CFP ช่วยให้ทำ Carbon Footprint Organization ได้ง่ายขึ้น!
ทำความรู้จัก สินค้าที่มีฉลากคาร์บอน CFP : Carbon Footprint Product ช่วยให้องค์กรที่เริ่มทำการประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอน เพื่อจัดทำการรับรอง CFO : Carbon Footprint for Organization ได้ง่ายขึ้น
ตัวเลขคำนวณจะช่วยทำให้การเปรียบเทียบในการเลือกใช้นั้นง่ายขึ้น ทำให้องค์กรสามารถวางแผนการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนได้โดยไม่ต้องใช้ค่าเทียบเคียงคาร์บอน EF : Emission Factor ซึ่งอาจให้ผลของการประเมินคาร์บอนสู งกว่าเนื่องจากเป็นการประเมิณ
นอกจากการคัดเลือกสินค้าแล้ว การคัดเลือกบริการที่มีการการแจ้งการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการนำส่งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยเป็นข้อมูลสนับสนุนองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและมีแนวทางการจัดทำ CFO โดยเช่นกัน
สำหรับบริษัทหรือองค์กรใดที่กำลังทำโปรเจ็คสิ่งแวดล้อมอยู่ก็อย่าลืมเช็คว่าตัวสินค้ามี CFP หรือยังและร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ถามหาฉลาดนี้เพื่อให้ผู้ผลิตแต่ละจ้าวได้รับการกระตุ้นเพื่อร่วมกันมุ่งสู่เป้าหมายลดก๊าซคาร์บอนไปด้วยกันนะคะ 😊🫶🏼🌱
#carbonfootprintfororganization #carbonfootprintproduct #รักษาสิ่งแวดล้อม #องค์กรสีเขียว #มาตรฐานสิ่งแวดล้อม
ถ้าองค์กรกำลังเริ่มทำ CFO (Carbon Footprint for Organization) สิ่งที่หลายทีมเจอเหมือนกันคือ “ข้อมูลไม่ครบ” และ “ใช้เวลาไล่ขอเอกสารจากซัพพลายเออร์นาน” จากประสบการณ์ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม วิธีที่ช่วยให้เริ่มต้นได้ลื่นขึ้นคือเริ่มจากการ “เลือกซื้อ/เลือกใช้” สินค้าและบริการที่มีฉลาก CFP (Carbon Footprint Product) หรือมีการระบุคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ไว้ชัดเจน ทำไม CFP ถึงช่วยงาน CFO ได้? เพราะ CFP เป็นตัวเลขปริมาณก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการซาก) และมักแสดงผลเป็นหน่วย gCO2e, kgCO2e หรือ tCO2e ทำให้เวลาทีมจัดทำ CFO สามารถใช้เป็น “ข้อมูลอ้างอิงที่ตรวจสอบได้” ในการรวบรวมกิจกรรมการปล่อย (activity data) และทำให้การเปรียบเทียบทางเลือกต่าง ๆ ง่ายขึ้น เช่น เลือกวัสดุทำความสะอาด/บรรจุภัณฑ์/ของใช้สำนักงานที่มีตัวเลขคาร์บอนต่อหน่วยชัด ๆ ทริคที่เราใช้เวลาเริ่มทำ CFO คือทำ “รายการจัดซื้อสีเขียว” แบบง่าย ๆ 3 ขั้น: 1) ลิสต์หมวดที่องค์กรซื้อบ่อยและมีผลต่อการปล่อย เช่น ของใช้สิ้นเปลือง วัสดุแพ็กกิ้ง เคมีภัณฑ์ งานพิมพ์ 2) เช็คว่าสินค้าไหนมีฉลาก CFP หรือมีเอกสาร/Verification sheet แนบได้ (บางแบรนด์มีรายงานการคำนวณหรือสรุปค่า kgCO2e ต่อหน่วย) 3) บันทึกหน่วยให้ตรงกับการใช้งานจริง เช่น ต่อชิ้น ต่อขวด ต่อกิโลกรัม เพื่อให้สรุปเป็นรายเดือน/รายปีได้ง่าย อีกจุดที่คนมักลืม แต่ช่วย CFO ได้มาก คือ “บริการขนส่ง/การนำส่ง” ถ้าผู้ให้บริการมีการแจ้งการปล่อยจากการขนส่ง (เช่น รายงาน CO2e ต่อเที่ยว/ต่อกิโลเมตร หรือสรุปเป็นรายเดือน) จะช่วยให้เก็บข้อมูล Scope 3 บางส่วนได้เป็นระบบขึ้น และเอาไปทำแผนลดได้จริง เช่น รวมรอบส่ง ปรับเส้นทาง หรือเลือกผู้ให้บริการที่มีนโยบายลดคาร์บอน สุดท้าย ถ้าองค์กรอยากขยับจากการ “คำนวณ” ไปสู่การ “ลด” ให้เริ่มตั้งเป้าเล็ก ๆ จากสิ่งที่ควบคุมได้ก่อน เช่น เปลี่ยนไปใช้สินค้าที่มี CFP ต่ำกว่าในหมวดที่ซื้อประจำ และสื่อสารกับซัพพลายเออร์ว่าองค์กรให้ความสำคัญกับข้อมูลคาร์บอน—การถามหาฉลาก CFP บ่อย ๆ เป็นแรงกระตุ้นให้ตลาดขยับไปทางองค์กรสีเขียวได้จริงค่ะ




