#เมื่อเกิดความขัด แย้งให้ตั้งใจรับฟังคำพูดของลูก ด้วยการถาม เปิดโอกาสให้ลูกได้อธิบาย การรับฟังอย่างตั้งใจ โดยไม่มุ่งสอน ไม่ตัดสินทันที จะทำให้ลูกกล้าบอกเล่า เปิดใจได้มากกว่า
#การควบคุมอารมณ์ เมื่อเรารู้สึกโกรธหรือคับข้องใจ ทำให้การสื่อสารขาดประสิทธิภาพ หากมีการเผลอพูดจารุนแรงไป การกล่าวคำขอโทษจากใจจริงจะช่วยสอนให้วัยรุ่นรู้จักการรับผิดชอบต่ออารมณ์ของตนเองเช่นกัน
#แก้ไขความขัดแย้งทีละประเด็น อย่านำปัญหาเก่า ๆ ที่เกิดขึ้นนานแล้วมาปะปนกับปัญหาปัจจุบัน ทำให้เกิดความสับสน
#เลือกโอกาสในการพูดคุยให้เหมาะสมดูอารมณ์ของตนเองและของลูก หากกำลังโกรธ โมโห เสียใจ ซึ่งเป็นภาวะอารมณ์ไม่ปกติ ควรรอให้อารมณ์เย็นลงก่อนแล้วจึงค่อยพูดคุยกัน
Cr.คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
#parenttips
#teenagerparenting
#teenagerslife












































