First Jobber 5 เดือน ที่สอนเรามากกว่า 4 ปีมหาลัย “การลาออก”ไม่ใช่การยอมแพ้เสมอไป 🤍

งานแรกของเรา...อยู่ได้แค่ 5 เดือน

มีคนถามเหมือนกันว่า "ทำไมลาออกเร็วจัง"

ตอนแรกเราก็รู้สึกเหมือนตัวเองล้มเหลวนะ เพราะเพิ่งเรียนจบเอง งานแรกก็ควรอยู่ให้นาน ๆ สิ

แต่พอมองย้อนกลับไป เรากลับรู้สึกว่า...

การลาออกครั้งนั้น เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิต

โพสต์นี้ไม่ใช่การแฉบริษัท และไม่ได้มีเจตนาพาดพิงบุคคลหรือองค์กรไหน เราแค่อยากแชร์ประสบการณ์ในฐานะ First Jobber เผื่อมีใครกำลังรู้สึกแบบเดียวกัน จะได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้คิดมากอยู่คนเดียว

เราเข้าทำงานด้วยความตื่นเต้นเหมือนเด็กจบใหม่ทุกคน วันที่บริษัทโทรมารับเข้าทำงาน เราดีใจมาก คิดแค่ว่า "ในที่สุดก็มีงานทำแล้ว" เงินเดือนทดลองงาน 12,000 บาท ผ่านโปรเป็น 13,000 บาท ถ้ามีออกสำรวจพื้นที่จะได้ค่าออกสำรวจเต็มวัน 400 บาท ครึ่งวัน 200 บาท และเบี้ยเลี้ยง 120 บาท รวมแล้วออกพื้นที่เต็มวันได้ประมาณ 520 บาท ตอนนั้นไม่ได้ติดเรื่องเงินเลย เพราะคิดว่า "เอาประสบการณ์ก่อน" จะบอกว่าคิดผิดมากบริษัทอยู่บางแสนค่าครองชีพสูงลิ่ว💔

ระบบการทำงานของบริษัทเป็นแบบ All in One ไม่มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ทุกคนต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่งานเอกสาร ประสานงาน ออกสำรวจ สรุปรายงาน งานด่วน หรืออะไรก็ตามที่เข้ามา ข้อดีที่เราชอบจริง ๆ คือเวลางานค่อนข้างยืดหยุ่น เข้าเวลาไหนก็เลิกตามนั้น ขอแค่ทำงานครบ 8 ชั่วโมง เช่น เข้า 10 โมง ก็เลิก 1 ทุ่ม (แต่ห้ามเกิน 11 โมงนะ 😂) อันนี้เราชอบมาก

แต่ในวันที่งานเยอะ...เลิกสามทุ่ม สี่ทุ่มก็เป็นเรื่องปกติ โอทีทั้งอาทิตย์ก็มี วันเสาร์ก็อาจถูกเรียกไปทำงาน ถ้าช่วงออกสำรวจต่างจังหวัด กลับถึงโรงแรมแล้วก็ยังต้องเคลียร์ข้อมูล สรุปรายงานกันจนเที่ยงคืน ตีหนึ่ง โดยไม่มีโอทีเพิ่ม ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องปกติ เราเองก็พยายามบอกตัวเองว่า "เดี๋ยวก็คงชิน"

ส่วนตัวเราชอบการออกสำรวจนะ ได้เดินทาง ได้เห็นหลายจังหวัด ได้เจออะไรใหม่ ๆ แต่ก็แลกมาด้วยการเดินทั้งวัน เดินจนเล็บนิ้วโป้งห้อเลือด แล้วสุดท้ายเล็บก็หลุด ตอนนั้นยังถ่ายรูปเก็บไว้เลย เพราะนึกว่าเป็นมะเร็ง555 แต่พอกลับมาดูรูปตอนนี้ กลับรู้สึกว่า ร่างกายคงพยายามส่งสัญญาณเตือนเรามาตั้งนานแล้ว

สิ่งที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกไม่ไหว ไม่ใช่ปริมาณงาน แต่เป็นบรรยากาศในการทำงานมากกว่า เราเป็นเด็กจบใหม่ เวลามีเรื่องไหนที่เรารู้สึกไม่โอเค คำที่ได้ยินบ่อยมากคือ "ยังเด็ก" "ยังไม่เคยเจอโลก" "เดี๋ยวทำงานไปนาน ๆ ก็เข้าใจ" ตอนแรกเราก็เชื่อนะ คิดว่าอาจเป็นเราเองที่คิดมาก หรือทุกบริษัทก็คงเป็นแบบนี้ แต่พอได้ยินบ่อย ๆ เราเริ่มไม่กล้าพูด เริ่มสงสัยตัวเอง แล้วก็พยายามปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว

อีกเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกเป็นคนนอก คือเราเป็นคนเดียวในออฟฟิศที่จบมหาวิทยาลัยอีกแห่ง ส่วนพนักงานส่วนใหญ่จบจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เวลาคุยกันก็จะพูดถึงอาจารย์ รุ่นพี่ หรือเรื่องในมหาวิทยาลัย แล้วก็หันมาถามเราว่า "ทันอาจารย์คนนี้ไหม" ก่อนจะมีคนตอบเองว่า "น้องจะทันได้ยังไง น้องไม่ได้จบที่เดียวกับพวกเรา" เราเชื่อว่าเขาอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่พอโดนบ่อย ๆ มันก็ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแกะดำ ไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็น และอยากบอกตรงนี้ว่า เราไม่ได้เหมารวมมหาวิทยาลัยนะ เพราะตอนฝึกงานที่เชียงใหม่ เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ก็จบมหาวิทยาลัยเดียวกัน (ไม่ใช่ม.ในจังหวัดเชียงใหม่) แต่ทุกคนน่ารักมาก มองเราเป็นลูกหลาน สอนทุกอย่าง เราเลยเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว มันเป็นเรื่องของ "คน" มากกว่าสถาบัน

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เราจำได้ไม่เคยลืม ตอนเราลา หัวหน้าฝากงานไว้ พอกลับมาทำงาน เราหาเท่าไรก็หาไม่เจอ เราหาเองก่อน จากนั้นก็ให้พี่ในออฟฟิศกับเพื่อนช่วยหาอีก 2 คน รื้อออฟฟิศกันแทบหมดก็ไม่เจอ สุดท้ายต้อง Video Call หาหัวหน้าให้ช่วยบอกตำแหน่ง ระหว่างคอล หัวหน้าก็บอกเองว่า "ไม่ต้องไปดูโต๊ะพี่คนนั้น" เพราะทุกคนรู้ว่าพี่คนนั้นไม่ชอบให้ใครไปยุ่งโต๊ะ เคยมีคนโดนด่ามาแล้ว เราเลยไม่กล้าแตะ สรุปสุดท้าย...ของอยู่บนโต๊ะพี่คนนั้นจริง ๆ สิ่งที่คิดว่าจะได้ยินคือ "อ๋อ อยู่ตรงนั้นเอง" แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็น "ทำงานยังไง หาของไม่เจอ" ประมาณว่าทำให้งานเขาล่าช้า เสร็จไม่ทัน ตอนนั้นเราได้แต่ยืนงง เพราะเราทำตามที่บอกทุกอย่างแล้ว แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเราที่ผิดอยู่ดี

อีกหลายครั้งก็เหมือนกัน มีคนตามงานเรา ทั้งที่เรากำลังรอยอดจากอีกคนอยู่ เพราะถ้าอีกฝ่ายยังไม่ส่ง เราก็รายงานต่อไม่ได้ แต่สุดท้ายภาพที่ออกมาคือ "เราช้า"

ช่วงปีใหม่ เรากำลังเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ก็ยังมีคนตามงานตั้งแต่บ่าย ตามจากแชทส่วนตัวไปจนถึงแชทกลุ่มบริษัท แท็กชื่อเราบอกว่าทุกคนรออยู่ ทั้งที่เราแจ้งแล้วว่ากำลังเดินทาง สุดท้ายก็ต้องเปิดคอมทำงาน ปีใหม่ก็เหมือนได้หยุด...แต่ไม่สุด

อีกเรื่องที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจลาออก คือเรื่องรับปริญญา เราแจ้งลาล่วงหน้า 1 อาทิตย์ เพราะหลายคนจะเข้าใจมช. ซ้อมรับปริญญาหลายวัน ซ้อมเป็นอาทิตย์ แต่บริษัทไม่ค่อยเข้าใจ มีการบอกว่า “มอน้องแปลกเนอะ รับปริญญาทั้งอาทิตย์เลยหรอ เปิดบริษัทมาเกือบสิบปี ไม่เคยมีใครลาแบบนี้“ เสนอให้เอางานไปทำที่เชียงใหม่แต่เราไม่สะดวก “ดีแค่ไหนแล้วที่พี่ไม่ให้น้องบินกลับมาทำงานที่บางแสนแล้วบินกลับไปรับปริญญา” แล้วสุดท้ายบริษัทให้ลา แต่ต้องใช้วันลากิจทั้งปี แล้วปีนั้นห้ามลากิจอีกเลย ตอนนั้นเราคิดในใจว่า รับปริญญามีครั้งเดียวในชีวิตเองนะ555

สิ่งที่กระทบใจเราที่สุด คือคำพูดของเพื่อนร่วมงานที่พูดต่อหน้าว่า "มึงเป็นเหี้ยอะไรกับกูมากปะ น้องไม่โอเคกับพี่ใช่มั้ย พี่จะได้บอกเจ้าของบริษัทว่าน้องไม่โอเคกับพี่ น้องไม่โอเคกับการทำงานของพี่"

จนถึงวันนี้เรายังจำประโยคนั้นได้ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะมันเป็นครั้งแรกที่มีคนพูดกับเราแบบนั้นในที่ทำงาน

วันสุดท้ายที่เราทำงาน เราคิดว่าจะเป็นวันที่เก็บของ บอกลาเพื่อน แล้วแยกย้ายกันไป แต่หัวหน้าพูดกับเราว่า

"พี่เจ้าของบริษัทก็เป็นแบบนี้ รับคนเข้ามา สอนงานจนเป็น พอจะออกก็ให้ออกไปง่าย ๆ " เรานิ่งฟัง ไม่ได้ตอบอะไร แต่ในหัวมีคำถาม

สุดท้ายเรารู้ตัวว่า เราไม่ได้เหนื่อยเพราะงานแล้ว เราเหนื่อยเพราะตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป เรากลัวทำผิด กลัวโดนด่า กลัวถูกพูดถึงเป็นอาทิตย์ กลัวส่งงานแล้วจะมีอะไรผิด จนเช็กงานซ้ำแล้วซ้ำอีก เครียด ประจำเดือนไม่มา และเริ่มเป็นย้ำคิดย้ำทำเพราะกลัวพลาด เราไม่ได้ไม่เก่ง แต่เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง "แย่ไปหมด"

ตลกดีนะ... พอลาออกมาแล้วเกือบ 3 เดือน ก็ยังมีคนโทรมา ทักมาตามเรื่องงานอยู่เลย 😂

แต่ถึงจะมีหลายเรื่องที่ไม่ดี สิ่งที่ดีที่สุดที่เราได้จากงานนี้ คือ "เพื่อน" พวกเราเข้ามาพร้อมกัน 5 คน ตอนนี้ลาออกไปแล้ว 4 คน ทุกวันนี้ก็ยังนัดกินข้าว นัดไปดื่ม คุยกันเหมือนเดิม ถ้าไม่ได้เจอพวกเขา เราคงผ่านช่วงนั้นมาได้ยากเหมือนกัน

วันนี้เรามองย้อนกลับไป แล้วรู้สึกว่า เราไม่ได้ลาออกเพราะทำงานหนัก เราลาออกเพราะเราเริ่มไม่ชอบตัวเองตอนที่ทำงานอยู่ที่นั่น งานแรกไม่ได้สอนแค่เรื่องงาน แต่มันสอนให้เรารู้ว่า "ที่ทำงาน" กับ "ที่ที่เราควรอยู่" อาจไม่ใช่ที่เดียวกันเสมอไป

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราก็คงเลือกเข้าทำงานที่เดิมอีกครั้งนะ เพราะถ้าไม่เคยเจอที่ที่ไม่เหมาะกับตัวเอง เราก็คงไม่รู้ว่าที่ทำงานที่ดีควรเป็นแบบไหน และคงไม่รู้ว่าการเลือกตัวเอง ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่มันคือการรักษาหัวใจของตัวเองไว้ ก่อนที่มันจะพังไปมากกว่านี้ 🤍

#รีวิวครึ่งปี #ประสบการณ์ลาออก #firstjobber #Lemon8Diary

7/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนที่เคยผ่านช่วงเวลาทำงานแรกเช่นกัน ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้เขียนอย่างลึกซึ้ง จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเรียนรู้ว่าการทำงานแรกนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการฝึกทักษะเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบที่สำคัญของความอดทนและการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่เราอาจไม่คุ้นเคย ในหลายครั้ง การต้องทำงานที่เกินเวลาหรือมีความเครียดสูงจนทำให้สุขภาพจิตเริ่มแย่ลง เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณควรกลับมาสำรวจว่าเรากำลังอยู่ในที่ที่เหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ เหมือนที่ผู้เขียนบอกว่า บางครั้งที่ทำงานไม่ได้หมายความว่าคุณไม่เก่ง แต่เป็นเพราะบรรยากาศการทำงานหรือระบบการบริหารที่ไม่เหมาะสมกับตัวคุณ นอกจากนี้ การมีทีมงานที่ดีและเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจ เหมือนที่ผู้เขียนได้พบเจอหลังลาออก เป็นสิ่งที่ทำให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ การมีแรงสนับสนุนที่ดี ช่วยให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จในชีวิตการทำงานไม่ได้มาจากการทนทุกข์เพียงลำพัง ท้ายที่สุด ผมเห็นพ้องกับความคิดของผู้เขียนที่ว่า การเลือกลาออกไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการให้ความสำคัญกับตัวเองและสุขภาพจิต การรู้จักยอมรับตัวเองและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าเป็นสิ่งที่กล้าหาญและจำเป็นในชีวิตการทำงานของทุกคน

ค้นหา ·
ประสบการณ์ first jobber ลาออก

7 ความคิดเห็น

รูปภาพของ praerimarryjane
praerimarryjane

เก่งมากเลยค่ะที่รับมือและออกมาได้ เราอาจจะผ่านมาแต่อยากจะบอกว่าคุณเป็นคนที่เก่งและสามารถรับมือกับความกดดันได้ดีมากๆค่ะ แล้วกล้าที่จะตัดสินใจด้วย ไม่ว่ายังไงขอให้คุณได้เจองานที่ใช่นะคะ

ดูเพิ่มเติม(5)
รูปภาพของ peamiiichuu🩷
peamiiichuu🩷

เก่งมากแล้วว กอดๆนะคะ ขอให้เจอสิ่งที่ดีๆเยอะๆเลย 🥺

ดูเพิ่มเติม(1)

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

บ๊ายบายนะ First Jobber 👏🏽✨️
JOB REVIEWS 📌 อาชีพ/ตำแหน่ง: พนักงานประจำ/Administrative 💼 เนื้องาน: โอเค 💰 เงินเดือน/สวัสดิการ: สำหรับเด็กจบใหม่/เริ่ดอยู่ 👍 สิ่งที่ชอบ: เพื่อนร่วมงานดี หัวหน้าดี 👎 สิ่งที่ไม่ชอบ: ⏰️⌚️ #รีวิวงาน #ลาออก #ติดเทรนด์ #พัฒนาตัวเอง
MiNNiEMiNE

MiNNiEMiNE

ถูกใจ 7 ครั้ง

💭ทำไมถึงกล้าลาออกจากงานประจำ❗️
อะไรก็ตาม หากทนแล้ว ทำให้ชีวิตดีขึ้น เจริญขึ้น ก็สมควรทน แต่อะไรที่ทนแล้วชีวิตไม่ดีขึ้น ก็อย่าเสียเวลาทน การลาออกจากงานประจำ ไม่ได้แปลว่าเรา ไม่ทนงาน❌ เรายอมแพ้❌ แต่มันแปลว่า… เราเลือกตัวเองก่อนต่างหาก😊✅ ในวันที่ยื่นใบลาออก ไม่มีใครรู้หรอกว่าทางข้างหน้าจะดีไหม ✨โตขึ้นจึงรู้ว่า… 🖇️ความกล้าข
มิลค์ ไดอารี่

มิลค์ ไดอารี่

ถูกใจ 4 ครั้ง

บทเรียนแรกของชีวิตวัยทำงาน
หลังเรียนจบ เราได้งานที่ตรงสาย ในกรุงเทพ เป็นงานที่เคยฝันไว้ตั้งแต่ยังเรียน เราได้งานแรกเร็วมาก แต่ไม่มีใครบอกเลยว่า ความฝันบางอย่าง พอได้อยู่กับมันจริง ๆ แล้ว มันอาจไม่ใช่แบบที่คิด ผ่านไป 1 เดือน เรารู้สึกหมดไฟ กลัวทำพลาด และเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง ทุกเช้าวันทำงานกลายเป็นความกดดัน
Gapolo Girl

Gapolo Girl

ถูกใจ 233 ครั้ง

ลาออก!
บางที่ทำงานไม่ได้ toxic เพราะงาน แต่ toxic เพราะคน การออกมาอาจดูเหมือนแพ้ แต่สำหรับเรา มันคือการรักษาตัวเอง ใครเคยผ่านจุดนี้มาแล้วบ้าง 🤍 #ที่ทำงานtoxic #หัวหน้าtoxic #ลาออกจากงาน #สุขภาพใจสำคัญกว่า #firstjobber
nana.diary ・°☆

nana.diary ・°☆

ถูกใจ 607 ครั้ง

FIRST JOBBER ลาออกภายใน 6 เดือนเพราะไม่ทนงาน จริงหรอ?
จากที่สมัครมาทำกราฟิก ที่ตัดต่อได้กลายเป็นต้องเป็นทั้ง Admin และ ดูแลสต๊อก ทำงานแทนคนที่ลาออกถึง 2 ตำแหน่ง สุดท้ายเราเลยเลือกเดินออกมา เพราะอยากเก่งในทางที่เลือก ไม่ใช่กลายเป็นเป็ดที่แบกทุกอย่าง บางทีการลาออกไว ไม่ใช่เพราะเราไม่ทนงานแต่อาจจะเป็นเพราะบริษัท ไม่ชัดเจนกับขอบเขตงานและเอาเปรียบพนักงานตั
อยากกินแซลมอน

อยากกินแซลมอน

ถูกใจ 27 ครั้ง

หญิงสาวถ่ายเซลฟี่หน้ากระจก สวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อนและเสื้อคลุมลายตารางสีฟ้าขาว มีข้อความว่า "ลาออก ภายใน5ชม." ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องราวการลาออกจากงานแรกอย่างรวดเร็ว
First jobber ทำงานได้5ชม.ลาออก
ประสบการณ์ทำงานแค่ 5 ชม. แล้วลาออกเลยของเรา เกิดขึ้นในช่วงที่ทำงานแรกเลยหลังเรียนจบ ตอนนั้นเราหางานอยู่ 3 เดือนแบบไม่จริงจังในตอนแรก พอช่วงใกล้สินปีเริ่มเห็นเพื่อนๆมีงานทำ นัดใครออกไปเที่ยวเขาก็ไม่ว่างกันแล้ว เพราะเขาทำงานกัน เราเริ่มเครียดขึ้นมา เลยตัดสินใจรับ offer งานที่ไม่ตรงสายแต่เงินเดือ
ลองดูดิ

ลองดูดิ

ถูกใจ 196 ครั้ง

ที่ทำงานเก่า TOXIC ตอบคำถามตอนสัมภาษณ์งานแบบไหนดี?!
ไปสัมภาษณ์งาน เจอคำถามทำไมถึงออกจากที่เก่า? ควรจะตอบอย่างไรในเมื่อที่ทำงานเก่าเรา Toxic สำหรับเรามาก #สมัครงาน #สัมภาษณ์งาน #firstjobber #เซียงธนาวดี #xiangthanawadee
Xiang Thanawadee

Xiang Thanawadee

ถูกใจ 12 ครั้ง

จุดไหนควรลาออก ลาออกยังไงให้รอด! (จากคนที่ออกมาแล้ว 6 เดือน) #ลาออก #ลาออกจากงานประจํา #firstjobber
nicediary

nicediary

ถูกใจ 83 ครั้ง

เเชร์ประสบการลาออกจากงานภายใน1วัน
เรื่องมีอยู่ว่าเราป่วยหนักมากๆแบบลุกไม่ขึ้นเพราะก่อนหน้านี้เราทำงานแบบไม่หยุดเลยภายใน2เดือนเพราะคนที่ร้านไม่พอเข้าเดือนที่3ของการเริ่มเดือนใหม่ต้นเดือนเราทำงานปกติจนกระทั้งวันที่20เราไม่สบายป่วยหนักลุกไม่ขึ้นเพราะร่างกายพักผ่อนไม่พอสมองทำงานหนักจ้องคอมเยอะเราเลยโทรไปลาเเน่หัวหน้าบอกว่าไม่ให้ลาไปโรง
nam.suchada

nam.suchada

ถูกใจ 2 ครั้ง

ภาพมือถือพวงมาลัยดอกดาวเรือง ธูป และเครื่องบูชา อยู่หน้าศาลพระพรหมหรือศาลเจ้าอื่น ๆ โดยมีข้อความว่า "เปิดประสบการณ์ โดน lay off ครั้งแรก!" และ "First jobber" สะท้อนถึงการมาขอพรหรือกำลังใจหลังถูกเลิกจ้างครั้งแรกในชีวิต
ถูก Lay Off ครั้งแรก!
เธอเชื่อกันบ่!? ทฤษฎีเดือนตุลา เปิดประสบการณ์ เดือนตุลาที่ผ่านมาเราโดน Lay Off ครั้งแรกในชีวิต งานนี้เป็น First Jobber ที่เราได้ทำ เราทำงานมาประมาณเกือบ 3 ปี แต่ด้วยเศรษฐกิจเลยทำให้เราโดนเลย์แบบกระทันหันอยู่ ความรู้สึกแรกคืองง สมองโล่งมาก คิดอะไรไม่ออก บอกเลยว่าเป็นอะไรที่ไม่เคยคิดไว้ เราทำได้แต่ยอ
Bbaekbunny

Bbaekbunny

ถูกใจ 104 ครั้ง

1 เดือนหลังลาออกในวัย 25 first jobber✨
ในที่สุดดดด ชั้นก็มีวันนี้🥹 (แม้ตอนนี้จะเข้าสู่ตลาดแรงงานครั้งที่ 2 แล้วก็ตาม) แต่เดี๋ยวจะมารีแคปย้อนหลังให้ เริ่ม ๆ📌 ใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะลาออกดีไหม ทั้ง ๆ ที่ไม่มีงานรองรับและไม่มีเงินเก็บเลย จะบอกว่าเราผ่านมันมาแล้ว 5555 😂 เรื่องคือเราไม่อยากรอให้ได้งานก่อนแล้วค่อยออก บวกกับช่วงนั้นคนเข้า
helloimnunaa

helloimnunaa

ถูกใจ 22 ครั้ง

30 วันก่อนลาออก บ้ายบาย first jobber👋🏻👀
อันยองงงทุกคน👋🏻 ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เราแจ้งลาออกแล้ววววว พร้อมนับถอยหลัง 30 วัน จริง ๆ ก็ไม่ได้พร้อมขนาดนั้นหรอกเพราะยังไม่ได้งานใหม่ และใช่เราออกทั้งที่ยังไม่มีงานรองรับ ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้แหละ โครตใจ เงินเก็บก็ไม่มี แถมมีหนี้รายเดือนอีกต่างหาก😂 สาเหตุที่เลือกลาออก👩🏻‍💻👀 1.ระยะเวลา⏰ - เรียนจ
helloimnunaa

helloimnunaa

ถูกใจ 13 ครั้ง

หญิงสาวมองตรงมาที่กล้อง พร้อมข้อความว่าเธอลาออกจากงานประจำที่มั่นคงเพื่อมาเป็นศิลปินวาดรูป แต่กลับล้มเหลวและตกงานนาน 4 เดือน
หญิงสาวมองกล้องเล็กน้อย พร้อมข้อความแนะนำตัวว่าชื่อพราว อายุ 23 ปี และเล่าถึงสาเหตุที่ลาออกจากงานประจำแรกหลังทำได้เพียง 4 เดือน
หญิงสาวมีผ้าปิดตาข้างขวา พร้อมข้อความว่าเธอทำงานหนักจนตาอักเสบ พักผ่อนน้อย และร่างกายอ่อนแอ จนต้องลา 2 ชั่วโมงแล้วกลับมาทำงานต่อ
ลาออกมาฟรีแลนซ์ แล้วไม่รอด ?!
#ประสบการณ์ชีวิต #firstjobber #ทำงาน #เงิน #ฟรีแลนซ์ Ep. 1 นี้เราได้เรียนรู้แล้วค่ะว่าชีวิตจริงการมีแผนสำรองมันจำเป็นมาก คิดให้ละเอียด คิดจนจบ คิดบนกระดาษ หรือถ้าเคยลองทำมาก่อนมันจะดีมาก ชีวิตที่เคยอยู่บนความฝันและอยู่บนความสำเร็จมาโดยตลอด เราได้เกีรตินิยมอันดับ 1 เป็นกิจกรรม ภาษาได
พราววัยสวย

พราววัยสวย

ถูกใจ 163 ครั้ง

ภาพหญิงสาวสวมแว่นตา พร้อมข้อความสรุปงานที่ทำในปี 2025 ในฐานะ First Jobber ทั้งฟรีแลนซ์และพนักงานประจำ ได้แก่ Fastwork, สตรีมเมอร์ และพนักงานร้านซูชิ พร้อมระบุรายได้โดยประมาณ
ภาพหญิงสาวสวมแว่นตา พร้อมข้อความรีวิวงานพนักงานร้านซูชิสายพาน 5 วัน/สัปดาห์ ให้คะแนนบรรยากาศ 1000/10, งานหนัก 100/10, เงิน 9/10 และระบุว่าทำได้ 15 ว�ันก็ลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ
ภาพรวมผลงานวาดภาพดิจิทัลหลากหลายสไตล์ พร้อมข้อความโปรโมทบริการวาดภาพเหมือนบน Fastwork ระบุว่าเริ่มทำเดือนกันยายน รวม 4 เดือน ได้รายได้ประมาณ 4,000 กว่าบาท
ตลอดชีวิตไม่เคยทำงาน → สู่การทำงานปีแรก
#รีแคป2025 จากลูกคุณหนูกินๆนอนๆ สู่การทำงานปีแรกกก😱 เริ่มจากซาร่าจบมหาวิทยาลัยช่วงเดือน ม.ค.68 แล้วก็พักยาววว จนถึงเดือน 6 ⭐️งานแรก ได้ทำเพราะแม่ถีบออกจากบ้านบอกให้ไปหางานทำบ้าง เลยไปทำงานที่ร้านซูชิสายพานที่ชอบกินมากกก (ทำเพราะแค่อยากรู้ว่าเขาทำกันยังไง ไปเป็นนักสืบ🥷) หลังจากทำได้ประม
Sarah

Sarah

ถูกใจ 176 ครั้ง

ในวันที่ฉันตัดสินใจลาออก First jobber👩🏻‍💻
อันยองงงงทุกคน👋🏼 กลับมาแล้วหลังหายไปนาน ขออัพเดทก่อนเลยว่าตอนนี้ได้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานครั้งที่ 2 แล้ว เย่❤️‍🔥 แต่ ๆ วันนี้จะพาไปย้อนในวันที่ฉันตัดสินใจลาออก เริ่ม 📌 เอาจริงเรื่องนี้คิดมาตลอดตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปรด้วยซำ้ แต่คิดอย่างเดียวไม่ได้ออกสักทีจนเวลาล่วงเลยมา 2 ปี ถึงได้เด็ดขาดกับตัวเอง หล
helloimnunaa

helloimnunaa

ถูกใจ 10 ครั้ง

ภาพโปรโมทคอร์สออนไลน์ “First Jobber Fast Lane” จาก Mission Academy ช่วยเด็กจบใหม่ปรับตัวเก่ง เรียนรู้งานไว เป็นที่ไว้วางใจขององค์กร ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน สอนโดยสุธินี ตั้งอนุกูลกิจ และรวิศ หาญอุตสาหะ ราคา 990 บาท เรียนได้ตลอดชีพ
ใครๆ ก็รู้ว่าการเป็น First Jobber ยุคนี้ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด!
ก้าวแรกสู่โลกการทำงานมีอะไรให้รับมือมากมาย จนบางครั้งอดรู้สึกไม่ได้ว่า “ทำไมเราไม่เก่ง ไม่รู้อะไรเลย” . คอร์ส “First Jobber Fast Lane ติดปีกเด็กจบใหม่ เก่งไวในงานแรก” มาพร้อมกับบทเรียนที่เด็กจบใหม่ต้องรู้ (แต่มหาลัยไม่เคยสอน) เช่น ☑️ ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ☑️ แนวคิดที่ช่วยให้ปรับตัวไว
Mission To The Moon

Mission To The Moon

ถูกใจ 4 ครั้ง

หญิงสาวในชุดพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสีเหลือง ถือช่อดอกไม้ ยิ้มและขยิบตา พร้อมข้อความ 'แชร์ประสบการณ์ ลาออกแล้วจ้า FIRST JOBBER' ในบรรยากาศสนามบิน
พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสองคนในชุดสีเหลือง ยืนยิ้มถือช่อดอกไม้ ช่อหนึ่งเป็นดอกทานตะวัน อีกช่อเป็นกุหลาบแดงและตุ๊กตาหมี ในสนามบิน
พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในชุดสีเหลือง ถือภาพขนาดใหญ่ของตัวเองในชุดเดียวกันยืนอยู่ข้างเครื่องบิน ภายในอาคารผู้โดยสารสนามบิน
ถึงเวลา "ลาออก"
เพิ่งลาออกมาสดๆร้อนๆเลยอยากมาแชร์โมเม้นนิดนึง ขอย้อนไป8ปีที่แล้วมิ้นเริ่มทำงานที่นี่ตั้งแต่ปี2017 ยอมรับว่าเป็นอาชีพที่ได้เงินเยอะ และสนุกมากสำหรับเด็กเพิ่งจบใหม่ เวลาทำงานค่อนข้างจะยืดหยุ่นมากถึงมากที่สุด วิวจากห้องทำงานสวย ได้เจอคนเยอะ ตัวเนื้องานในช่วงแรกสนุกมาก เพราะเราต้องทำงานแข่งกับเวลาโ
npppt.93

npppt.93

ถูกใจ 391 ครั้ง

5 ข้อคิดที่ได้หลังทำงานครบ 1 ปี ไม่เป็น first jobber ละนะ 🤚🏻🔖
อ้างอิงจากประสบการณ์ส่วนตัวของเราล้วนๆเลยน้า หลังจากทำงานที่แรกครบ 1 ปี ได้เรียนรู้สิ่งใหม่มากๆ มีทั้งเรื่องดีและร้าย แต่ทุกสิ่งมันทำให้เราโตขึ้นมาก ๆ เลยอยากแชร์ความคิดที่เรารู้สึก คิดแล้วมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น และขอให้ first jobber ทุกคน เจอ journey ที่ดีในการทำงาน และรักตัวเองกันให้มากๆน้า
By aooannna🍒🌸

By aooannna🍒🌸

ถูกใจ 99 ครั้ง

จากนักศึกษา สู่ วัยทำงาน👩🏻‍🎓
เราเรียนจบแล้วเข้าทำงานเลย เพราะมีโอกาสเลยรีบคว้าเอาไว้ จะบอกว่า มันรู้สึกว่าเร็วมากและยังไม่พร้อม แต่จริงๆมันดีมากเลยนะทุกคน แต่เราโชคดีหลายอย่างมาก ทั้งสังคม เงินเดือน ทุกอย่างในที่ทำงานเราแฮปปี้มากก เหลือปรับตัวอีกนิดคงจะดีขึ้น ปล. บางวันก็ซึมๆ คิดถึงชีวิตวัยเรียน วันเรียนสนุกสุดๆแล้ว อย่าลืม
เล่าไปเรื่อย 🔭

เล่าไปเรื่อย 🔭

ถูกใจ 20 ครั้ง

first jobber ver. ทำงานในสนามบิน✈️
♥️ ชีวิต first jobber — ตอนนี้เป็นสาวเฟิร์สจ้อบเบอร์เต็มตัวเเล้ว เวลาผ่านไปไวมาก tt + ประเดิมงานเเรกด้วยการทำงานสนามบินที่เวลาสวิงมาก เป็นงานที่ใหม่มากสำหรับเรา เรียกว่าเริ่มต้นจาก 0 เลยจริง ๆ 💬 ก่อนลงสนามจริง เราได้เทรนกับที่บอ 2 อาทิตย์ เรียนเนื้อหาแบบจุกจริง ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเเวดวงการ
พอมอ✿。

พอมอ✿。

ถูกใจ 11 ครั้ง

อย่ากลัวที่จะก้าวออกจากเซฟโซนเดิมๆ
ตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำมา6ปีในวัย53ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ด้วยความรู้สึกที่มันสุดจริงๆอยู่ต่อก็คงไม่ไหวตัดสินใจลางาน1วัน แล้วนั่งหางานที่เหมาะสมกับตัวเองวันต่อมาสมัครเข้าอบรมคอร์สดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงคุณสมบัติผ่านสามารถเข้าอบรมได้ โทรไปลาออกเซ็นเอกสารลาออก แล้วเริ่มเรียนทฤษฎี และปฏิบัต
Thippawan.Air898

Thippawan.Air898

ถูกใจ 5 ครั้ง

ลาออกครั้งแรกแบบมืออาชีพ ✨
มือใหม่หัดลาออก 😅 เพิ่งเคยลาออกครั้งแรกในชีวิตหลังจากทำงานมา 7 ปี เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ลาออกครั้งแรก เพราะ บางเรื่องก็เพิ่งมารู้ตอนจะออกนี่แหละ ไม่ใช่แค่แจ้งออกแล้วจบ ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ มาแชร์กัน ~ #ลาออก #ลาออกครั้งแรก #ลาออกจากงาน
UNEURNG

UNEURNG

ถูกใจ 22 ครั้ง

สิ่งที่ First jobber อยากบอกน้อง ๆ ที่กำลังจะเรียนจบ
-งานแรกไม่จำเป็นต้องเป็นงานสุดท้าย แค่ช่วยให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าอยากทำสิ่งนี้ต่อไปมั้ย -อย่ากลัวที่จะถาม สิ่งไหนที่เราไม่รู้ ไปต่อไม่เป็น ถามพี่ ๆ เลย พยายามจดบันทึกสิ่งที่พี่ ๆ เค้าพูดตอนสอนให้ได้มากที่สุด -ทักษะที่ไม่ได้สอนในห้องเรียนสำคัญ การที่เราสื่อสาร รับฟัง ได้ดีคือสิ่งที่สำ
bymepanitz

bymepanitz

ถูกใจ 79 ครั้ง

ลาออก! จากงานแรก
แชร์ประสบการณ์ออกจาก comfort zone ไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ 👋🏻 เราทำงานตรงสายกับที่เรียนมา เรียนจบก็ได้ที่นี่เลยอยู่ที่แรกประมาณ 2 ปีตัดสินใจลาออก จริงๆเป็นงานที่ชอบ สังคมดี เพื่อนร่วมงานดี แต่งานแอบหนักในบางช่วง รวมถึงสวัสดิการที่เราคิดว่าที่อื่นดีกว่าเลยลาออกเพื่อให้ตัวเองไปเจออะไรใหม่ๆ ส่วนตัวเราลาออ
⋆.˚🍵‧₊˚wrnbbb.o°。⋆⸜

⋆.˚🍵‧₊˚wrnbbb.o°。⋆⸜

ถูกใจ 9 ครั้ง

ภาพหญิงสาวถ่ายเซลฟี่หน้ากระจกพร้อมรอยยิ้ม มีข้อความว่า "แชร์ประสบการณ์ ลาออกจากงาน First Jobber ที่ทำมา 1 ปี 10 เดือน" และการแจ้งเตือน "Next station -> Welcome to our company." สื่อถึงการเปลี่ยนงานใหม่
ลาออกจาก first jobber |ในวัย 24 ปี
“อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะการอยู่ที่เดิมต่างหากที่ทำให้เราไม่โต” 🍀✨ ครั้งแรกมันยากเสมอ เมื่อไรที่เรารู้สึกว่ามันยากแต่เราก็ผ่านมันมาได้นั่นแปลว่าเราได้เติบโตขึ้นอีกขั้น การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป แน่นอนว่าเรากลัวที่จะต้องเปลี่ยนแปลง กลัวว่าเราจะทำได้ไม่ดีพอ กลัวว่าจะไปเจอสังคมแบ
ғᴀʜ ˚◞♡

ғᴀʜ ˚◞♡

ถูกใจ 124 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม