✨ รีวิวการลดความอ้วนของเราเอง | 3 เดือนที่ผ่านมา ✨

การลดครั้งนี้เราเรียกว่า “ลดครั้งสุดท้าย” ค่ะ 😂 แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่การลดความอ้วน แต่เป็นการ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตมากกว่า

เพราะถ้าเราบอกตัวเองว่า “ช่วงนี้กำลังลดความอ้วน” มันอาจจะมีวันที่เรารู้สึกว่า “โอเค ลดเสร็จแล้ว เลิกได้แล้ว” 😂

เราเลยเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่า นี่คือการปรับพฤติกรรม และเป็นสิ่งที่เราจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ในแบบที่เหมาะกับชีวิตของเราค่ะ

วันนี้เป็นวันที่เราออกกำลังกายครบ 3 เดือน 🎉

แต่จริง ๆ เราเริ่มคุมอาหารมาก่อนหน้านั้นสักพักแล้วค่ะ

ผลลัพธ์ตอนนี้คือ

✨ น้ำหนักลดไป 2 กิโล

✨ เอวลดไป 2.5 นิ้ว

สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้ลดเยอะมาก แต่สำหรับเรา ค่อนข้างแฮปปี้กับผลลัพธ์นี้ค่ะ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราไม่ได้ใช้วิธีอดอาหารหรือกดดันตัวเองเลย

🏃‍♀️ การออกกำลังกาย

เราออกกำลังกายที่บ้าน 100% ค่ะ

คาร์ดิโอของเราคือ กระโดดเชือก และเวทเทรนนิ่งเราใช้ Kettlebell เป็นหลักค่ะ

ช่วงแรกเราเริ่มจากกระโดดเชือกแค่

⏱️ กระโดด 30 วินาที

⏸️ พัก 30 วินาที

ทำ 4 เซ็ต → พัก 1 นาที → ต่ออีก 4 เซ็ต

หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เพิ่มเวลาขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามที่ร่างกายไหวค่ะ เราออกกำลังกายประมาณ 5 วันต่อสัปดาห์ และพัก 2 วัน

พอกระโดดเชือกครบประมาณ 1 เดือน เราก็เริ่มเพิ่มเวทเทรนนิ่งเข้ามาค่ะ

จากเดิมที่คาร์ดิโอ 5 วัน ก็เพิ่มเวทเข้ามาอีกประมาณ 3 วันต่อสัปดาห์

ท่าหลัก ๆ ที่เราเล่นก็จะมี

🏋️‍♀️ Squat

🏋️‍♀️ Deadlift

🏋️‍♀️ และท่าอื่น ๆ ที่ค่อย ๆ ศึกษาและปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ส่วนตัวเราเป็นคนที่ทำทุกอย่างแบบ ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ

เวลาที่ใช้กระโดดเชือกก็ค่อย ๆ เพิ่ม

จำนวนท่าในการเวทก็ค่อย ๆ เพิ่ม

จำนวนครั้งก็เพิ่มเท่าที่ร่างกายไหว

เราไม่กดดันตัวเอง และไม่รีบค่ะ เพราะรู้สึกว่าถ้าทำจนเครียด สุดท้ายอาจจะทำได้ไม่นาน 🥹

🍽️ เรื่องการกิน

ช่วงแรกเราทำอาหารกินเอง 100% เลยค่ะ เน้นกินโปรตีนให้ถึงตามเป้าของตัวเอง เพิ่มไฟเบอร์ในมื้ออาหาร และพยายามลดคาร์บ ขนม และน้ำหวานลง

แต่ไม่ได้งดทั้งหมดนะคะ 😂

เราจะมี โควต้าในการกินขนมหรือของหวาน เพราะรู้ตัวเลยว่าถ้าห้ามตัวเองแบบเด็ดขาด วันหนึ่งอาจจะตบะแตกแล้วกินยาวได้ 555555

พอถึงวันนี้ที่เห็นผลลัพธ์ เราค่อนข้างแฮปปี้ค่ะ เพราะรู้สึกว่าการใช้วิธีนี้มัน ชิลและอยู่กับชีวิตจริงได้

วันไหนอยากกินขนมก็กินค่ะ 🍰

แต่กินแล้วต้องรู้ลิมิต และหลังจากนั้นก็กลับเข้ารูทีนในมื้อถัดไป

❌ ไม่กินแล้วปล่อยตัวลากยาว

❌ ไม่กินแล้วเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อรีดออก

❌ ไม่ใช้การออกกำลังกายเป็นการลงโทษตัวเอง

เราไม่ทำแบบนั้นค่ะ 😂

ต้องยอมรับว่าการลดแบบนี้อาจจะช้ากว่าวิธีอื่น แต่สำหรับเรา ช้าได้ ขอแค่ไม่เครียดและทำต่อไปได้จริง

เพราะเป้าหมายของเราคือไม่ได้อยากผอมเร็วที่สุด แต่เราอยากมีพฤติกรรมที่สามารถทำไปกับชีวิตได้ในระยะยาวค่ะ 🤍

🎯 เป้าหมายต่อไปของเรา

✨ ลดเอวลงอีก 1.5 นิ้วภายในสิ้นปี

✨ ลดน้ำหนักลงอีกประมาณ 2 กิโล

ค่อย ๆ ไปทีละนิด ไม่รีบ ไม่กดดันตัวเองค่ะ 💪

เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังดูแลตัวเองเหมือนกันนะคะ 🥰 เราอาจจะไม่ได้เห็นผลเร็วที่สุด แต่ถ้าเรายังทำต่อไปเรื่อย ๆ สักวันผลลัพธ์ก็ต้องมาแน่นอนค่ะ 🤍

#ลดความอ้วน #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู

9/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การลดน้ำหนักของผู้เขียนที่แชร์ไว้ เราสามารถเรียนรู้ว่าการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนนั้น สำคัญที่การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับตัวเองมากกว่าการอดอาหารหรือเร่งรีบเพียงชั่วคราว หลายครั้งคนมักตั้งเป้าหมายลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป จนอาจส่งผลให้เครียดและเลิกกลางคัน แต่การเปลี่ยนวิธีคิดเป็นมุ่งปรับพฤติกรรมในระยะยาว เช่น การออกกำลังกายที่บ้านแบบคาร์ดิโอกระโดดเชือกและเวทเทรนนิ่งด้วย Kettlebell รวมถึงการทำอาหารเองที่บ้าน โดยเพิ่มโปรตีนและไฟเบอร์พร้อมลดคาร์บและน้ำตาลให้อยู่ในระดับเหมาะสม ถือเป็นแนวทางที่ดี นอกจากนี้ การกำหนดโควต้าในการกินขนมและน้ำหวานอย่างมีสติ ช่วยลดโอกาสที่เราจะท้อแท้แล้วตบะแตกแบบกะทันหัน การไม่ลงโทษตัวเองด้วยการออกกำลังกายหนักเกินไปหรืออดอาหารจนเกินควร จะช่วยให้การลดน้ำหนักนี้กลายเป็นพฤติกรรมประจำวันที่ทำได้จริงและไม่รู้สึกเครียด นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับการค่อยๆ เพิ่มระดับความหนักของการออกกำลังกายตามสภาพร่างกาย เช่น เริ่มกระโดดเชือกแค่ 30 วินาทีแล้วพัก 30 วินาที ค่อยๆ เพิ่มเวลาตามความสามารถ และเรียนรู้ท่าเวทเทรนนิ่งที่เหมาะสมโดยศึกษาความรู้เพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนอย่างปลอดภัย จากการลงมือทำจริงอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 เดือน แม้น้ำหนักลดเพียง 2 กิโลและเอวลด 2.5 นิ้ว อาจดูไม่มากสำหรับบางคน แต่ควรชื่นชมในความสำเร็จของตนเองและมุ่งมั่นต่อเนื่อง เพราะสุขภาพและรูปร่างงดงามยั่งยืนอยู่ที่การอดทนและความมีวินัยในระยะยาว ท้ายสุด อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังลดน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพ แม้ผลลัพธ์จะช้าไปบ้าง แต่ถ้าเราทำต่อเนื่อง สุดท้ายผลลัพธ์ที่ดีจะมาถึงแน่นอน และที่สำคัญที่สุดคือการมีความสุขกับการดูแลตัวเองอย่างไม่เครียดและไม่กดดันนั้นเอง