Temu หายไปไหน? เจ๊งแล้วหรอ?

ถ้าทุกคนเล่นโซเชียลช่วงก่อนหน้านี้ ยังไงก็ต้องเคยเห็นโฆษณา Temu

แอปช้อปปิ้งจากจีนที่ของถูกจนงง แท็บเล็ต 99 บาท โซฟาหลักร้อย มีหมด!

หลายคนสงสัยว่า “มันขายยังไงถึงไม่เจ๊ง?”

เบื้องหลังความแรงนี้คือโมเดลธุรกิจที่ดูเหมือนจะยืนอยู่บนทรายมากกว่าพื้นปูน

วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังว่า Temu ใช้ 4 กลยุทธ์อะไรถึงโตไวขนาดนี้ และทำไมมันอาจพังได้แค่เพราะคลื่นลูกเดียว

1. แอปช้อปที่เหมือนคาสิโน

Temu ไม่ได้แค่ขายของถูก แต่ทำให้ “ช้อปแล้วติด” เหมือนเล่นเกม!

เขาเอากลไกเกมมาใส่ในแอป เช่น

- หมุนวงล้อรับส่วนลดทุกวัน

- โปรนับถอยหลังเร่งให้รีบซื้อ

- ป้าย “เหลืออีกไม่กี่ชิ้น” ให้รู้สึกกลัวพลาดของดี

ผลคือคนใช้เวลาบน Temu เฉลี่ย 24 นาทีต่อวัน มากกว่า Amazon เกือบเท่าตัว

พูดง่าย ๆ คือมันเสพติดเหมือนน้ำตาล ยิ่งช้อป สมองยิ่งหลั่งโดพามีน

2. กลยุทธ์ “เผาเงินเพื่อโต”

เบื้องหลังความถูกคือ Temu ยอมขาดทุนทุกออเดอร์จริง ๆ

เฉลี่ยขาดทุนประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อออเดอร์ ทั้งที่ยอดสั่งซื้อเฉลี่ยแค่ 25 ดอลลาร์

บริษัทแม่ PDD Holdings ใช้สูตร “โตไว้ก่อน กำไรไว้ทีหลัง”

แค่ปีเดียว Temu เผางบโฆษณาใน Facebook กับ IG ไปกว่า 2 พันล้านดอลลาร์!

จนค่าโฆษณาของเจ้าอื่นยังขึ้นตามไปด้วย

3. ช่องโหว่กฎหมายที่ทำให้ขายถูกได้

Temu ใช้ประโยชน์จากกฎ De Minimis ของอเมริกา

คือถ้าพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ จะ “ไม่ต้องเสียภาษี”

Temu เลยส่งของจากจีนเป็นชิ้นเล็ก ๆ แยกพัสดุให้ลูกค้าแต่ละคนกลายเป็น “ผู้นำเข้ารายย่อย”

หลบภาษีได้หมด ถูกกว่าเจ้าตลาดอย่าง Amazon หลายเท่า

เรียกได้ว่ากฎนี้คือ “อาวุธลับ” ที่ทำให้เผาเงินได้นานโดยไม่เจ๊ง

4. แค่กฎหมายเปลี่ยน ทุกอย่างก็พัง

ถ้าวันหนึ่งสหรัฐปิดช่องโหว่ De Minimis (โดยเฉพาะถ้า “ทรัมป์” กลับมา)

Temu จะเจอวิกฤตทันที เช่น

- ราคาขึ้น 25%

- ส่งของช้ากว่าเดิม

- คนหนีหาย เพราะไม่ต่างจากเจ้าอื่นแล้ว

มีการคาดการณ์ว่าแค่สัปดาห์แรก ยอดขายอาจร่วง 17%

ผู้ใช้งานลด 40% และอันดับใน App Store อาจร่วงลงไปถึงที่ 58

บทเรียนจาก Temu

เรื่องของ Temu สอนให้รู้ว่า

การโตไวด้วยทางลัด มันมีราคาเสมอ

ตอนนี้ Temu ยังอยู่ แต่ “ยุคทอง” ในฐานะ Amazon Killer อาจจบเร็วกว่าที่คิด

สุดท้ายคำถามคือ...

โตไวแต่ไม่มั่นคง มันคุ้มไหม ถ้าวันหนึ่งทุกอย่างพังในพริบตา?

#ซื้อของออนไลน์ #shopee #จีน #พัฒนาตนเอง #ติดเทรนด์

2025/11/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังเสิร์ชคำว่า “temu” ส่วนใหญ่จะอยากรู้ 2 อย่างพร้อมกันคือ 1) Temu ยังอยู่ไหม/ทำไมช่วงนี้เงียบลง และ 2) สรุปแล้วแอปช้อปปิ้งจากจีนนี้ “ปลอดภัยไหม น่าใช้ไหม คุ้มจริงไหม” จากที่ผมตามข่าวและดูพฤติกรรมแพลตฟอร์มแนวนี้มาสักพัก ขอเติมมุมที่คนสงสัยกันบ่อย ๆ แบบอ่านจบแล้วตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อย่างแรก “Temu หายไปไหน” บางทีไม่ได้แปลว่าเจ๊งเสมอไป แต่อาจเกิดจากรอบการยิงแอดที่เปลี่ยน เช่น ช่วงเปิดตลาดจะทุ่มโฆษณาหนักมากเพื่อดันให้คนติดแอป (มีเกม/วงล้อส่วนลด/โปรนับถอยหลังช่วยเร่ง) แต่พอเริ่มได้ฐานผู้ใช้แล้ว ก็อาจลดงบลงเพื่อคุมต้นทุน ทำให้เรารู้สึกว่าแบรนด์เงียบ ทั้งที่จริงยังขายอยู่ตามปกติ อย่างที่สอง เรื่อง “ของถูกจนงง” ให้มองแบบนักช้อปคือ ของถูกมักแลกมากับบางอย่าง เช่น ระยะเวลาขนส่ง, คุณภาพไม่สม่ำเสมอ, หรือบริการหลังการขายที่ต้องอ่านเงื่อนไขดี ๆ ก่อนกดสั่ง ผมแนะนำให้เช็ก 4 จุดทุกครั้งก่อนซื้อใน Temu: (1) คะแนนรีวิวและรูปรีวิวจากผู้ใช้จริง (2) ขนาด/สเปกให้ละเอียด โดยเฉพาะของอย่างแท็บเล็ต อุปกรณ์ไฟฟ้า และของชิ้นใหญ่ (3) เงื่อนไขคืนเงิน/คืนของ ว่าต้องส่งกลับหรือคืนแบบไหน (4) ราคาหลังใช้คูปอง/ส่วนลด เทียบกับ Shopee หรือร้านในไทย เพราะบางชิ้นลดเยอะจริง แต่บางชิ้นพอรวมค่าส่ง/เงื่อนไขแล้วไม่ได้ต่างมาก อย่างที่สาม ถ้าถามว่า “Temu จะเจ๊งไหม” สิ่งที่ควรจับตาคือกติกาการค้า/ภาษีของประเทศปลายทาง (ในบทความพูดถึง De Minimis ไว้แล้ว) ถ้าช่องทางที่ทำให้ขายถูกถูกปิด เกมจะเปลี่ยนทันที: ต้นทุนสูงขึ้น ราคาขึ้น ส่งช้าลง และความน่าตื่นเต้นของดีลลดลง เมื่อของไม่ถูกกว่าคู่แข่งมาก ๆ คนก็ย้ายแพลตฟอร์มได้เร็วมาก สุดท้าย ถ้าจะใช้ Temu ให้คุ้มแบบ “ลดความเสี่ยง” ผมใช้หลักง่าย ๆ คือเริ่มจากของชิ้นเล็ก ราคาไม่แรงก่อน (พวกของใช้จิปาถะ/อุปกรณ์บ้าน) แล้วค่อยขยับไปของแพงเมื่อมั่นใจร้านและระบบคืนเงิน ที่สำคัญอย่าหลงกลไกแบบคาสิโนในแอป—โปรนับถอยหลังกับป้ายเหลือไม่กี่ชิ้นทำให้ตัดสินใจเร็วเกินจำเป็น ตั้งงบไว้ก่อนเข้าแอปจะช่วยได้มาก สรุปคือ Temu อาจไม่ได้หายไปไหน แต่อยู่ในช่วงปรับเกมให้คุ้มทุนมากขึ้น และความเสี่ยงหลักยังเป็นเรื่อง “โตไวแต่ไม่มั่นคง” ตามกติกาและต้นทุน ถ้าจะซื้อก็ซื้ออย่างมีสติ อ่านเงื่อนไขให้ครบ แล้วจะได้ของถูกแบบไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลัง

48 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Apichart Manee-
Apichart Manee-

โคตรน่ารำคาญ ยัดเยียด ตุกติก หลอกลวง ตอนนี้เลิกสนใจครับ

ดูเพิ่มเติม(2)
รูปภาพของ atcha
atcha

เป็นแอปที่เข้าแล้วออกยาก ปวดหัวมาก ซื้อ1ชิ้นก็ไม่ได้ ต้องซื้อขั้นต่ำ2ชิ้น ต่ำกว่า250 ก็ไม่ได้ เงื่อนไขเยอะ เดี๋ยวก็เอาส่วนลดมาล่อ ต้องซื้ออีก วนอยู่เป็นชั่วโมงกว่าจะสั่งได้ พอเลย เสียเวลา

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม