ทริป ”พัฒนา“ตัวเองที่แท้จริง

ใครเคยเป็นแบบแนทบ้าง…

ชอบหาข้ออ้างให้ตัวเอง หาจุดอ่อนแอมาเป็นเหตุผลว่า “ทำไม่ได้หรอก เราไม่แข็งแรงพอ”

แนทเคยเป็นคนนั้นเลยนะ…

คนที่เอาข้อจำกัดมาฉุดตัวเองไว้ ไม่กล้าทำ ไม่กล้าลอง

ทั้งที่ในใจลึก ๆ อยากจะทำมากเลย

แต่พอได้ไปทริปนี้… ได้เจอคนใหม่ ๆ เจอคนที่เต็มไปด้วยพลังบวก

ความคิดแนทมันเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ

แนทไม่ใช่สายวิ่งเลยนะ ปกติวิ่งน้อยมาก

ยิ่งเพิ่งข้อเท้าพลิกมาได้เกือบ 3 เดือน ยังปวด ๆ อยู่ด้วยซ้ำ

ตอนแรกก็คิดนะว่า ไม่เอาหรอก กลัวเจ็บ กลัวอาย

แต่สุดท้ายก็บอกตัวเองว่า… “เอาวะ วิ่งก็วิ่ง!”

แล้วก็วิ่งจ้า…

จากที่คิดว่าจะวิ่งไม่ได้ กลับกลายเป็นว่าวิ่งยาว 2 กิโลได้เฉย!

คือ งงตัวเองมากกกกกกก “ทำไมเราวิ่งได้อะ? แล้วทำไมไม่เจ็บ?”

คือที่มันปวด ๆ อยู่คืออะไรกันแน่!? หรือเราแค่กลัวไปเอง?

พอวิ่งเสร็จนะ… ข้อเท้าที่ปวด ๆ อยู่ดี ๆ ก็หายเฉยเลย!

แนทกลับจากทริปนี้ด้วยพลังใหม่

เลิกเป็นคนอ่อนแอในแบบที่เคยเป็น

กลับมาทบทวนตัวเองหลายอย่างเลยว่า

ที่ผ่านมา เรากลัว เราหาข้ออ้าง เราเอาคำว่า “อ่อนแอ” มาขังตัวเอง

แต่จริง ๆ แล้ว… เราก็ทำได้นี่นา

แค่ยังไม่เคยลอง “แบบที่เชื่อว่าตัวเองทำได้” เท่านั้นเอง

ถ้าแนทกล้าเริ่มวิ่ง ทั้งที่เคยกลัวจนไม่อยากแม้แต่จะก้าว

เพื่อน ๆ ก็เริ่มทำสิ่งที่เคยคิดว่า “ไม่ไหว” ได้นะ ✨

บางทีมันไม่ได้ยาก… แค่ต้อง “เลิกกลัวตัวเองในเวอร์ชันเดิม” แค่นั้นเอง ❤️‍🔥

ขอบคุณทาง ASICS THAILAND ที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ขึ้นมา ทำให้แนทได้ค้นพบตัวเอง🫶🏻

#พลังบวก #asics #สุขภาพดี #สุขภาพใจ #ผู้หญิงถึงผู้หญิง

2025/8/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครเสิร์ชเรื่อง “พัฒนาตัวเอง” แล้วรู้สึกเหมือนเราในอดีต—ชอบหยิบคำว่า “ไม่พร้อม/ไม่แข็งแรง/ทำไม่ได้” มาปิดประตูตัวเองก่อนเริ่ม—อยากชวนลองเช็กตัวเองแบบง่าย ๆ ว่าเรากำลังใช้ “ข้ออ้าง” เพื่อปกป้องตัวเองอยู่ไหม (ในรูปยังมีคำถามว่า “จะวิ่งได้ไหม?” “กลัวเจ็บ กลัวเหนื่อย กลัวใจเต้นแรง” คือมันจริงมาก) อย่างแรกที่ช่วยมากคือ แยก “ข้อจำกัดจริง” ออกจาก “ความกลัว” ค่ะ เช่น ถ้าเคยข้อเท้าพลิกหรือเจ็บจริง นั่นคือข้อมูลที่ต้องระวัง แต่ถ้าเป็นความคิดแบบ “เดี๋ยวคนอื่นมอง” “เดี๋ยวเหนื่อย” “เดี๋ยวหัวใจเต้นแรงแล้วน่ากลัว” อันนี้ส่วนใหญ่คือความกังวลที่ยังไม่ได้ลองจัดการ เราลองจดออกมา 3 ช่อง: กลัวอะไร / แย่สุดจะเกิดอะไร / ป้องกันได้ยังไง พอเขียนแล้วจะเห็นเลยว่าหลายอย่างมีวิธีรับมือ อย่างที่สอง ตั้งเป้าให้ “เล็กจนปฏิเสธไม่ได้” ถ้าอยากเริ่มวิ่งแต่กลัวเจ็บ ไม่ต้องเริ่มด้วย 5K ก็ได้ เริ่มจากเดินเร็ว 10 นาที หรือวิ่งสลับเดิน 1 นาที/1 นาที รวม 10–15 นาที พอทำได้จริงจะเกิดความมั่นใจแบบเป็นรูปธรรม และความคิด “เราทำอะไรได้มากกว่าที่คิด!! แล้วทำเลย!!” จะไม่ใช่แค่คำคม แต่เป็นประสบการณ์ตรง อย่างที่สาม ใช้พลังของสภาพแวดล้อม (เหมือนตอนเราไปทริปแล้วเจอคนพลังบวก) ถ้าเราพยายามคนเดียวในวันที่พลังตก มันถอยง่ายมาก ลองหากลุ่มเพื่อน/คอมมูนิตี้ออกกำลังกาย หรือเข้ากิจกรรมแบรนด์กีฬาอย่าง ASICS ที่มีคนเริ่มจากศูนย์เยอะ ๆ บรรยากาศแบบนี้ช่วยลดความอายและเพิ่มแรงฮึดได้จริง ทริคเล็ก ๆ ตอนเริ่มวิ่ง (สำหรับคนกลัวเจ็บ/กลัวเหนื่อย): - วอร์มอัพ 5–10 นาที (ข้อเท้า น่อง สะโพก) แล้วค่อยออกตัว - เริ่มช้าแบบ “คุยได้” อย่ารีบแข่งกับใคร - เช็กอาการปวด: ปวดตึงเล็กน้อยพอได้ แต่ถ้าปวดแปล๊บ ๆ ให้หยุดและพัก - จบแล้วคูลดาวน์ยืดน่อง/เอ็นร้อยหวาย ช่วยลดตึงวันถัดไป สุดท้าย อยากฝากว่า การพัฒนาตัวเองไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่เสมอไป บางทีแค่ “กล้าลอง 1 ครั้ง” ก็พาเราออกจากกรงเวอร์ชันเดิมได้แล้ว วันนี้ถ้าคุณยังถามตัวเองว่า “จะวิ่งได้ไหม?” ลองเปลี่ยนเป็น “ถ้าลองแบบปลอดภัยที่สุด เราจะทำได้แค่ไหน?” แล้วค่อย ๆ ไปทีละก้าวค่ะ