GOLD War Room Daily
9 ก.ค. 2569 6:30 น
ทองถูกกดดันแรง แม้ ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียดขึ้น เพราะตลาดไม่ได้อ่านแบบ “สงคราม = ทองขึ้น” แต่กำลังอ่านผ่านเส้นทาง Hormuz → WTI → เงินเฟ้อ → Fed → US10Y/DXY → Gold
เมื่อราคาน้ำมันพุ่งจากความเสี่ยงอิหร่าน–ฮอร์มุซ ตลาดกลับเพิ่มความกลัวเงินเฟ้อ ทำให้ US10Y ขึ้น, Fed hawkish ขึ้น, ดอลลาร์ยังแข็งระดับ 101 และกดทองลงใกล้โซน $4,000
5 Headlines สำคัญ
1) Gold ร่วงหลัง Trump ระบุว่า Iran deal “over”
Spot gold ลด 0.9% สู่ $4,067.39/oz และ futures ส.ค. ลด 1.8% สู่ $4,082.40 เพราะน้ำมันพุ่งทำให้ตลาดกังวลเงินเฟ้อและ Fed อาจต้องเข้มงวดขึ้น
Reuters
2) FOMC Minutes ยืนยัน Fed กังวลเงินเฟ้อมากขึ้น
Fed เผยแพร่ minutes การประชุม 16–17 มิ.ย. 2026 แล้ว โดย Reuters ระบุว่าความกังวลเงินเฟ้อของกรรมการเพิ่มขึ้น และมีบางส่วนเห็นเหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ย
Federal Reserve +1
3) FedWatch / Market Expectations ขยับ hawkish
Reuters ระบุว่านักลงทุนมองโอกาสขึ้นดอกเบี้ย ก.ย. ราว 69% หลังน้ำมันพุ่งและ Fed minutes ออก hawkish
Reuters
4) WTI พุ่งจากความเสี่ยง Hormuz
WTI ขึ้นแถว $74–75/bbl หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ และความเสี่ยงเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซสูงขึ้น
Reuters +1
5) Smart Money ระยะยาวยังซื้อทอง
PBoC ซื้อทองเพิ่มราว 15 ตันในเดือนมิ.ย. เป็นการซื้อเดือนที่ 20 ติดต่อกัน สะท้อนแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลาง แม้ราคาทองระยะสั้นถูกกดดัน
Kitco
Market Dashboard
ตัวชี้วัด
ภาพล่าสุด
Gold
~$4,067 spot
🔴
DXY
~101.07
🔴
US10Y
~4.55–4.58%
🔴
ΔUS10Y
เพิ่มราว +3 bps
🔴
Real Yield
แรงกดเพิ่มตาม nominal yield
🔴
VIX
16.90, +4.77%
🟡
WTI
~$74–75
🟠/🔴
Fed Bias
Hawkish Watch
🔴
Smart Money
CB buying ต่อเนื่อง
🟢
DXY อยู่แถว 101.07 ส่วน VIX ปิด 16.90 และ US10Y จาก FRED อยู่ 4.55% โดยข่าวตลาดระบุระหว่างวันขึ้นใกล้ 4.58% จากเงินเฟ้อพลังงาน
MarketWatch +3
GWR Strategic Lens
วันนี้ทองไม่ได้แพ้ข่าวสงคราม แต่แพ้ Fed transmission
#Hormuz risk → WTI spike → inflation fear → Fed hawkish → US10Y/DXY up → Gold down
ความเสี่ยงทอง
ถ้า WTI ยืนเหนือ $75–80 และ US10Y ทะลุขึ้นต่อ ทองมีความเสี่ยงลงทดสอบ #โซนจิตวิทยา $4,000 อีกครั้ง
#GoldWarRoom นำเสนอข้อมูลประจำวัน
@พี่นาพาทำ™💛👑❤🇹🇭 @พี่นาพาทำ™💛👑❤🇹🇭 @พี่นาพาทำ™💛👑❤🇹🇭
จากประสบการณ์การติดตามราคาทองคำและข่าวสารทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์กับราคาทองไมได้เป็นไปตามเงื่อนไข "สงคราม = ทองขึ้น" อย่างที่หลายคนคาดหวังในทุกครั้ง โดยเฉพาะในกรณีของความเสี่ยงที่ช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับน้ำมันโลก ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลเงินเฟ้อสูงขึ้น ความกลัวนี้จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีความเห็นพ้องต้องกันมากขึ้นในการเข้มงวดนโยบายการเงิน ส่งผลให้ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี หรือ US10Y ปรับตัวขึ้นและดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เมื่อดอกเบี้ยและดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย จึงถูกกดดันให้ลดลง โดยเฉพาะเมื่อ US10Y ขยับสูงขึ้น แม้ธนาคารกลางจีน (PBoC) ยังซื้อทองคำเข้าตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสภาพคล่องและป้องกันความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจระยะยาว ในการลงทุนทองคำจึงควรติดตามแนวโน้มราคาน้ำมันและสัญญาณนโยบายการเงินของ Fed อย่างใกล้ชิด รวมถึงการเคลื่อนไหวของดอลลาร์และตลาดพันธบัตรรัฐบาล เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการเคลื่อนที่ของราคาทองคำมากกว่าข่าวสงครามหรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โดยตรง หากราคาน้ำมัน WTI ยืนเหนือระดับ 75-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราผลตอบแทน US10Y ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทองคำมีความเสี่ยงที่จะลงทดสอบโซนจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การที่ Central Bank ยังคงซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องยังช่วยหนุนราคาทองในระยะยาวได้อยู่ ตราบใดที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเงินยังคงมีอยู่ นักลงทุนควรใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจ โดยพิจารณาความเสี่ยงและโอกาสอย่างรอบด้าน สุดท้ายนี้ การติดตามข่าวสารใกล้ชิดและมีมุมมองที่เป็นระบบในเชิงเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้ผู้ลงทุนทองคำสามารถปรับพอร์ตและวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น






















