การเลี้ยงลูกย่อมมีสไตล์แต่ละบุคคล แต่ละครอบครัวแตกต่างกันไป
แต่การเลี้ยงดูที่ขอหยิบยกนำมาบอกเล่ากันในบทความนี้คือ
การเลี้ยงดูแบบ "พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์" (Helicopter Parenting) หรือการเลี้ยงลูกในแบบพ่อแม่ที่คอยปกป้องลูกจากอุปสรรคทุกอย่างจนเกินไป
ซึ่งส่งผลเสียมากมาก ดังนี้
1. กับดักของ "เด็กเก่งที่เปราะบาง"
ในทางจิตวิทยา เรามักพบว่าเด็กที่ถูกกดดันใ ห้
"ต้องเก่ง" หรือ "ต้องสมบูรณ์แบบ" (Perfectionism)
แต่มักถูกประคบประงมไม่ให้เจอความลำบาก จะขาดสิ่งที่เรียกว่า Resilience (ความยืดหยุ่นทางใจ) หากเกิดความ ผิดหวัง ผิดพลาด เด็กเหล่านี้มักจะจมดิ่งอยู่กับความผิดนั้นจนลืมไปว่าทุกคนผิดพลาดได้แต่เป็นเพราะถูกเลี้ยงอย่างประคบประหงม ไม่ต้องผจญกับความเสียใจ ความทุกข์ เพราะมีกรอบป้องกันความทุกข์จากพ่อแม่ เมื่อเกิดปัญหาจึงมองไม่เห็นหนทางที่จะแก้ไข
🥹 ผลที่ตามมา: เมื่อเข้าสู่สังคมจริงแล้วเจอความพ่ายแพ้เพียงเล็กน้อย เด็กกลุ่มนี้จะแตกสลายได้ง่าย เพราะไม่เคยสร้าง "ภูมิคุ้มกัน" จากความผิดหวัง
2. ความกลัวของพ่อแม่ คือ กรงขังของลูก
การที่พ่อแม่กลัวลูกเสียใจจนไม่ยอมปล่อยให้ลูกลองผิดลองถูก (Overprotection) ส่งผลต่อ Self-Efficacy (ความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง) ของเด็ก
🥹 กลไกทางจิตวิทยา: เมื่อเด็กไม่ได้ลงมือทำเองเพราะพ่อแม่คอยขัดหรือกลัวแทน สมองจะเรียนรู้ว่า "ฉันไม่มีศักยภาพพอที่จะจัดการปัญหา" นำไปสู่สภาวะ Learned Helplessness หรือการภาวะที่รู้สึกท้อถอยและไม่กล้าตัดสินใจอะไรเลย คงเป็นเรื่องน่าเศร้า หากความรู้สึกท้อถอย หลีกหนี จ
ไม่กล้าตัดสินใจ มาจากจุดเริ่มต้น คือ พ่อแม่
3. การเปลี่ยน "ความผิดพลาด" เป็น "การเรียนรู้"
หัวใจสำคัญของบทความนี้คือการส่งเสริมให้เด็กมี Growth Mindset ความคิดเติบโต คิดแก้ปัญหา คิดแบบยืดหยุ่น เพราะการหาคำตอบอาจไม่ได้มาจากหนทางเดียว!!!
• ดังนั้น พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูก "ผิดหวังได้"
และ "เสียใจเป็น" โดยมีพ ่อแม่เป็น Safe Zone หรือพื้นที่ปลอดภัยที่คอยรับฟังและช่วยถอดบทเรียน แทนที่จะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ลูกได้เจอกับโลก
ความเป็นจริงที่ไม่ได้สวยงามเหมือนนิทาน แถม
โหดร้ายกว่าที่คิดอีกด้วย
การรักลูกที่ถูกทางในเชิงจิตวิทยา ไม่ใช่การถางทางให้ราบเรียบเพื่อให้ลูกเดินสบาย แต่คือการ
"สอนให้ลูกรู้วิธีเดินบนทางที่ขรุขระ"
ด้วยความมั่นใจ

































