เกือบตกเครื่องเพราะแท็กซี่ตีกัน
#ประสบการณ์ท่องเที่ยว มาเก๊าครั้งแรก
ว่าด้วยวันกลับเราวางแผนกันว่าเราจะนั่งรถบัสของโรงแรมมาที่แอร์พอร์ตแต่ด้วยความที่รถบัสมาส่งที่ท่าเรือก่อน ด้วยความไม่รู้คิดว่ามันสุดสายแล้วคิดว่ามันคือแอร์พอร์ต เพราะในรถอ่ะก็คือเปิดวนแล้วอ่ะท่านอย่าลืมของบนรถนะคะนี่คือสถานีแอร์พอร์ต แล้วทุกอย่างมันคล้ายกันมากก็เลยลงรถกันสามคนค่ะพร้อมกระเป๋าใบใหญ่สามใบแล้วก็กระเป๋าถืออีกสองใบพอเดินถามก็คือที่นี่ไม่ใช่แอร์พอร์ตจ้ะ ชิหายแล้วววว แล้วเหลือเวลาอีกประมาณไม่ถึง 10 นาทีเคาน์เตอร์ เช็คอิน จะปิด เราก็เลยต้องเรียกรถแท็กซี่เค้าจะมีคิวรถแท็กซี่อยู่ตาม Numbers เลยเราก็ไปที่คันที่หนึ่งแล้วก็บอกว่าเราจะไปแอร์พอร์ตอีกคนขับมันก็ชี้มือว่า สนามบิน อยู่ ฝั่งนั้นเหมือนว่าจะขับรถไปอีกไม่ไกลก็ถึงอ่ะแต่ว่าพอมันลงมาเปิดประตูรถนางก็โบกมือบ๊ายบายว่าไม่ไปเพราะว่ากระเป๋าเรามีสามใบกับคนสามคนเราก็เลยเดินไปหาคันที่สองคันที่สองก็บอกเราว่าไปคันแรก ให้ไปขึ้นรถคันแรกเลย เราก็เลยบอกเขาว่ารถคันแรกเค้าไม่ไปแล้วสักพักหนึ่งก็มีผู้โดยสารที่ต่อจากเรามาขึ้นรถคันแรกกำลังจะขับไปคันที่สองที่ต่ออยู่ก็เลยขับไปปาดหน้าคันแรกแล้วก็ด่ากันฉ่ำว่าแล้วทำไมไม่ไปอะไรประมาณนี้ที่จับใจความได้แต่ก็คือมันน่าจะเป็นกฎของเค้าที่ว่าคิวมันต้องตามคิว แล้วด้วยประเด็นที่ฉันจะตกเครื่องกันแล้วจ้าและคันสองเค้าก็มีน้ำโหอ่ะเพราะว่า มันไม่ใช่คิวเค้าไงคิวแรกอ่ะต้องไปมาเลือกลูกค้าได้ยังไงคุณไม่มีสิทธิ์เลือกลูกค้าอะไรประมาณนี้เค้าก็ด่ากันฉ่ำนะเว้ยด่ากันแบบใช้เวลานานมากเธอฉันแบบเค้าดาวน์ถอยหลังว่าแบบเมื่อไหร่ฉันจะได้ไปคือมันไปไม่ได้อ่ะคือเค้าด่าขนาดเนี่ยฉันก็ไม่สามารถเดินไปขึ้นคันสามได้
เรายืนรออยู่สักพักนึงอ่ะจนแบบมันเหลือแค่แบบประมาณไม่ถึง 5 นาทีอ่ะก็คือรีบขนกระเป๋าขึ้นรถอีกคันเนี่ยมันก็คือแบบหงุดหงิดแล้วอ่ะคนขับก็คืออารมณ์เสียสุดสุดแล้วก็คือเหยียบแบบขับเร็วมากอ่ะกลัวพวกเราตกเครื่องมั้งค่ารถประมาณ 35 เหรียญ 1 นาทีสุดท้ายฉันถึงเคาน์เตอร์ได้แบบเค้ากำลังแกะทุกอย่างออกจากเคาน์เตอร์เช็คอินแล้วเกือบไม่ได้ขึ้นเครื่องค่ะเพราะว่าพนักงานลุกไปจะหมดแล้วเหลือคุณพี่คนไทยคนเดียวโชคดีด้วยเดชะบุญที่ทำมายังได้กลับบ้านไม่งั้นนะได้เป็นเรื่องเล่าอีก








