Automatically translated.View original post

How to lose weight

The cause of "losing weight, but increasing it a lot," also known as the Yo-Yo Effect, is often caused by many factors, such as:

1. Weight loss too fast

• Use fasting or eating too little. The body burns slower.

• When you come back to eat normally, the weight will rise quickly.

2. Discrete diet

• Strictly losing weight, but when you stop going back to the same behavior, such as eating sweet, oily, salty, a lot of flour

3. Muscle decline

• If losing weight by fasting without exercise, muscle loss → metabolism decrease → weight easy return

4. Hormones and mind

• Higher hunger hormone (ghrelin) makes you feel hungry often

• Some people are stressed or depressed, making them eat more compensatory.

5. Lack of consistency

• View weight loss as a "period" instead of a "lifestyle."

👉 The way to prevent it is that weight needs to be reduced gradually (0.5-1 kg / week), focus on eating a balanced diet, exercise, build muscle, and adjust behavior to long-term.

2025/9/6 Edited to

... Read moreการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนนั้นต้องอาศัยความมุ่งมั่นและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในระยะยาว ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนักในช่วงสั้น ๆ ตัวอย่างหนึ่งที่หลายคนประสบคือปัญหาโยโย่เอฟเฟกต์ ซึ่งมักเกิดจากการลดน้ำหนักเร็วเกินไปหรือรูปแบบการควบคุมอาหารที่ไม่ต่อเนื่อง เมื่อผู้ที่ลดน้ำหนักเสร็จแล้วกลับมากินอาหารในแบบเดิม น้ำหนักจึงเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เคย ลดน้ำหนักอย่างถูกต้องคือการสร้างสมดุลระหว่างปริมาณแคลอรี่ที่กินกับแคลอรี่ที่เผาผลาญ และเพิ่มมวลกล้ามเนื้อผ่านการออกกำลังกาย เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น นอกจากปัจจัยทางร่างกายแล้ว ฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว เช่น เกรลิน ก็มีผลต่อพฤติกรรมการกิน โดยเมื่อระดับฮอร์โมนนี้สูงขึ้น เราจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น จึงควรมีกลยุทธ์จัดการโดยการเลือกอาหารที่อิ่มท้องนาน เช่น อาหารที่มีกากใยสูง โปรตีนดี และไขมันสุขภาพดี นอกจากนี้ การลดน้ำหนักควรมีความสม่ำเสมอและไม่มองเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ควรปรับเป็นวิถีชีวิต เช่น การกินอาหารให้ครบห้าหมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง และการพักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นลดน้ำหนัก แนะนำให้ตั้งเป้าหมายลดน้ำหนักประมาณ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าปลอดภัยและลดโอกาสเกิดโยโย่เอฟเฟกต์อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ควรติดตามน้ำหนักและสุขภาพโดยรวมอย่างสม่ำเสมอ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำแนะนำเฉพาะบุคคลเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนในการลดน้ำหนัก ผู้ที่เคยเจอปัญหาน้ำหนักขึ้นลงแบบ "ลดน้ำหนักตั้งแต่ 'มกรา' ลดไปลดมา 'กันยา' น้ำหนักมากกว่าเดิม" นั้นสามารถฟื้นฟูสุขภาพผ่านการปรับพฤติกรรมใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น ค่อยๆ ลดปริมาณอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และเพิ่มอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงพร้อมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อสร้างกล้ามเนื้อและปรับฮอร์โมนความหิวให้สมดุลกว่าเดิม