”ปราสาทโอซาก้า“ สร้างยังไง กว่าจะอลังการได้อย่างทุกวันนี้ 🇯🇵

การสร้าง“ปราสาทโอซาก้า”

Osaka Castle

เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการ

จากการใช้โครงสร้างหินและไม้แบบโบราณ

มาสู่การใช้เทคโนโลยีคอนกรีตเสริมเหล็กในปัจจุบัน

ซึ่งปราสาทแห่งนี้

ประกอบด้วยหินแกรนิตกว่า 1,000,000 ก้อน

ทั้งยังมีกำแพงหินที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งสูงถึง 32 เมตร

โดยแบ่งออกเป็น 3 ยุคหลัก

ที่มีความโดดเด่นทางวิศวกรรมที่ต่างกันครับ

•• สิ่งก่อสร้างรอบโลก Ep.5 ••

🟠 ยุคเริ่มต้น ค.ศ.1583

วิศวกรรมฐานรากและการถมที่ (Land Reclamation)

โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ

เลือกชัยภูมิบนที่ราบสูงอุเอะมาจิ (Uemachi Plateau)

ซึ่งเดิมเป็นวัดร้าง

• วิศวกรต้องจัดการกับสภาพพื้นที่ซึ่งเป็นดินเลนและที่ราบสูงให้กลายเป็นป้อมปราการ

โดยการถมที่ดิน (Landfill)

และยกระดับพื้นผิวให้สูงขึ้น

เพื่อความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์

• ในยุคนั้นไม่มีการใช้คอนกรีตยึดอิฐ แต่ใช้เทคนิค Ishigaki (กำแพงหิน)

โดยการคัดเลือกหินแกรนิตขนาดใหญ่มาเรียงซ้อนกัน

เพื่อให้โครงสร้าง "หายใจได้" และระบายน้ำได้ดี

ทั้งยังลดแรงดันดินจากด้านหลังกำแพง

🔵 การสกัดหินแกรนิตขนาดมหึมา

ให้เรียบและเป็นแผ่นใหญ่

โดยไม่มีระเบิดหรือเครื่องจักรทันสมัย

เป็นเทคนิคที่เรียกว่า "ยากิ-วาริ" (Yaki-wari)

หรือการใช้ความร้อนและลิ่มไม้

ซึ่งต้องอาศัยความอดทนและสายตาที่แม่นยำของช่างสกัดหินเป็นอย่างมากครับ

กระบวนการที่ใช้ในสกัดหินในสมัยนั้น

มีหลายวิธีเลยครับ

▪️การหา "รอยแยกธรรมชาติ"

ก่อนจะเริ่มสกัด..

ช่างผู้เชี่ยวชาญจะทำการ "ฟังเสียง"

โดยการใช้ค้อนเคาะไปตามหินภูเขา

เพื่อหาแนวรอยแยกธรรมชาติ

หรือทางน้ำของหิน

หากเลือกจุดผิด หินจะแตกกระจายไม่เป็นแผ่นตามต้องการ

▪️การเจาะรู

เมื่อได้แนวที่ต้องการแล้ว

ช่างจะใช้สิ่วเหล็กและค้อน

เจาะรูเล็กลงไปบนหน้าหินเป็นแนวยาวเรียงกันเหมือนเส้นประ

รูเหล่านี้เรียกว่า "Yahazu"

โดยแต่ละรูจะลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร

และเว้นระยะห่างกันอย่างสม่ำเสมอ

▪️เทคนิค The Wooden Wedge Method

ช่างจะตอกลิ่มไม้แห้ง ลงไปในรูที่เจาะไว้จนแน่น

จากนั้นจะราดน้ำลงไปบนลิ่มไม้เหล่านั้น

ไม้จะดูดซับน้ำ และค่อยๆ พองตัวขึ้น

แรงดันจากการขยายตัวของไม้ที่มีจำนวนมากพร้อมๆ กัน

จะสร้างแรงมหาศาลที่ดันให้หินแกรนิตค่อยๆ แยกออกจากกันตามแนวเส้นประอย่างสวยงาม

▪️เทคนิค Thermal Shock

ในกรณีที่หินแข็งมากเป็นพิเศษ

จะมีการใช้หลักการความเค้นจากความร้อน

ช่างจะเผาไฟบนผิวหินตามแนวที่ต้องการให้ร้อนจัด

จากนั้นจะราดน้ำเย็นจัด

หรือใช้น้ำแข็งในฤดูหนาว ลงไปทันที

การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน

จะทำให้โครงสร้างโมเลกุลของหินหดตัวไม่เท่ากัน

จนเกิดการร้าวและแตกตัวตามแนวที่กำหนดไว้

▪️การ Finishing

หลังจากหินแยกออกมาเป็นก้อนใหญ่แล้ว

ช่างจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "Setto" (ค้อนปอนด์)

และสิ่ว ค่อยๆ สกัดหน้าหินให้เรียบเสมอกัน

ซึ่งในกรณีของหิน Tako-ishi

ช่างทำได้เรียบเนียนมาก

จนเมื่อนำไปวางต่อกับหินก้อนอื่นแล้ว

แผ่นกระดาษแทบจะสอดเข้าไม่ได้เลยครับ

.

.

🟠 วิศวกรรมโครงสร้างแบบผสมผสาน ปี 1620

หลังปราสาทแรกถูกทำลาย..

ตระกูลโทกุกาวะให้สร้างขึ้นใหม่โดยใช้เทคนิคที่ซับซ้อนขึ้น

โดยใช้เทคนิคการเรียงหินแบบ "รากโกโบ"

เหมือนรากไม้ที่หยั่งลึก

โดย “หินก้อนใหญ่” จะอยู่ด้านนอก

ส่วนด้านในจะอัดด้วยก้อนหินเล็กๆ (Kuri-ishi)

เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกรองน้ำ

และกระจายแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว

🔸 การขนส่งหินขนาดใหญ่ (Logistics Engineering) เช่น

Tako-ishi (หินปลาหมึก) ที่หนักกว่า 108 ตัน

เทียบเท่ากับเครื่องบิน Boeing 737 หนึ่งลำ

ในปี ค.ศ. 1620 ถือเป็นโจทย์วิศวกรรมโลจิสติกส์ที่ท้าทายที่สุดในยุคนั้น

เนื่องจากสมัยนั้นไม่มีเครนหรือเครื่องจักรกลหนัก

วิศวกรจึงต้องใช้หลักการ "ฟิสิกส์พื้นฐาน"

และ "พลังทวี" ในการทำงาน ดังนี้ครับ :

🔸การลําเลียงทางเรือ

เนื่องจากหินแกรนิตขนาดใหญ่เหล่านี้ไม่ได้อยู่ใกล้ปราสาท แต่ต้องขนมาจากเกาะในทะเลเซโตะ (Seto Inland Sea) ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร

• วิศวกรต่อเรือขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้มีพื้นผิวเรียบและกว้างเป็นพิเศษเพื่อกระจายน้ำหนัก

• ในบางกรณีจะใช้เทคนิคผูกหินไว้ใต้ท้องเรือในขณะน้ำลด เมื่อน้ำขึ้นแรงลอยตัวของน้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักหิน

ทำให้เรือลากจูงหินไปได้ง่ายขึ้น

🔸การเคลื่อนย้ายบนบกด้วย "ทางลาดและลูกกลิ้ง"

เมื่อถึงฝั่ง การเคลื่อนย้ายหิน 108 ตันขึ้นไปบนที่ราบสูง จำเป็นต้องใช้เทคนิคที่แม่นยำ

วัสดุที่ใช้ คือ

• ใช้ไม้ซุงเนื้อแข็งวางเรียงเป็นแถวใต้หิน

เสมือน “ลูกกลิ้งไม้”

เมื่อหินเคลื่อนที่ผ่านไป แรงงานจะยกไม้จากด้านหลัง

มาวางต่อด้านหน้าเรื่อยๆ

• มีการสร้าง “ทางลาดชั่วคราว” ที่ทำจากดินอัดแน่น

เพื่อลดความชันในการลากขึ้นสู่ตัวปราสาท

• มีการใช้ "สาหร่ายทะเล" หรือ "น้ำมัน"

ทาบนรางไม้เพื่อให้หินลื่นไหลได้ง่ายขึ้น

🔸ระบบรอก (Pulley System)

ใช้เชือกที่ทำจากรำข้าวหรือป่านศรนารายณ์ถักขนาดใหญ่มาก ผูกเข้ากับระบบรอกไม้เพื่อทวีแรง

🔸ระบบคานดีด (Levers)

ในจังหวะที่ต้องปรับทิศทาง

หรือยกหินขึ้นวางตำแหน่งสุดท้าย

วิศวกรจะใช้คานไม้ขนาดยักษ์หลายๆ อัน

งัดพร้อมกันตามจังหวะสัญญาณเสียง

🔸การจัดการแรงงาน

นี่คือส่วนที่น่าทึ่งที่สุดครับ

การจะย้ายหิน 100 ตัน

ต้องใช้คนจำนวนมหาศาลทำงานประสานกัน

• จะมีผู้คุมคอยตีกลองหรือร้องเพลงประกอบจังหวะ

เพื่อให้คนนับพันออกแรงดึงเชือกพร้อมกันในวินาทีเดียว

เพราะถ้าแรงไม่พร้อมกัน เชือกจะขาดหรือหินจะหยุดนิ่ง

• เหล่าไดเมียว หรือ เจ้าเมือง

ต่างแข่งขันกันหาหินก้อนใหญ่ที่สุดมาถวาย

เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและกำลังพลที่มี

ยิ่งหาหินได้ใหญ่กว่า

จะได้รับคำชมและถือว่าเป็นผู้มีบารมีมาก

🔸การออกแบบคูน้ำ 2 ชั้น

ในและนอก (Hydraulic Engineering)

ที่มีความลึกถึง 20 เมตร

และมีความกว้างที่คำนวณมาเพื่อป้องกันวิถีปืนใหญ่ในยุคนั้นโดยเฉพาะ

▪️แต่หินนี้หนาเพียงแค่ 60-90 เซนติเมตร เท่านั้นครับ

วิศวกรยุคนั้นไม่ได้ใช้หินที่เป็นลูกบาศก์หนาๆ

แต่เลือกหินที่มีหน้ากว้างและ "แบน"

เพื่อให้ดูอลังการเมื่อมองจากด้านหน้า

แต่มีน้ำหนักน้อยพอที่จะขนย้ายได้

แม้จะยังหนักถึง 108 ตันก็ตาม

ถือเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่ชาญฉลาดมากครับ

▫️หากคุณไปเดินดูที่กำแพงปราสาทโอซาก้าในวันนี้

คุณจะเห็นสัญลักษณ์แปลกๆ

เหมือนรอยสลักรูปวงกลม สามเหลี่ยม หรือตัวอักษร

บนหน้าหินก้อนใหญ่ๆ

รอยเหล่านี้คือ "ตราประทับ" ของเจ้าเมืองแต่ละตระกูล

ที่ส่งหินมา เพื่อเป็นการบอกว่า

"ก้อนนี้ตระกูลเราเป็นผู้ส่งมานะ"

และเพื่อตรวจสอบว่าหินก้อนไหนแข็งแรง

หรือหากชำรุด ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบครับ

.

.

🟠 ยุควิศวกรรมคอนกรีตเสริมเหล็ก (Ferro-concrete)

ปราสาทที่เราเห็นในวันนี้ คือ

นวัตกรรมของศตวรรษที่ 20 ( ค.ศ.1931 จนถึงปัจจุบัน)

• ตัวปราสาทหลัก

ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยบริษัท Obayashi Corporation

โดยใช้คอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด

เพื่อให้ทนทานต่ออัคคีภัย

ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปราสาทไม้เดิมถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

• การออกแบบที่ผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์ภายนอก

ที่ต้องดูเหมือนไม้และกระเบื้องแบบโบราณ

อ้างอิงจากภาพเขียนเก่า

ให้เข้ากับโครงสร้างวิศวกรรมภายใน

ที่เป็นอาคารสมัยใหม่ 8 ชั้น

• มีการเสริมความแข็งแรงทางวิศวกรรมเพิ่มเข้าไป เช่น

▪️ติดตั้งลิฟต์แก้วด้านนอก

โดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม

▪️ระบบป้องกันแผ่นดินไหว

ตามมาตรฐานวิศวกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่

.

.

จะเห็นได้ว่า การสร้างปราสาทโอซาก้านั้น

นอกจากมีความสวยงามและยิ่งใหญ่แล้ว

ยังมีความแข็งแกร่งและอยู่รอดได้จริงด้วยครับ

นึกถึงการคุมงาน ไม่มีเวลา

หรือเจอปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย

นึกถึง

"บริษัท N36 Engineering จำกัด"

👉 ติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง

📲 Line

👷🏼‍♂️วิศวกรที่ปรึกษา Line @24jagph

#วิศวกรที่ปรึกษา

#ที่ปรึกษาควบคุมงาน

#lemon8ไดอารี่

#สถานที่ท่องเที่ยว

#เที่ยวญี่ปุ่น

1/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เคยเดินทางไปเยือนปราสาทโอซาก้า นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมแล้ว เรื่องราววิศวกรรมเบื้องหลังยังเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ได้มีโอกาสเยือนปราสาทแห่งนี้ จะเห็นได้ว่ากำแพงหินแกรนิตมีความสูงและความหนาที่น่าประทับใจมาก เพื่อที่จะสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่ในยุคนั้น วิศวกรต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างการถมที่ดินในบริเวณที่เป็นดินเลนและที่ราบสูงให้กลายเป็นป้อมปราการ เห็นได้ชัดว่าการใช้เทคนิค Ishigaki ในการเรียงหินทำให้กำแพงมีความแข็งแรงและระบายอากาศได้ดี ช่วยลดแรงกดทับจากดินอีกด้วย ส่วนกระบวนการสกัดหินขนาดใหญ่ที่ใช้เทคนิค "ยากิ-วาริ" (Yaki-wari) ที่อาศัยการใช้ความร้อนและลิ่มไม้เพื่อแบ่งแยกหินก้อนใหญ่เป็นแผ่น นับว่าเป็นเทคนิคที่ต้องการความอดทนและความแม่นยำสูงมาก อีกทั้งการใช้หลักฟิสิกส์เบื้องต้นร่วมกับแรงงานจำนวนมากทำให้การเคลื่อนย้ายหินที่หนักเทียบเท่ากับเครื่องบิน Boeing 737 เป็นไปได้อย่างประสบความสำเร็จ ยังจุดสนใจในเรื่องของการออกแบบระบบรอกและลูกกลิ้งไม้เพื่อพรางแรง รวมถึงการจัดการคนงานที่มีการตีกลองหรือร้องเพลงเพื่อประสานจังหวะแรงดึงเชือก ถือเป็นการบริหารงานที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงในยุคนั้น เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคคอนกรีตเสริมเหล็กในศตวรรษที่ 20 ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นใหม่โดยใช้วัสดุที่มีความทนทาน ช่วยป้องกันไฟไหม้ซ้ำซาก และระบบป้องกันแผ่นดินไหวที่ได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานวิศวกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ โดยยังคงดีไซน์ภายนอกที่ให้ความรู้สึกแบบโบราณ นอกจากความสวยงามและขนาดใหญ่โตแล้ว ปราสาทโอซาก้ายังสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและความละเอียดอ่อนในการรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม คราวหน้าเมื่อมีโอกาสไปเยือน อย่าลืมสังเกตรอยตราประทับบนหิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าเมืองแต่ละตระกูล ทั้งยังแสดงถึงการดูแลรักษาและความรับผิดชอบ ทำให้ปราสาทแห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นบทเรียนทางวิศวกรรมและประวัติศาสตร์ที่คู่ควรแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

ค้นหา ·
ปราสาทโอซาก้า-จุดถ่ายรูป

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

พาชมซากุระปราสาทโอซาก้า (ฟูลบลูม 3 เม.ย.) พร้อมทริคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนมีแพลนมาที่นี่ครับ 🌸🏯 . 💡 ทริคแรก: อย่าเพิ่งรีบเดินเข้าไปที่ตัวปราสาทนะครับ เพราะซากุระหลายร้อยต้นจะอยู่ตรง "สวนด้านนอก" (จุดที่คนมาปิกนิกกันเยอะๆ) แนะนำให้ถ่ายรูปจากจุดนี้ให้เห็นปราสาทเป็นฉากหลัง จะสวยที่สุดครับ . 🚆 ทริคที่
เปิดวาร์ปเจแปน

เปิดวาร์ปเจแปน

ถูกใจ 0 ครั้ง

แลนด์มาร์คในตำนาน 🏯 ปราสาทโอซาก้า สวยจริงไม่จกตา‼️
🏯✨ เปิดประสบการณ์เข้าชม “ปราสาทโอซาก้า” แลนด์มาร์คห้ามพลาดแห่งคันไซ 🇯🇵 มาโอซาก้าทั้งที ถ้าไม่ได้แวะ “Osaka Castle” คือเหมือนมาไม่ถึงจริง ๆ ค่ะ! 💚 ที่นี่เป็นปราสาทเก่าแก่คู่เมืองโอซาก้ามากว่า 400 ปี สวยอลังการตั้งแต่ทางเข้าเลย 🌳 บรรยากาศรอบ ๆ ปราสาท รอบปราสาทเป็นสวนกว้างมาก เดินชิล ๆ ได้เล
𐙚 BEWTY🛼  ໋♡ ྀི˖⸝⸝₊˚

𐙚 BEWTY🛼 ໋♡ ྀི˖⸝⸝₊˚

ถูกใจ 5 ครั้ง

Osaka 🇯🇵 DAY 1 ลงเครื่องฝากกระเป๋าเที่ยวเลย หน้าง่วงมากก 😅
สถานที่📍: Osaka Castle - ปราสาทโอซาก้า จุดที่ใครไปเที่ยวก็ต้องไปเช็คอิน ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงโอซาก้า 🚅 วิธีการเดินทาง : จาก namba station ขึ้นสายสีแดง midosuji line ไปลงที่ hommachi station แล้วเปลี่ยนไปขึ้นสายสีเขียว chuo line ไปลงที่ tanimachi 4-chome station ทางออก9 ข้ามฝั่งถนนไปจะมีรถรางบริ
Miinkk

Miinkk

ถูกใจ 7 ครั้ง

แจกพิกัดมุมถ่ายรูปหน้าประสาทโอซาก้า ได้รูปสวยมากแนะนำให้เซฟเก็บไว้แล้วมาเลย 🏯🎌 #ปราสาทโอซาก้า #โอซาก้า #osaka #เที่ยวโอซาก้า #โอซาก้า2025
sixsix

sixsix

ถูกใจ 0 ครั้ง

Osaka castle🇯🇵
โอซาก้า 14ตุลา2025 ยังร้อนมากค่าาาา แดดแรงเหมือนเมืองไทยเลย🤣 #osakacastle #ปราสาทโอซาก้า
B 🦄

B 🦄

ถูกใจ 127 ครั้ง

Osaka Prefectural Chikatsu Asuka Museum
ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando)
สวนผักหน้าบ้าน

สวนผักหน้าบ้าน

ถูกใจ 0 ครั้ง

Osaka day 4🇯🇵
#เที่ยวosaka #osaka #osakacastle #lemon8ไดอารี่
Nuttyรีวิวไปเรื่อย

Nuttyรีวิวไปเรื่อย

ถูกใจ 2 ครั้ง

🕵🏻‍♂️🇯🇵 แจกพิกัด เที่ยวญี่ปุ่นตามรอยยอดนักสืบโคนัน
แฟนโคนันต้องเซฟ! SS Quality Japan Trip รวมโลเคชันจริงจากในเรื่องไว้ให้ครบ ทั้งบ้านเกิดอาจารย์โกโช ฉากหวานในตำนาน จนถึงสถานที่จากมูฟวี่ล่าสุด ❤️🎥 📍 โฮคุเอะ (ทตโตริ) – เมืองแห่งโคนัน ตามรอยบ้านเกิดอาจารย์โกโชที่ Gosho Aoyama Manga Factory เช็คอินสถานีรถไฟโคนัน และล่ารูปปั้นโคนันทั่วเมือง 📍 เกี
SS QUALITY JAPAN TRIP

SS QUALITY JAPAN TRIP

ถูกใจ 299 ครั้ง

Osaka – Kyoto 5 วัน 4 คืน 🇯🇵
ทริปญี่ปุ่นรอบนี้ไม่ได้แพลนแน่นมาก เน้นเดิน กิน ถ่ายรูป แล้วก็ปล่อยให้เมืองพาไป Day 1 – Dotonbori ถึงโอซาก้าช่วงเย็น เลยเริ่มที่โดทงโบริก่อนเลย ป้ายกูลิโกะคือแลนด์มาร์คที่ต้องถ่ายจริงๆ ไฟสวย คนเยอะ คึกคักมาก มื้อแรกของทริปจัดเนื้อย่างญี่ปุ่น เนื้อลายสวย ย่างร้อนๆ ฟินตั้งแต่วันแรก Day 2 –
GoodFrame

GoodFrame

ถูกใจ 178 ครั้ง

Osaka+Kyoto ทริป 6วัน5คืน Day 2
วันนี้ไปปราสาทโอซาก้ากับไคยูคังแหละ😚 #ปราสาทโอซาก้า #เที่ยวโอซาก้า #โอซาก้าไปไหนดี Ep.3 Day 3 จะมาลงสัปดาห์หน้านะคับ
💜モンちゃん ˙˘˙)♡

💜モンちゃん ˙˘˙)♡

ถูกใจ 6 ครั้ง

ปราสาทโอซากา ช่วงสงกรานต์
✈️ช่วงเราไป เป็นช่วงสงกรานต์นะคะ อุณหภูมิคือ เย็นๆ สบายๆ อากาศตอนกลางวันอยู่ที่ 18-22 องศา☁️☀️ แต่กลางคืนก็จะ อยุ่ที่ 15 นะคะ 🫧❄️ ไปช่วงนี้ก็จะได้เจอน้อง ซากุระแบบประปราย เห็นที่นี่ครั้งแรก คือตื้นเต้นมากกก 🌸🌸 🚊การเดินทางก็ไม่ยากค่ะ แยมใช้ Google map ทั้งทริป • สถานที่📍อยู่ในสวนสาธารณะ
แยมสีจะมารีวิว

แยมสีจะมารีวิว

ถูกใจ 5 ครั้ง

แผนที่ประเทศญี่ปุ่นแสดงสถานที่ท่องเที่ยวตามรอยอนิเมะยอดนิยม เช่น พิพิธภัณฑ์โคนัน, จิบลิพาร์ค, พิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ, โรงเรียนมัธยมคามาคุระ และสถานที่อื่นๆ พร้อมตัวการ์ตูนประกอบ
ภาพสี่ช่องแสดงสถานที่ท่องเที่ยว: จิบิ มารุโกะจัง แลนด์, พิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ (ไดโนเสาร์คอยาว), ป้ายพิพิธภัณฑ์เครยอน ชินจัง และจุดเช็คอินจาก Slam Dunk ที่โรงเรียนมัธยมคามาคุระ
ภาพสี่ช่องแสดงสถานที่ท่องเที่ยว: ชิบูย่ากับตัวละคร Jujutsu Kaisen, โตเกียว ดิสนีย์แลนด์, อาคารในอากิฮาบาระ และซานริโอ พูโรแลนด์
🗺️✨ แจกแพลนลับ! เที่ยวญี่ปุ่นตามรอยการ์ตูนดัง
ถ้าคุณคือแฟนอนิเมะตัวจริง ญี่ปุ่นคือดินแดนในฝัน ✨ ตั้งแต่สถานที่ถ่ายทำจริง สวนสนุกในตำนาน ไปจนถึงแหล่งของสะสมหายาก SS Quality Japan Trip คัดมาให้แล้ว! “คู่มือตามรอยอนิเมะ” ที่จะพาคุณอินเหมือนหลุดเข้าไปในโลกการ์ตูน 🎌 ━━━━━━━━━━━━━━ 📍 Childhood Favorites | ย้อนวัยสุดคลาสสิก • จิบิ
SS QUALITY JAPAN TRIP

SS QUALITY JAPAN TRIP

ถูกใจ 405 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม