ในวันที่โชคชะตาจับมือเราไว้ 🌿
ฟางไม่เคยเชื่อในคำว่า “พรหมลิขิต”
เธอเชื่อเพียงว่า ชีวิตคือผลรวมของการตัดสินใจ
และความรัก… คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนสองคนพยายามพอ ๆ กัน
จนกระทั่งวันหนึ่ง
เธอหลงเข้าไปในเรือนกระจกกลางสวนพฤกษศาสตร์
วันที่ฝนเพิ่งหยุดตก
และโลกทั้งใบเงียบสงบราวกับตั้งใจให้ใครบางคนได้พบกัน
ชายหนุ่มในสูทสีเข้มยืนอยู่ไม่ไกล
เขากำลังมองต้นไม้ต้นหนึ่งด้วยสายตานิ่งสงบ
ฟางจำไม่ได้ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน
รู้เพียงว่า ประโยคสั้น ๆ เรื่องต้นไม้
กลับทำให้การสนทนานั้นยาวนานกว่าที่คิด
เขาชื่อ จางเหว่ย
ชายหนุ่มที่พูดน้อย
แต่ทุกคำพูดกลับพอดีกับใจฟางอย่างประหลาด
หลังจากวันนั้น
ทั้งสองบังเอิญพบกันอีกครั้ง… และอีกครั้ง
ในเวลาเดิม ทางเดินเดิม
ราวกับโลกจัดวางจังหวะเหล่านั้นไว้ล่วงหน้าแล้ว
ฟางเคยถามเขาในวันหนึ่ง
“คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาไหม”
จางเหว่ยยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบ
“ผมไม่รู้ว่าโชคชะตามีจริงไหม
แต่ผมรู้ว่า… ทุกครั้งที่ผมเห็นคุณ
ผมไม่เคยคิดอยากเดินไปทางอื่น”
คำตอบนั้นไม่ได้หวาน
แต่มั่นคงพอจะทำให้หัว ใจฟางสั่นไหว
ความรักของทั้งสองไม่หวือหวา
มีเพียงการเดินเคียงกันในวันธรรมดา
กาแฟอุ่น ๆ ในตอนเช้า
มือที่เอื้อมมาจับเมื่อฟางเผลอหลงทาง
และคำว่า “ผมอยู่ตรงนี้” ในวันที่เธออ่อนแอที่สุด
จนถึงวันที่ฟางเข้าใจว่า
โชคชะตา… อาจไม่ได้หมายถึงการพบกัน
แต่คือการ “ไม่ปล่อยมือ” หลังจากได้พบแล้ว
ในเรือนกระจกแห่งเดิม
ฟางยืนในชุดสีขาว
มือของเธออยู่ในมือของจางเหว่ยอีกครั้ง
ครั้งนี้… ไม่ใช่ในฐานะคนแปลกหน้า
แต่เป็นคนที่จะใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวันสุดท้าย
แสงแดดลอดผ่านกระจกใส
โอบล้อมทั้งสองด้วยความเงียบงันที่อ่อนโยน
ฟางยิ้ม
และยอมรับเป็นครั้งแรกในชีวิตว่า—
บางที… โชคชะตา
ก็แค่ต้องการให้คนสองคน
กล้าจับมือกันให้แน่นพอ 🤍



























