ทำไมกินปกติ แต่ยังลดได้!?
🔴การเลือกกินสำคัญมากในการลดน้ำหนักหรือลดไขมัน การออกกำลังกายเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ช่วยในเรื่องของความกระชับ
🏃🏻♀️➡️ยกตัวอย่างการใช้ชีวิต: ค่า BMR = 1,500 แคล ค่า TDEE = 1,600 - 1,700 แคล (เป็นคนออกกำลังกายปานกลาง 3 วัน / week)
🟠เป้าหมายคือ การลดไขมัน🟠
**สามารถคำนวณได้เว็บนี้ https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/BMR-calculator-loseweight **
🍽️1. เลือกกินให้เป็น เช่น ข้าวกระเพราหมูสับเปลี่ยนจากผัดน้ำมัน >>> เป็นผัดน้ำ หรือ ข้าวมันไก่เปลี่ยนจากข้าวมัน >>> เป็นข้าวสวย
** กินเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่แค่เลือกกินให้เป็นมากกว่าเดิม และจะไม่กินเกินค่า TDEE **
🧋2. สามารถกินของหวานได้เป็นบางครั้ง เช่น 2-3 ครั้ง / week (จะกินหวานประมาณ 25% ถึง 50%)
** เมื่อก่อนเป็นคนที่ชอบกินของหวานมาก ๆ พอมาออกกำลังกายก็เริ่มลดความหวานลงทีละเล็กน้อยไปเรื่อย ๆ ช่วงแรก ๆ กินหวาน 100% >>> ลงมาเหลือ 50% >>> และตอนนี้สามารถกินหวาน 25% ได้แล้ว**
3. หยุดมีข้ออ้างให้ตัวเอง
** เมื่อก่อนเค้าเคยอ้วนจนหนัก 85 กิโลกรัม แล้วตอนนั้นก็ไม่ฟังใครเลย ใครเตือนก็ไม่ฟัง จนเค้ารู้สึกว่าเค้าเดินแล้วเค้าปวดเข่า แล้วอีก 15 กิโลน้ำหนักก็จะเท่ากับ 100 กิโลแล้ว เค้าเลยหันมารักตัวเองมากขึ้นโดยการออกกำลังกายและควบคุมการกิ นจริงจัง เพราะก่อนหน้าหน้านั้นเค้าจะมีข้ออ้างให้ตัวเองตลอดว่า “เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยลด” “ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยทำ” จนน้ำหนักมันก็เพิ่มขึ้นไปถึง 85 กิโลกรัมได้ เค้าขอใช้คำว่าเค้าฝืนตัวเองจนมีวินัย ถ้าวันนั้นเค้าไม่หยุดมีข้ออ้างให้ตัวเองมันก็คงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขอบคุณตัวเองที่หยุดมีข้ออ้างให้ตัวเองในวันนั้นและมีการพัฒนาที่ดีขึ้นวันนี้**
เค้าขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนที่กำลังหันมารักตัวเองหันมาออกกำลังกายหันมาเลือกกิน ขอให้ทุกคนทำสำเร็จแล้วได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้นะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องใช้เวลาแต่เมื่อถึงเวลานั้นทุกคนจะขอบคุณตัวเองที่ทำมันได้⭐️🩷
#กินแบบไม่อดอาหาร #กินน้อยไม่ได้แปลว่าจะผอมนะ #ติดเทรนด์ #ทริคการดูแลตัวเอง #กินแต่พอดี
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและออกกำลังกาย พบว่าการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนไม่จำเป็นต้องอดอาหารจนทรมาน แต่เน้นการเลือกกินให้เหมาะสมกับพลังงานที่ร่างกายใช้จริง (TDEE) เป็นหัวใจสำคัญ การรู้ค่าพื้นฐานอย่าง BMR และ TDEE ช่วยให้เราควบคุมแคลอรี่ได้ดี ไม่กินเกินพลังงานที่เผาผลาญในแต่ละวัน อย่างเช่นเปลี่ยนเมนูที่ดูปกติ เช่น ข้าวมันไก่ เปลี่ยนข้าวมันเป็นข้าวสวย หรือลดปริมาณน้ำมันในอาหารจานโปรด ทำให้ยังคงสามารถกินอาหารที่ชอบได้โดยไม่รู้สึกขาด แต่ควบคุมพลังงานเข้าไม่ให้เกินความต้องการ นอกจากนี้ การค่อยๆ ลดความหวานแทนการงดหวานทันที ทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างยั่งยืน เช่น ลดชานมหวานจาก 100% เหลือ 50% และต่อเนื่องจนเหลือ 25% ช่วยลดปริมาณน้ำตาลโดยไม่รู้สึกว่าต้องตัดของโปรดทิ้งไปทั้งหมด สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ได้เรียนรู้คือการไม่ให้ข้ออ้างกับตัวเอง เช่น “เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเริ่ม” หรือ “วันนี้ไม่เป็นไร” เพราะคำพูดแบบนี้จะทำให้ไม่มีการลงมือทำจริงจังและทำให้น้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้สลับมาฝึกวินัยตัวเองและให้กำลังใจตัวเองในทุกๆ วัน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายควรเป็นส่วนเสริมที่ช่วยเพิ่มความกระชับและความแข็งแรงของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องเข้มข้นเกินไปแค่ประมาณ 3 วันต่อสัปดาห์ ก็มีส่วนช่วยได้ดีควบคู่กับการกินที่ถูกต้อง สุดท้าย เมื่อเรารักตัวเองและมีความตั้งใจจริงทุกคนจะเห็นผลลัพธ์ในระยะยาว ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ การทำทีละนิดและคงไว้ซึ่งวินัยคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ




