ดีใจมากกับสิ่งนี้ 🥹 Manifest planner จากคุณ @พีนัทบัตเตอร์ จะตั้งใจเขียนทุกวันเลยย 🫶🏻 #manifest #หนังสือ #รีวิวหนังสือ
หลังจากได้หนังสือ Manifest Planner มา สิ่งที่ชอบที่สุดคือความ “ไม่ฟิกซ์” ของเล่มนี้ค่ะ คือไม่ได้บังคับให้เราเริ่มวันจันทร์ต้นเดือน หรือเขียนตามช่องที่กำหนดเป๊ะๆ ใครที่เคยซื้อแพลนเนอร์แล้วท้อเพราะเว้นไปหลายวันแล้วรู้สึกผิด เล่มนี้ช่วยลดความกดดันได้เยอะมาก เพราะอยากเริ่มเมื่อไหร่ก็เริ่มได้จริงๆ วิธีที่เราลองใช้ให้ “คิดสิ่งใด ได้สิ่งนั้น” แบบเป็นรูปธรรม คือเริ่มจากเขียนเป้าหมายให้ชัดก่อน 1–3 เรื่องต่อช่วงเวลา (เช่น งาน/เงิน/สุขภาพ) แล้วแตกเป็นสิ่งที่ทำได้ทันทีในสัปดาห์นั้น เช่น ถ้าอยากโฟกัสงาน เราจะเขียนว่า “ฉันส่งงานตรงเวลาและมีสมาธิ” แล้วตามด้วยแอ็กชันเล็กๆ อย่างปิดแจ้งเตือน 1 ชั่วโมง/วัน หรือทำ To-do 3 ข้อหลักต่อวัน พอมีทั้งความตั้งใจ + การลงมือทำ จะรู้สึกว่าไม่ได้แค่ “ขอพร” แต่เป็นการจัดชีวิตให้ไปทางเดียวกับที่เราต้องการ อีกจุดที่น่ารักคือมันเป็นพื้นที่ให้เรา “ปรับแต่งได้เอง” จริงๆ เราชอบเพิ่มหน้าสรุปสิ่งที่อยากโฟกัสประจำเดือน เช่น - สิ่งที่อยากดึงดูด/อยากให้เกิดขึ้น - สิ่งที่ต้องปล่อย (นิสัยหรือความคิดที่ฉุดเรา) - หลักฐานความสำเร็จเล็กๆ (เขียนขอบคุณตัวเอง) พอเขียนแบบนี้ทุกวันหรือเกือบทุกวัน จะเห็นแพทเทิร์นความคิดของตัวเองชัดขึ้นมาก สำหรับคนที่ลังเลว่า Manifest Planner เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับ 3 แบบนี้เลย: (1) คนเริ่มทำ manifest ครั้งแรก อยากมีไกด์ให้เขียนง่าย (2) คนที่ไม่ชอบแพลนเนอร์ตายตัว เพราะชีวิตตารางไม่แน่นอน (3) คนที่อยากได้เล่มเดียวจบไว้ทบทวนเป้าหมายยาวๆ เพราะเล่มนี้เขียนต่อเนื่องได้ประมาณ 5 เดือน ทริคเล็กๆ ที่ทำให้ใช้แล้วไม่ดอง: วางเล่มไว้ในที่หยิบง่าย (ข้างเตียง/โต๊ะทำงาน) และตั้งเวลาเขียนแค่ 5 นาทีพอค่ะ เขียนสั้นๆ ก็ได้ ขอให้สม่ำเสมอ แล้วค่อยๆ เติมรายละเอียดทีหลัง แบบนี้สนุกและเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองไวมาก

