Landslides, Flash Floods, Global Warming Crisis, Nepal-Tibet 👷🏼♂️
If it comes to "global warming,"
Many people may think of just a picture of the sultry weather.
The slowly melting polar ice cap
Or a distant story that doesn't seem to have any impact on everyday life.
But those memories are being completely destroyed.
As the climate crisis has intensified,
Until it hit the "roof of the world."
On the Himalayas.
Become a landslide disaster.
And the historic spilling mass.
Nepal international border seam area
And the Tibet Autonomous Region.
That doesn't just wipe out the forest.
But it swept away the lives of houses.
And countless infrastructure.
Lost with thick water and mud in the blink of an eye
A New Age Engineering Approach
So it had to transition from "building solid buildings to hitting disasters."
To smarter risk management.
For example, building a line to "deviate."
Tide direction and mud to side out.
Digging sediment trap ponds to slow down
Includes a review of appropriateness.
In construction in disaster-prone areas.
To retreat into the safest spot.
- - - - - -
Think of supervising. No time to take care of yourself.
Or housing problems.
Let us be your comfort.
"N36 Engineering Co., Ltd."
ประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมเคยได้สัมผัสกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศบนเขาหิมาลัย ชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไปโดยเฉพาะพื้นที่ตามรอยต่อระหว่างประเทศเนปาลกับเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งมักประสบกับภาวะดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันบ่อยครั้ง ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งบนยอดเขาหิมาลัยละลายเร็วขึ้น ส่งผลให้น้ำปริมาณมหาศาลไหลบ่าท่วมพื้นที่ลุ่มและทำให้ดินไม่มั่นคง จนเกิดเหตุการณ์ดินถล่มขนาดใหญ่ตามมา ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายผืนป่า แต่ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คน บ้านเรือน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ถูกน้ำและโคลนพัดพาหายไปในพริบตา จากประสบการณ์ตรง พบว่าเทคนิควิศวกรรมชั้นสูง เช่น การสร้างแนวคันดินเพื่อเบี่ยงเบนทิศทางน้ำและโคลน การขุดบ่อดักตะกอนเพื่อลดความเร็วของน้ำ รวมถึงการประเมินความเหมาะสมของการก่อสร้างในพื้นที่เสี่ยง ถือเป็นแนวทางบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่วิกฤติโลกร้อนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการลงพื้นที่และร่วมงานกับบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม คือความสำคัญของการบูรณาการความรู้จากหลายสาขา เพื่อออกแบบวิธีแก้ไขปัญหาที่ไม่เพียงรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การมีผู้เชี่ยวชาญควบคุมงานและให้คำปรึกษาที่เหมาะสมยังช่วยลดความเสี่ยงในการก่อสร้างและป้องกันภัยทางธรรมชาติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตระหนักถึงวิกฤตินี้และการนำแนวทางวิศวกรรมสมัยใหม่มาใช้ สามารถเปลี่ยนจากการหมุนเวียนแก้ปัญหาภายหลังให้กลายเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างชาญฉลาดที่ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในพื้นที่เขาหิมาลัยและบริเวณรอบข้างอย่างยั่งยืน


































