First Jobber 5 เดือน ที่สอนเรามากกว่า 4 ปีมหาลัย “การลาออก”ไม่ใช่การยอมแพ้เสมอไป 🤍

งานแรกของเรา...อยู่ได้แค่ 5 เดือน

มีคนถามเหมือนกันว่า "ทำไมลาออกเร็วจัง"

ตอนแรกเราก็รู้สึกเหมือนตัวเองล้มเหลวนะ เพราะเพิ่งเรียนจบเอง งานแรกก็ควรอยู่ให้นาน ๆ สิ

แต่พอมองย้อนกลับไป เรากลับรู้สึกว่า...

การลาออกครั้งนั้น เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิต

โพสต์นี้ไม่ใช่การแฉบริษัท และไม่ได้มีเจตนาพาดพิงบุคคลหรือองค์กรไหน เราแค่อยากแชร์ประสบการณ์ในฐานะ First Jobber เผื่อมีใครกำลังรู้สึกแบบเดียวกัน จะได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้คิดมากอยู่คนเดียว

เราเข้าทำงานด้วยความตื่นเต้นเหมือนเด็กจบใหม่ทุกคน วันที่บริษัทโทรมารับเข้าทำงาน เราดีใจมาก คิดแค่ว่า "ในที่สุดก็มีงานทำแล้ว" เงินเดือนทดลองงาน 12,000 บาท ผ่านโปรเป็น 13,000 บาท ถ้ามีออกสำรวจพื้นที่จะได้ค่าออกสำรวจเต็มวัน 400 บาท ครึ่งวัน 200 บาท และเบี้ยเลี้ยง 120 บาท รวมแล้วออกพื้นที่เต็มวันได้ประมาณ 520 บาท ตอนนั้นไม่ได้ติดเรื่องเงินเลย เพราะคิดว่า "เอาประสบการณ์ก่อน" จะบอกว่าคิดผิดมากบริษัทอยู่บางแสนค่าครองชีพสูงลิ่ว💔

ระบบการทำงานของบริษัทเป็นแบบ All in One ไม่มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ทุกคนต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่งานเอกสาร ประสานงาน ออกสำรวจ สรุปรายงาน งานด่วน หรืออะไรก็ตามที่เข้ามา ข้อดีที่เราชอบจริง ๆ คือเวลางานค่อนข้างยืดหยุ่น เข้าเวลาไหนก็เลิกตามนั้น ขอแค่ทำงานครบ 8 ชั่วโมง เช่น เข้า 10 โมง ก็เลิก 1 ทุ่ม (แต่ห้ามเกิน 11 โมงนะ 😂) อันนี้เราชอบมาก

แต่ในวันที่งานเยอะ...เลิกสามทุ่ม สี่ทุ่มก็เป็นเรื่องปกติ โอทีทั้งอาทิตย์ก็มี วันเสาร์ก็อาจถูกเรียกไปทำงาน ถ้าช่วงออกสำรวจต่างจังหวัด กลับถึงโรงแรมแล้วก็ยังต้องเคลียร์ข้อมูล สรุปรายงานกันจนเที่ยงคืน ตีหนึ่ง โดยไม่มีโอทีเพิ่ม ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องปกติ เราเองก็พยายามบอกตัวเองว่า "เดี๋ยวก็คงชิน"

ส่วนตัวเราชอบการออกสำรวจนะ ได้เดินทาง ได้เห็นหลายจังหวัด ได้เจออะไรใหม่ ๆ แต่ก็แลกมาด้วยการเดินทั้งวัน เดินจนเล็บนิ้วโป้งห้อเลือด แล้วสุดท้ายเล็บก็หลุด ตอนนั้นยังถ่ายรูปเก็บไว้เลย เพราะนึกว่าเป็นมะเร็ง555 แต่พอกลับมาดูรูปตอนนี้ กลับรู้สึกว่า ร่างกายคงพยายามส่งสัญญาณเตือนเรามาตั้งนานแล้ว

สิ่งที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกไม่ไหว ไม่ใช่ปริมาณงาน แต่เป็นบรรยากาศในการทำงานมากกว่า เราเป็นเด็กจบใหม่ เวลามีเรื่องไหนที่เรารู้สึกไม่โอเค คำที่ได้ยินบ่อยมากคือ "ยังเด็ก" "ยังไม่เคยเจอโลก" "เดี๋ยวทำงานไปนาน ๆ ก็เข้าใจ" ตอนแรกเราก็เชื่อนะ คิดว่าอาจเป็นเราเองที่คิดมาก หรือทุกบริษัทก็คงเป็นแบบนี้ แต่พอได้ยินบ่อย ๆ เราเริ่มไม่กล้าพูด เริ่มสงสัยตัวเอง แล้วก็พยายามปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว

อีกเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกเป็นคนนอก คือเราเป็นคนเดียวในออฟฟิศที่จบมหาวิทยาลัยอีกแห่ง ส่วนพนักงานส่วนใหญ่จบจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เวลาคุยกันก็จะพูดถึงอาจารย์ รุ่นพี่ หรือเรื่องในมหาวิทยาลัย แล้วก็หันมาถามเราว่า "ทันอาจารย์คนนี้ไหม" ก่อนจะมีคนตอบเองว่า "น้องจะทันได้ยังไง น้องไม่ได้จบที่เดียวกับพวกเรา" เราเชื่อว่าเขาอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่พอโดนบ่อย ๆ มันก็ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแกะดำ ไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็น และอยากบอกตรงนี้ว่า เราไม่ได้เหมารวมมหาวิทยาลัยนะ เพราะตอนฝึกงานที่เชียงใหม่ เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ก็จบมหาวิทยาลัยเดียวกัน (ไม่ใช่ม.ในจังหวัดเชียงใหม่) แต่ทุกคนน่ารักมาก มองเราเป็นลูกหลาน สอนทุกอย่าง เราเลยเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว มันเป็นเรื่องของ "คน" มากกว่าสถาบัน

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เราจำได้ไม่เคยลืม ตอนเราลา หัวหน้าฝากงานไว้ พอกลับมาทำงาน เราหาเท่าไรก็หาไม่เจอ เราหาเองก่อน จากนั้นก็ให้พี่ในออฟฟิศกับเพื่อนช่วยหาอีก 2 คน รื้อออฟฟิศกันแทบหมดก็ไม่เจอ สุดท้ายต้อง Video Call หาหัวหน้าให้ช่วยบอกตำแหน่ง ระหว่างคอล หัวหน้าก็บอกเองว่า "ไม่ต้องไปดูโต๊ะพี่คนนั้น" เพราะทุกคนรู้ว่าพี่คนนั้นไม่ชอบให้ใครไปยุ่งโต๊ะ เคยมีคนโดนด่ามาแล้ว เราเลยไม่กล้าแตะ สรุปสุดท้าย...ของอยู่บนโต๊ะพี่คนนั้นจริง ๆ สิ่งที่คิดว่าจะได้ยินคือ "อ๋อ อยู่ตรงนั้นเอง" แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็น "ทำงานยังไง หาของไม่เจอ" ประมาณว่าทำให้งานเขาล่าช้า เสร็จไม่ทัน ตอนนั้นเราได้แต่ยืนงง เพราะเราทำตามที่บอกทุกอย่างแล้ว แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเราที่ผิดอยู่ดี

อีกหลายครั้งก็เหมือนกัน มีคนตามงานเรา ทั้งที่เรากำลังรอยอดจากอีกคนอยู่ เพราะถ้าอีกฝ่ายยังไม่ส่ง เราก็รายงานต่อไม่ได้ แต่สุดท้ายภาพที่ออกมาคือ "เราช้า"

ช่วงปีใหม่ เรากำลังเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ก็ยังมีคนตามงานตั้งแต่บ่าย ตามจากแชทส่วนตัวไปจนถึงแชทกลุ่มบริษัท แท็กชื่อเราบอกว่าทุกคนรออยู่ ทั้งที่เราแจ้งแล้วว่ากำลังเดินทาง สุดท้ายก็ต้องเปิดคอมทำงาน ปีใหม่ก็เหมือนได้หยุด...แต่ไม่สุด

อีกเรื่องที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจลาออก คือเรื่องรับปริญญา เราแจ้งลาล่วงหน้า 1 อาทิตย์ เพราะหลายคนจะเข้าใจมช. ซ้อมรับปริญญาหลายวัน ซ้อมเป็นอาทิตย์ แต่บริษัทไม่ค่อยเข้าใจ มีการบอกว่า “มอน้องแปลกเนอะ รับปริญญาทั้งอาทิตย์เลยหรอ เปิดบริษัทมาเกือบสิบปี ไม่เคยมีใครลาแบบนี้“ เสนอให้เอางานไปทำที่เชียงใหม่แต่เราไม่สะดวก “ดีแค่ไหนแล้วที่พี่ไม่ให้น้องบินกลับมาทำงานที่บางแสนแล้วบินกลับไปรับปริญญา” แล้วสุดท้ายบริษัทให้ลา แต่ต้องใช้วันลากิจทั้งปี แล้วปีนั้นห้ามลากิจอีกเลย ตอนนั้นเราคิดในใจว่า รับปริญญามีครั้งเดียวในชีวิตเองนะ555

สิ่งที่กระทบใจเราที่สุด คือคำพูดของเพื่อนร่วมงานที่พูดต่อหน้าว่า "มึงเป็นเหี้ยอะไรกับกูมากปะ น้องไม่โอเคกับพี่ใช่มั้ย พี่จะได้บอกเจ้าของบริษัทว่าน้องไม่โอเคกับพี่ น้องไม่โอเคกับการทำงานของพี่"

จนถึงวันนี้เรายังจำประโยคนั้นได้ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะมันเป็นครั้งแรกที่มีคนพูดกับเราแบบนั้นในที่ทำงาน

วันสุดท้ายที่เราทำงาน เราคิดว่าจะเป็นวันที่เก็บของ บอกลาเพื่อน แล้วแยกย้ายกันไป แต่หัวหน้าพูดกับเราว่า

"พี่เจ้าของบริษัทก็เป็นแบบนี้ รับคนเข้ามา สอนงานจนเป็น พอจะออกก็ให้ออกไปง่าย ๆ " เรานิ่งฟัง ไม่ได้ตอบอะไร แต่ในหัวมีคำถาม

สุดท้ายเรารู้ตัวว่า เราไม่ได้เหนื่อยเพราะงานแล้ว เราเหนื่อยเพราะตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป เรากลัวทำผิด กลัวโดนด่า กลัวถูกพูดถึงเป็นอาทิตย์ กลัวส่งงานแล้วจะมีอะไรผิด จนเช็กงานซ้ำแล้วซ้ำอีก เครียด ประจำเดือนไม่มา และเริ่มเป็นย้ำคิดย้ำทำเพราะกลัวพลาด เราไม่ได้ไม่เก่ง แต่เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง "แย่ไปหมด"

ตลกดีนะ... พอลาออกมาแล้วเกือบ 3 เดือน ก็ยังมีคนโทรมา ทักมาตามเรื่องงานอยู่เลย 😂

แต่ถึงจะมีหลายเรื่องที่ไม่ดี สิ่งที่ดีที่สุดที่เราได้จากงานนี้ คือ "เพื่อน" พวกเราเข้ามาพร้อมกัน 5 คน ตอนนี้ลาออกไปแล้ว 4 คน ทุกวันนี้ก็ยังนัดกินข้าว นัดไปดื่ม คุยกันเหมือนเดิม ถ้าไม่ได้เจอพวกเขา เราคงผ่านช่วงนั้นมาได้ยากเหมือนกัน

วันนี้เรามองย้อนกลับไป แล้วรู้สึกว่า เราไม่ได้ลาออกเพราะทำงานหนัก เราลาออกเพราะเราเริ่มไม่ชอบตัวเองตอนที่ทำงานอยู่ที่นั่น งานแรกไม่ได้สอนแค่เรื่องงาน แต่มันสอนให้เรารู้ว่า "ที่ทำงาน" กับ "ที่ที่เราควรอยู่" อาจไม่ใช่ที่เดียวกันเสมอไป

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราก็คงเลือกเข้าทำงานที่เดิมอีกครั้งนะ เพราะถ้าไม่เคยเจอที่ที่ไม่เหมาะกับตัวเอง เราก็คงไม่รู้ว่าที่ทำงานที่ดีควรเป็นแบบไหน และคงไม่รู้ว่าการเลือกตัวเอง ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่มันคือการรักษาหัวใจของตัวเองไว้ ก่อนที่มันจะพังไปมากกว่านี้ 🤍

#รีวิวครึ่งปี #ประสบการณ์ลาออก #firstjobber #Lemon8Diary

7/3 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนที่เคยผ่านช่วงเวลาทำงานแรกเช่นกัน ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้เขียนอย่างลึกซึ้ง จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเรียนรู้ว่าการทำงานแรกนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการฝึกทักษะเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบที่สำคัญของความอดทนและการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่เราอาจไม่คุ้นเคย ในหลายครั้ง การต้องทำงานที่เกินเวลาหรือมีความเครียดสูงจนทำให้สุขภาพจิตเริ่มแย่ลง เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณควรกลับมาสำรวจว่าเรากำลังอยู่ในที่ที่เหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ เหมือนที่ผู้เขียนบอกว่า บางครั้งที่ทำงานไม่ได้หมายความว่าคุณไม่เก่ง แต่เป็นเพราะบรรยากาศการทำงานหรือระบบการบริหารที่ไม่เหมาะสมกับตัวคุณ นอกจากนี้ การมีทีมงานที่ดีและเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจ เหมือนที่ผู้เขียนได้พบเจอหลังลาออก เป็นสิ่งที่ทำให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ การมีแรงสนับสนุนที่ดี ช่วยให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จในชีวิตการทำงานไม่ได้มาจากการทนทุกข์เพียงลำพัง ท้ายที่สุด ผมเห็นพ้องกับความคิดของผู้เขียนที่ว่า การเลือกลาออกไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการให้ความสำคัญกับตัวเองและสุขภาพจิต การรู้จักยอมรับตัวเองและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าเป็นสิ่งที่กล้าหาญและจำเป็นในชีวิตการทำงานของทุกคน

ค้นหา ·
first jobber ลาออก

7 ความคิดเห็น

รูปภาพของ praerimarryjane
praerimarryjane

เก่งมากเลยค่ะที่รับมือและออกมาได้ เราอาจจะผ่านมาแต่อยากจะบอกว่าคุณเป็นคนที่เก่งและสามารถรับมือกับความกดดันได้ดีมากๆค่ะ แล้วกล้าที่จะตัดสินใจด้วย ไม่ว่ายังไงขอให้คุณได้เจองานที่ใช่นะคะ

ดูเพิ่มเติม(5)
รูปภาพของ peamiiichuu🩷
peamiiichuu🩷

เก่งมากแล้วว กอดๆนะคะ ขอให้เจอสิ่งที่ดีๆเยอะๆเลย 🥺

ดูเพิ่มเติม(1)

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

หญิงสาววัย 24 ปี นอนฟุบบนโต๊ะทำงานอย่างเหนื่อยล้า พร้อมข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารแสดงยอดเงินเดือน 52,256 บาท สะท้อนชีวิต First Jobber ที่ได้เงินเดือนครึ่งแสนแต่ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยล้า
หญิงสาวถ่ายเซลฟี่หน้ากระจกในชุดนักเรียน พร้อมข้อความเล่าถึงความเหนื่อยล้าในช่วงแรกของการทำงาน การโดนกดเงินเดือน และการร้องไห้จากงานหนัก แต่ก็สู้จนได้ปรับเงินเดือนขึ้น
ภาพหน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดเอกสารงานหลายหน้า มีรูปหัวใจสีชมพูทับอยู่ พร้อมข้อความบรรยายถึงการทำงานหนักทุกวัน ไม่มีวันหยุด และการทำงานดึกเพื่อแลกกับค่าโอที
รีวิวชีวิต First Jobber เงินเดือนครึ่งแสน ระยะเวลางาน6เดือน🥲
"Customer Service จะเงินเดือนครึ่งแสนได้จริงเหรอ?" เมื่อก่อนเราก็เคยสงสัยเหมือนกัน วันแรกที่เข้ามาทำงานในสายโลจิสติก เราแทบไม่รู้อะไรเลย คำศัพท์ก็ยาก งานก็เยอะ ลูกค้าก็เร่ง เวลาเกิดปัญหาแต่ละเคสเหมือนต้องแข่งกับเวลา มีทั้งวันที่โดนลูกค้าตามงาน โดนสายเรือเปลี่ยนตารางกะทันหัน เอกสารผ
Tian

Tian

ถูกใจ 2242 ครั้ง

หญิงสาวกำลังถ่ายเซลฟี่ในกระจก พร้อมข้อความว่า "เด็กวิทย์ ใน Law Firm ไม่ได้เปลี่ยนสายงาน มีแบบนี้ด้วยหรอ?" และไอคอนอีโมจิสื่อถึงวิทยาศาสตร์และกฎหมาย
หญิงสาวในชุดครุยปริญญาตรี กำลังยิ้มอย่างสดใส พร้อมข้อความแนะนำตัวว่าเธอจบสาขาชีวเคมี และไม่ชอบทำงานในห้องแล็บ
ภาพบันไดเลื่อนในอาคารสำนักงานที่ทันสมัย พร้อมข้อความอธิบายว่าเธอได้ทำงานใน Law Firm ในตำแหน่ง Patent Specialist แผนกทรัพย์สินทางปัญญา
ชีวิตของเด็กวิทย์ใน Law Firm 👩🏻‍💻✨
สวัสดีค่าาา🎀✨ เรามารีวิวงานที่ทำมาได้ประมาณ5เดือนกว่าแล้ว ในตำแหน่งที่เรียกว่า Patent Specialist ใน Law firm ค่ะ ทำงานเกี่ยวกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์/นวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ค่ะ หลักๆก็อยากมาแชร์ให้ทุกคนว่า เอ้อ มันมีอาชีพนี้อยู่นะ😂 มันมีคนที่จบวิทยาศาสตร์แล้วไปทำงานที่ law firm ด้วย โดยใช้
Kanink🐰

Kanink🐰

ถูกใจ 221 ครั้ง

ภาพพื้นหลังเป็นผนังอิฐบล็อกสีเทา มีข้อความสีสันสดใสถามคำถามเกี่ยวกับการเรียนปริญญาโทของข้าราชการ เช่น 'ข้าราชการ เรียน ป.โท? ได้อะไรบ้าง?' และ 'กู้เรียนคุ้มไหม?' โดยมีรูปข้าราชการหญิงสวมเครื่องแบบอยู่ด้านล่าง และมีตัวการ์ตูนน่ารักประกอบ
จบ ป.ตรี แล้ว ทำงานก่อนหรือเรียนต่อ ป.โท เลย
เพื่อนๆ คิดว่า เราควรเรียน ป.โท บ้างไหม? 🤔🤔แล้วคุ้มไหมที่เรียน ลงทุนทั้ง"เงิน"เวลา สุขภาพจิต สุขถาพกาย สมอง จิตใจ ทุกอย่าง] เราเคยตั้งคำถามกับตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกไหม❌️✅️ บางครั้งก็คิด✅️✅️ แต่ในบางครั้งก็เหมือนคิด❌️❌️ แชร์ส่วนตัว : เราเรียน ตอนเป็น ขรก.ท้องถิ่น ตอนนั้น เป็น จพ
สุขในการเล่า

สุขในการเล่า

ถูกใจ 4 ครั้ง

ชีวิตเด็กจบใหม่หางาน🎓
ใครอยากทำสายรร.นานาชาติคือโหลด Jobsdb ติดเครื่องไว้เลยค่าาา มีงานเยอะฝุดๆ ปล.ถ้าใครอยากให้รีวิวปสก.การสัมภาษณ์เม้นมาได้นะคะ☺️ #เรียนจบมีงานทำ #เด็กจบใหม่ #ครู #ติดเทรนด์
Chalachom

Chalachom

ถูกใจ 54 ครั้ง

รีวิวการทำงาน ที่แรกของเด็กมนุษย์อิ้ง🥹✨
สวัสดีค่า😄✋🏻 วันนี้จะมารีวิวประสบการณ์ทำงานที่แรกและที่สุดท้ายของเค้า จากสาวเมืองกรุงมาสู่ไซต์งาน👩🏻‍💻 ที่เรามารีวิวเพราะคิดว่าสายงานนี้น่าจะยังไม่ค่อยมีใครมาพูดถึง เราก็ไม่คิดว่าเราจะมาถึงจุดนี้(โชคช่วยล้วนๆ) บริษัทที่เราเข้าไปทำจะเกี่ยวกับการรับเหมาปิโตรเลี่ยม ซึ่งแน่นอนส่วนใหญ่จะอยู่แถบอุตสาห
♡Patcha

♡Patcha

ถูกใจ 194 ครั้ง

กลับมาเป็นเด็กมหาลัยอีกครั้งในวัย 30+
📍Sichuan Normal University เปิดเทอมวันแรก YaY🎉 ก็จะแฮปปี้หน่อยๆ ลาออกจากงาน พาตัวเองมาเรียนภาษาจีน กลายเป็นเด็กมหาลัยอีกครั้ง #นักเรียนไทยในจีน #นักศึกษาไทยในจีน #มหาลัยจีน #ไปเรียนที่จีน #ไปเรียนจีน
BabyBeeyondBkk

BabyBeeyondBkk

ถูกใจ 4 ครั้ง

5 ข้อคิด How to ได้งานก่อนเรียนจบ👩🏻‍🎓
ส่วนตัวเราเป็นคนนึงที่มีเป้าหมายกับตั้งแต่เข้ามหา'ลัยว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้งานก่อนเรียนจบ ซึ่งถ้ามองตามสถานการณ์บ้านเมือง จะเห็นได้ว่างานหายากมาก😭 แต่เรามีโอกาสได้ Job Offer ตั้งแต่เรียนไม่จบ เลยคิดว่าถ้าได้เอาสิ่งที่ตัวเองใช้มาแชร์ น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนมาก หลัก ๆ มี 5 ข้อตามนี้เลย👉🏻
Pattie

Pattie

ถูกใจ 150 ครั้ง

อย่ากลัวที่จะก้าวออกจากเซฟโซนเดิมๆ
ตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำมา6ปีในวัย53ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ด้วยความรู้สึกที่มันสุดจริงๆอยู่ต่อก็คงไม่ไหวตัดสินใจลางาน1วัน แล้วนั่งหางานที่เหมาะสมกับตัวเองวันต่อมาสมัครเข้าอบรมคอร์สดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงคุณสมบัติผ่านสามารถเข้าอบรมได้ โทรไปลาออกเซ็นเอกสารลาออก แล้วเริ่มเรียนทฤษฎี และปฏิบัต
Thippawan.Air898

Thippawan.Air898

ถูกใจ 5 ครั้ง

หญิงสาวในเสื้อเชิ้ตสีขาวกำลังถ่ายเซลฟี่ในห้อง พร้อมข้อความบนภาพว่า "รีวิวสมัครแอร์ วัย 31" ซึ่งเป็นหัวข้อของบทความ
หน้าจอแสดงแผนที่เส้นทางการบินบนเครื่องบิน แสดงภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีประเทศจอร์แดนและเมืองอัมมานเป็นจุดศูนย์กลาง
หญิงสาวในชุดสูทสีดำยืนยิ้มอยู่ข้างโมเดลเครื่องบินของสายการบิน Royal Jordanian Airlines ภายในอาคารที่มีภาพประวัติศาสตร์จัดแสดง
รีวิวสมัครแอร์วัย 31 ปี
รีวิว process สมัครแอร์ royal jordanian airlines รอบ walk-in จนเทรนจบ สวัสดีค่ะทุกคน เราชื่อ ต้นน้ำ เราติดปีกสายการบินนี้เป็นปีแรกในวัย 31 ปีค่ะ สายการบิน Royal jordanian airlines เป็นสายการบินของประเทศจอร์แดน มีเบสประจำอยู่ที่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เราจะขอแบ่งพาร์ท การสมัครจนเทรนจบทำไฟล
Araya.tn

Araya.tn

ถูกใจ 310 ครั้ง

หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มกำลังถ่ายเซลฟี่ในกระจก พร้อมข้อความ “ทำงานสนามบิน ใช้เงินเท่าไหร่ first jobber vers.” แสดงถึงการรีวิวค่าใช้จ่ายของพนักงานสนามบิน.
ภาพเครื่องดื่ม 4 แก้ว ทั้งกาแฟดำและชาเขียวลาเต้ พร้อมข้อความระบุว่าเครื่องดื่มราคา 60 บาท และดื่มวันละ 1-2 แก้ว รวมเป็น 60-120 บาท.
มือถือถุงพลาสติกใสบรรจุไก่ย่างวัดดอนหลายไม้ในลิฟต์ โดยมีข้อความระบุว่าไก่ย่างไม้ละ 10 บาท.
A day in airport 🌺 | Part 1
สวัสดีค้าบ วันนี้มารีวิวค่าใช้จ่ายในหนึ่งวันในการทำงานสนามบินกันฮะ มาทำงานแรกๆ รู้สึกเลยว่าค่าใช้จ่ายในสนามบินสูงมาก ค่ากินใดๆคือแพงไปหมด แต่พอมาทำงานจริงก็อยู่รอดแหะ ค่าใช้จ่ายต่อวันอยู่ที่ 200฿ ไม่เกิน200฿ เลยตั้งแต่ทำงานมา (เราทำงาน12ชม.) ถือว่าครบทุกมื้อ555555556666 morning shift ข้อดีคือป
✿tprn

✿tprn

ถูกใจ 750 ครั้ง

ภาพหน้าปกแสดงชื่อเรื่อง 'แชร์ประสบการณ์ เรียนภาษาต่อที่ม.ปักกิ่ง' พร้อมธงชาติจีนและข้อความรีวิวการเรียนภาษาที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งสำหรับผู้ที่ไม่เคยเที่ยวจีนและพูดจีนไม่ได้
ภาพพื้นหลังเป็นต้นไม้ในฤดูใบไม้ร่วง มีข้อความระบุเงื่อนไขการสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เช่น ต้องเป็นศิ��ษย์เก่าจุฬาฯ และต้องมีจดหมายแนะนำจากอาจารย์หรือผู้จัดการ
ภาพอาคารทรงเจดีย์จีนพร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อปีสำหรับการเรียนภาษาที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เช่น ค่าเทอม ค่าหอพัก ค่าหนังสือ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ พร้อมข้อสังเกตเรื่องกิจกรรมมีค่าใช้จ่าย
แชร์ประสบการณ์เรียนภาษาต่อที่ม.ปักกิ่ง
#เรียนต่อจีน #เรียนภาษาจีน #มหาวิทยาลัยปักกิ่ง #เรียนจีน #เรียนภาษา
�ซอมบี้

ซอมบี้

ถูกใจ 38 ครั้ง

ภาพชั้นวางของตกแต่งบ้าน มีข้อความว่า "เคยมั้ย? เลิกกัน เพราะ “โตไม่ทันกัน”" ซึ่งเป็นหัวข้อเรื่องราวความรักที่จบลงเพราะการเติบโตไม่พร้อมกัน
ภาพพื้นหลังเป็นร้านกาแฟหรือพื้นที่สีเขียว มีข้อความเล่าจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ 4 ปีที่เคยผ่าน Long Distance มาได้ แต่เริ่มห่างกันและเติบโตไม่พร้อมกันเมื�่อเข้าสู่วัยทำงาน
ภาพด้านหลังของผู้หญิงในสวน มีข้อความเล่าถึงความกังวลในอนาคตที่ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มบั่นทอนลง จนกระทั่งเขาบอกเลิก แม้ฝ่ายหญิงจะพร้อมอยู่เคียงข้าง
เลิกกันเพราะ“โตไม่ทันกัน” :(
✨ ย้อนกลับไปสมัยเรียนมหาลัย เราคบกันตั้งแต่ปี2 คบกันมาประมาณ4 ปีซึ่งมันเป็นอะไรที่ดีมากๆ ระหว่างทางเราเคยคุยอนาคตกัน ซึ่งก็มีกันและกัน อยากจะคบกันไปนานนานจนได้สร้างครอบครัว ปรับตัวเข้าหากันตลอด ✨ มีช่วงหนึ่งที่เราต้องอยู่ใน ความสัมพันธ์แบบ Long Distance เพราะเราต้องไปเรียนตปท. 1 ปีเต็ม (ที่
ꕀ ᴀɪᴡᴋᴜʟ ♡︎ 🍅

ꕀ ᴀɪᴡᴋᴜʟ ♡︎ 🍅

ถูกใจ 514 ครั้ง

ฟรีแลนซ์ ทำงานที่ไหน?
✨️ ชีวิตหลังลาออกจากงานประจำ กำลังพัก และเตรียมหางานใหม่ เลยลองรับงานฟรีแลนซ์ดู ✨️ หลังจากสัมภาษณ์งานใหม่ กรรมการดันบอก อิจฉางานที่กำลังทำมากกว่า ✨️ พอลองมานั่งพิจารณาดู ก็รู้สึกรักงานที่ทำอยู่จริงๆ ✨️ ถึงจะไม่ค่อยมีความมั่นคง แต่ตราบใดที่ยังได้รับโอกาส จากสังคมและลูกค้า จะใช้ชีวิตฟรีแลนซ์ให้
บุญแย้ม 🌤

บุญแย้ม 🌤

ถูกใจ 0 ครั้ง

ภาพหน้าปกบทความ 'Review เปิดรายได้ สอนพิเศษ Ep. 2 Active Income ฉบับนักศึกษา...' แสดงรายได้ '10,000+ บาท/เดือน' พร้อมโลโก้ Lemon8
ภาพอธิบายรายได้เสริมแบบที่ 1 คือ 'สอนส่วนตัว' โดยรับสอน 1-4 คน/ครั้ง เรท 100-300 บาท/ชม./คน สอนตั้งแต่ ม.ต้น-ป.ตรี มีรายได้เฉลี่ย 5,000+ บาท/เดือน แต่รายได้ไม่แน่นอน
ภาพอธิบายรายได้เสริมแบบที่ 2 คือ 'เป็น TA' (Teaching Assistant) ระดับปริญญาเอก โดยสอน 1-2 วิชา ช่วยงานภาควิชาและอาจารย์ที่ปรึกษา มีรายได้เฉลี่ย 9,000 บาท/เดือน
เรียน/ทำงานอยู่ มีรายได้เสริม 10,000+ ได้ มาดูกัน… EP.2
สวัสดีครับบบบ 🙏🙏 เราชื่อ เนส ตอนนี้อายุ 27 ปี กำลังเรียน ป.เอก วิศวะเคมี เอกตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี จุฬาฯ วันนี้ก็มาเเชร์ประสบการณ์ การมีรายได้เสริมจากการสอนพิเศษกับรับงานสอน ควบคู่กับการเรียน เป็นรายได้แบบ Active Income ไม่ได้อยากสอนพิเศษตั้งเเต่เเรก… แต่สถานการณ์มันพาไป.. 🫠 🚩 1. ตอน ม.ปลา
Nes.cafe’e

Nes.cafe’e

ถูกใจ 43 ครั้ง

💭ทำไมถึงกล้าลาออกจากงานประจำ❗️
อะไรก็ตาม หากทนแล้ว ทำให้ชีวิตดีขึ้น เจริญขึ้น ก็สมควรทน แต่อะไรที่ทนแล้วชีวิตไม่ดีขึ้น ก็อย่าเสียเวลาทน การลาออกจากงานประจำ ไม่ได้แปลว่าเรา ไม่ทนงาน❌ เรายอมแพ้❌ แต่มันแปลว่า… เราเลือกตัวเองก่อนต่างหาก😊✅ ในวันที่ยื่นใบลาออก ไม่มีใครรู้หรอกว่าทางข้างหน้าจะดีไหม ✨โตขึ้นจึงรู้ว่า… 🖇️ความกล้าข
มิลค์ ไดอารี่

มิลค์ ไดอารี่

ถูกใจ 4 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม