Automatically translated.View original post

Good brain. Good intestines...Not floating words.

Many people don't know "brain" versus "gut."

Not just apart from each other.

But they communicate all the time.

Through "vagus nerves" and "neurotransmitters" like serotonin.

Over 90% of which are generated in the gut!

If the intestines are very infected

It will send a happy signal to the brain.

Help us think clearly. Good mood.

And motivated to live.

But if the intestines are bad...

Poorly digested toxins will leak into the bloodstream.

Makes the brain numb, blurred, easy to stress, insomnia

That many people mistake themselves for being "depressed."

The cause is in the "stomach."

🌿 A strong gut is the root of a bright brain.

Let's start with foods that are good for microbes, such as

Yogurt kimchi natural pickles banana ripe mango

And abstain from intestinal-hurting foods like sugar and processed foods.

Just change what we eat.

We can change our thoughts and emotions.

✨ because the last "good brain"

Didn't start with the brain...

But it starts with the "smiling gut."

# Healthy, starting in the gut # Brain # The gut is the second brain # 40 plus is not convenient

2025/10/28 Edited to

... Read moreตอนแรกฉันก็สงสัยคำว่า “สมองจริง” เหมือนกัน ว่ามันคือสมองที่ทำงานได้เต็มที่ คิดชัด ตัดสินใจไว อารมณ์นิ่ง ไม่วอกแวกง่ายใช่ไหม? แต่พอเริ่มสังเกตตัวเองจริง ๆ ช่วงที่ทำงานหนัก นอนน้อย กินหวาน/ของแปรรูปบ่อย ๆ จะมีอาการแบบเดิมวนมาเลย: สมองมึน เบลอ หงุดหงิดง่าย โฟกัสสั้น บางวันใจตก ๆ เหมือนจะซึมเศร้า ทั้งที่ไม่ได้มีเหตุการณ์ใหญ่โตอะไร สิ่งที่ช่วยให้ฉัน “กลับมาเป็นสมองจริง” มากขึ้น คือเริ่มดูแลลำไส้แบบเป็นระบบ เพราะลำไส้กับสมองสื่อสารกันตลอดผ่านเส้นประสาทเวกัส และสารสื่อประสาทอย่างเซโรโทนินที่ส่วนใหญ่สร้างจากลำไส้ พอเข้าใจจุดนี้ ฉันเลยไม่โทษตัวเองว่าอ่อนแออย่างเดียว แต่หันมาจัดอาหารให้จุลินทรีย์ดีในท้องทำงานง่ายขึ้น สิ่งที่ฉันทำ (ทำตามนี้ 2–3 สัปดาห์จะเห็นความต่างชัด): 1) เพิ่ม “โปรไบโอติกส์” วันละนิด ฉันเลือกแบบที่กินง่ายและเข้ากับชีวิต เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ, กิมจิ, ผักดองธรรมชาติ, มิโสะ (ใส่ซุปอุ่น ๆ) เคล็ดลับคือเริ่มทีละน้อยก่อน เพราะบางคนท้องอืดได้ถ้าเพิ่มเร็วเกินไป 2) เติม “พรีไบโอติกส์” ให้เป็นอาหารของเชื้อดี อันนี้คือกลุ่มไฟเบอร์ที่เชื้อดีชอบมาก เช่น กล้วย, มะม่วงสุก, หอมหัวใหญ่, กระเทียม, หน่อไม้ฝรั่ง ฉันทำง่าย ๆ คือเพิ่มหอม/กระเทียมในเมนูผัด หรือกินผลไม้เป็นของว่างแทนขนมหวาน 3) ลดตัวทำร้ายลำไส้แบบที่เห็นผลจริง ฉันไม่ตัดหมด แต่ลด “น้ำตาลขาว” และ “อาหารแปรรูป” ก่อน เพราะสองอย่างนี้ทำให้ท้องปั่นป่วนและอยากของหวานหนักขึ้นเป็นวงจร พอลดได้ อาการง่วงหลังอาหารและความหงุดหงิดช่วงบ่ายเบาลงมาก 4) เช็กสัญญาณจากร่างกาย เพื่อรู้ว่ามาถูกทางไหม ของฉันจะดู 4 อย่าง: การขับถ่ายสม่ำเสมอ, ท้องไม่อืด, หลับลึกขึ้น, อารมณ์นิ่งขึ้น/คิดชัดขึ้น ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งดีขึ้น แปลว่าลำไส้เริ่มตอบสนองแล้ว สำหรับฉัน “สมองจริง” ไม่ได้เริ่มที่การฝืนคิดให้เก่งขึ้นอย่างเดียว แต่มันเริ่มจากทำให้ลำไส้สงบและแข็งแรงก่อน พอท้องดี สมองก็ดีตามแบบที่สัมผัสได้จริง ๆ